
ผีแดงทวงแชมป์ทำเงินสูงสุด
แซงชุดขาวคัมแบ็กบัลลังก์รอบ11ปี ฟีฟ่าผุดไอเดียยกเลิกกฎล้ำหน้า-ใบเหลือง
แซงชุดขาวคัมแบ็กบัลลังก์รอบ11ปี ฟีฟ่าผุดไอเดียยกเลิกกฎล้ำหน้า-ใบเหลือง
แมนฯ ยูไนเต็ด ผงาดรั้งเบอร์ 1 สโมสรที่มีรายรับมากที่สุดในโลกในรอบ 11 ปี
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ผงาดนั่งแท่นสโมสรฟุตบอลที่มีรายรับมากที่สุดในโลก ฤดูกาล 2015-2016 โดยฟันเงินจำนวน 689 ล้านยูโร (ราว 2.61 หมื่นล้านบาท) จากการเปิดเผยของ “เดลลอยต์” บริษัทวิเคราะห์การเงินระดับโลก ซึ่งเป็นการคว่ำแชมป์เก่า เรอัล มาดริด จากลาลีกา สเปน ที่ครองตำแหน่งผู้นำมา 11 ปีติดต่อกัน
“พวกเขามีศักยภาพในการทำมูลค่าจากพาร์ตเนอร์เชิงพาณิชย์ที่มากกว่า เป็นการเติบโตทางรายรับที่มหัศจรรย์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สโมสรพลิกขึ้นไปอยู่ด้านบน นั่นหมายความว่าปีถัดไปพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งขันอันแข็งแกร่งทั้งบาร์เซโลนา และเรอัล มาดริด ที่ต้องการจะกลับขึ้นไปยืนในระดับท็อป เนื่องจากการไม่ได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงการอ่อนตัวของค่าเงินปอนด์เมื่อเทียบกับเงินยูโรในระยะยาว” แดน โจนส์ หุ้นส่วนในกลุ่มธุรกิจกีฬาของเดลลอยต์ วิเคราะห์
ทั้งนี้ “ปีศาจแดง” เคยรั้งตำแหน่งผู้นำครั้งแรกเมื่อปี 2003-2004 ก่อนที่จะโดน “ราชันชุดขาว” แซงหน้าในปีต่อๆ มา โดยในการประกาศครั้งล่าสุดแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย มีรายรับเพิ่มมากขึ้นจากปี 2014-2015 ซึ่งรั้งอันดับ 3 อยู่ที่ 169.5 ล้านยูโร (ราว 6,440 ล้านบาท)
สำหรับอันดับ 2-5 ประกอบด้วย 2.บาร์เซโลนา 620.2 ล้านยูโร (ราว 2.3567 หมื่นล้านบาท) 3.มาดริด 620.1 ล้านยูโร (ราว 2.3563 หมื่นล้านบาท) 4.บาเยิร์น 592 ล้านยูโร (ราว 2.24 หมื่นล้านบาท) 5.แมนฯ ซิตี้ 524.9 ล้านยูโร (ราว 1.99 หมื่นล้านบาท)
ขณะที่ มาร์โก แวน บาสเทน ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสหพันธ์ลูกหนังนานาชาติ (ฟีฟ่า) เผยว่า กำลังพิจารณาปรับปรุงกฎกติกาหลายอย่างในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการยกเลิกกฎล้ำหน้าและใบเหลือง
“เราพยายามทำให้การแข่งขันพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ผมคิดว่ามันอาจจะทำให้น่าสนใจมากขึ้นหากดูการแข่งขันโดยไม่มีล้ำหน้า ฟุตบอลในตอนนี้ใกล้ที่จะคล้ายกับแฮนด์บอลแล้ว มีกองหลัง 9-10 คนอยู่หน้าปากประตู มันเป็นงานยากของคู่แข่งที่จะทำสกอร์ ดังนั้นหากเล่นโดยไม่มีการล้ำหน้าคุณก็จะมีโอกาสทำประตูมากขึ้น รวมถึงการใช้ใบสีส้มแทนใบเหลืองเพื่อให้ผู้เล่นออกไปพักข้างสนาม 10 นาที กรณีที่เหตุการณ์ไม่หนักมากถึงขนาดโดนใบแดง หรือสามารถฟาวล์ได้ 5 ครั้ง จากนั้นต้องออกจากสนาม” ตำนานดัตช์ กล่าว
นอกจากนี้ อดีตแข้งชื่อดังยังเสนอการปรับกฎเรื่องอื่นอีก อาทิ ปรับการยิงจุดโทษโดยให้ผู้เล่นลากบอลจากนอกกรอบเขตโทษโดยสามารถเลี้ยงหลบผู้รักษาประตูได้ภายในเวลา 8 วินาที, เปลี่ยนตัวได้อย่างอิสระเหมือนฟุตซอล หรือเปลี่ยนตัวได้มากกว่า 3 คน โดยเพิ่มอีก 1-2 โควตาในช่วงต่อเวลา







