
มุมที่เลือกมอง
ดิฉันนั่งเขียนเรื่องนี้บนเครื่องบิน ระหว่างบินกลับเมืองไทยหลังจากไปพักร้อนกว่าครึ่งเดือนที่นิวซีแลนด์
โดย...จิรวรา วีรยวรรธน ภาพ... คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ดิฉันนั่งเขียนเรื่องนี้บนเครื่องบิน ระหว่างบินกลับเมืองไทยหลังจากไปพักร้อนกว่าครึ่งเดือนที่นิวซีแลนด์ คราวนี้เรียกว่าเป็นฮอลิเดย์ที่แปลก เพราะปกติเราจะเลือกไปในที่ที่เราชอบ อยากไป หรือยังไม่เคยไป แต่ครั้งนี้เป็นการกลับไปย้อนอดีต 20 กว่าปีก่อน ตอนที่มาใช้ชีวิตเรียนหนังสืออยู่ที่เมืองโอ๊คแลนด์ และเป็นช่วงชีวิตที่ดิฉันไม่ชอบมากที่สุด
ย้อนไปตอนนั้นที่เป็นวัยรุ่น และต้องมาเรียนในที่ที่เราไม่ได้เลือกเอง ถึงแม้จะเป็นที่ที่ดี สวยงาม และปลอดภัย แต่เราอยากไปเรียนที่สหรัฐ เพราะมีเพื่อนๆ ไปกันมากกว่า คงเพราะอย่างนี้ สิ่งที่เห็นและเลือกจะจดจำจึงเป็นด้านลบ ไม่ชอบอะไรสักอย่าง เกลียดการเดินขึ้นๆ ลงๆ เนินจากบ้านไปขึ้นรถเมล์เพื่อไปเรียนทุกวัน เบื่อเมืองที่ทุกร้านปิดตอนห้าโมงเย็น ไม่มีช็อปปิ้ง ไม่มีแสงสี มีทีวีแค่สี่ช่อง รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่รันทดเหลือเกิน ถึงขั้นปฏิญาณกับตัวเองว่า จะรีบเรียนให้จบเร็วๆ จะได้ออกไปจากประเทศนี้ เวลามีใครแวะมาเที่ยวและมาเยี่ยมก็จะบ่นทุกครั้ง ว่าไม่รู้จะพาไปไหน เพราะไม่มีอะไรน่าสนใจสักนิด ถึงเรียนจบกลับมาเมืองไทยแล้ว จะกี่ปีทุกครั้งเวลาที่มีคนถามถึง ดิฉันก็จะตอบว่าอย่าไปเลย เมืองเล็กและแสนจะน่าเบื่อ จะไปทำไมให้เสียเวลา
มาครั้งนี้ เรียกว่าเป็นทริปที่ไม่คาดหวังอะไรทั้งสิ้น ที่ประหลาดคือ พบว่าตัวเองจำอะไรของที่นี่ได้น้อยมาก ก็เลยใช้เวลากับที่นี่แบบนักท่องเที่ยว ที่มาเริ่มต้นทำความรู้จักกับที่ใหม่ที่มาเยือน แล้วทุกวันก็เริ่มมีเรื่องเล็กๆ ที่เราชอบ มีที่ที่เราคิดว่าสวย มีผู้คนที่เราเห็นว่าน่ารัก มีอาหาร ร้าน วิว เมือง คน ดอกไม้ใบหญ้าที่ไม่เคยมองมาก่อน
ถึงวันสุดท้ายก่อนจะกลับ เลยใช้เวลาทั้งวันตระเวนไปดูบ้านที่เคยอยู่ โรงเรียน สวนที่เคยเดินผ่านทุกวัน ร้านที่เคยไปกินประจำ แล้วความจำก็ค่อยๆ กลับมา เริ่มจำได้ว่าตรงนี้ตรงนั้นมีอะไร ค้นพบว่าตลอดเวลาที่เราคร่ำครวญว่าชีวิตแสนรันทดนั้น จริงๆ เรามีชีวิตที่ดีเหลือเกิน เราอยู่เมืองสวยน่ารัก มีชีวิตชีวา ปลอดภัย อุดมสมบูรณ์ เราอยู่บ้านใหญ่สะดวกสบายใกล้มหาวิทยาลัยแบบเดินถึง เมืองที่ใช้เวลา 10 นาทีไปชายหาดเพื่ออาบแดด แล่นเรือใบ หรือ 10 นาทีพอกัน ถ้าอยากไปภูเขาในวันที่อยากเดินเล่น ปิกนิก หรือชมวิว
สุดท้ายทริปนี้ที่ไม่อยากมา กลับเป็นทริปที่ดีที่สุดอันหนึ่งของชีวิต มันเป็นสัจธรรมว่าเราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ในชีวิต ทั้งเรื่องส่วนตัวและการงาน เราไม่ได้มีโอกาสเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจทุกครั้ง มีเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุม และไม่มีอะไรได้อย่างใจของเราเสมอ แต่สิ่งที่เหลือหลังจากนั้นจะดีหรือร้าย สุขหรือทุกข์ ขึ้นอยู่กับมุมมองและวิธีคิดของตัวเราเองล้วนๆ
ดิฉันมีช่วงเวลาสองปีที่เป็นทุกข์ ท่ามกลางชีวิตที่ดีและสวยงาม เป็นสิ่งสวยงามที่ตอนนั้นเรามองไม่เห็น เพราะตาเราดี แต่ใจเราบอด และเลือกที่จะมองหาแต่จุดสีดำ มองเห็นแต่จุดบกพร่อง แทนที่จะอิ่มใจกับข้อดีที่มีมากกว่า
หลายครั้งที่เราไม่จำเป็นต้องได้หลักคิดจากหนังสือดีๆ หรือคอร์สที่มีอาจารย์เลิศๆ เท่านั้น แต่ได้บทเรียนที่เปลี่ยนแปลงความคิดไปตลอดชีวิตจากเรื่องเล็กๆ รอบตัว เราควบคุมทุกอย่างไม่ได้ แต่มุมที่จะมองสิ่งนั้น... เราเป็นคนเลือกเอง
เกี่ยวกับผู้เขียน
จิรวรา วีรยวรรธน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์, แอดเวอร์ไทซิ่ง, ประเทศไทย ทำงานกับกลุ่มบริษัทโอกิลวี่ในประเทศไทยมานานถึง 20 ปี จึงมีประสบการณ์มากในด้านการสื่อสารแบบครบวงจร 360 องศา รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานในองค์กร ดูแลลูกค้าที่เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ทั้งในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร ค้าปลีก สุขภาพ สินค้าแฟชั่น โภชนาการเด็ก ไอทีและการสื่อสาร ตลอดจนองค์กร NGO และหน่วยงานภาครัฐ







