
‘การพูด’ ปัญหาฉุดรั้ง ไม่ให้ก้าวหน้า
ทักษะด้านการพูด ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เราสามารถก้าวไปสู่บทบาทการเป็นผู้นำได้หรือไม่
โดย...วราภรณ์
ทักษะด้านการพูด ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เราสามารถก้าวไปสู่บทบาทการเป็นผู้นำได้หรือไม่ นอกจากการพูดที่มีเหตุมีผลและมีจังหวะแล้ว บุคลิกภาพต้องปรุงแต่งให้เหมาะสมด้วย ครูฝน-น้ำฝน ภักดี ผู้เชี่ยวชาญด้านการพูดและการใช้น้ำเสียง วิทยากรประจำสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพจอห์น โรเบิร์ต เพาเวอร์ส ซึ่งเธอเป็นหนึ่งในทีมครูสอนด้านการพูดและการตอบคำถามให้แก่ น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ไปร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ด้วยความมั่นใจ ครูน้ำฝนกล่าวว่า การพูดและการตอบคำถามที่ดีจะยิ่งทำให้เราดูภูมิฐานและดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
เพราะการพูดจะเป็นตัวบ่งบอกว่าเรามีทัศนคติอย่างไรต่อเรื่องนั้นๆ ถือเป็นทางออกของความคิด พูดปุ๊บเราจะรู้ว่าคนนี้มีมุมมองต่อเรื่องนั้นๆ อย่างไร มีภูมิหลังรวมทั้งมีสำเนียงและเขาคิดอย่างไร เขาน่าเชื่อถือแค่ไหน ฉะนั้นเราปรุงแต่งการพูดหรือทัศนคติต้องปรับเปลี่ยนความเคยชิน
“การพูดต้องมีเหตุมีผล เช่น หากมีใครถามว่าอวัยวะในร่างกายเรา เราชอบอะไรมากที่สุด บางคนอาจบอกแค่ ตา แล้วจบ แต่คนที่รู้จักพูดจะมีเรื่องเล่าต่อๆ ไป เช่น หนูชอบดวงตามากที่สุด เพราะหลายคนบอกว่าหนูมีดวงตาเหมือนแม่ ตาเราเหมือนกัน ทุกครั้งที่หนูมองแม่หนูจะเห็นตัวเองอยู่ในนั้นเสมอ มันบ่งบอกความลึกซึ้ง มีความผูกพัน นี่คือการถอดรหัสผ่านคำตอบ เราจะรู้ถึงความคิดของเขาได้ว่าเขามีความอ่อนโยนอย่างไร “
ทำอย่างไรให้เราพูดแล้วมีเสน่ห์ ครูฝนกล่าวว่า คำพูดกับภาษากายต้องไปด้วยกัน “การจะพูดให้ดูมีเสน่ห์ หนึ่งต้องปรุงกาย กับปรุงจิต ปรุงจิตคือเราต้องมีความคิดบวก คบคนดี มีมิตรที่ดี เคยไหมคบเพื่อนที่วันๆ เอาแต่ว่าคนอื่นและบ่นว่ารถติด เราก็จะรู้สึกหงุดหงิดไปด้วย แต่ถ้าเราคบกับคนคิดดีเขาจะมองปัญหารถติดอีกแง่มุมหนึ่ง รถติดไม่เห็นเป็นไรเลย เราก็จะมองปัญหานี้เบาบางลง ปรุงจิตคือการรับสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต นอกจากการคบเพื่อนดี เราต้องเลือกเสพสื่อดีๆ เลือกอ่านในสิ่งที่ดี สร้างสรรค์ ข่าวว่าชาวบ้านหรือสะเทือนขวัญ ล้วนแต่เป็นสีดำ คือเราเสพสีอะไร ตัวเราก็จะเป็นสีนั้น แทนที่เราจะเสพสีขาว สีชมพู หากเราพบเจอแต่สิ่งดีๆ เราจะมีทัศนคติที่ดี ความคิดเราจะเปลี่ยน” ต่อมาคือการปรุงกาย คือท่วงท่าการพูด การพูดกับคนแล้วมีอายคอนแท็กต์ มีการยกมือประกอบคำพูด ก็จะยิ่งทำให้คำพูดของเรานั้นดูมีน้ำหนัก เป็นการเน้นย้ำ เพราะตัั้งแต่โบราณกาลท่าทางมาก่อนภาษา รวมทั้งมีจังหวะการพูดที่ดีด้วย
“ถ้าเราคิดดี แต่เราพูดไม่ได้ ท่าทางการพูดกับน้ำเสียงไม่ไปด้วยกันก็ไม่ได้ พูดเสียงสูงกลางต่ำไม่มี ก็ไม่ได้ อย่างนี้ต้องฝึกฝน จำเป็นไหมทุกคนต้องฝึกพูด ก่อนอื่นเราต้องดูต้นทุนของแต่ละคนก่อนว่ามีมาเป็นอย่างไร พ่อแม่คุยเก่งไหม เป็นคนเฉลียวฉลาดไหม เรียนอะไรมา ถ้าคนนั้นกลัวการพูดมากก็ต้องพึ่งคุณครูช่วยฝึก และเรานำไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง”
สำหรับปัญหา การพูดกลางสาธารณชนแล้วมีน้ำเสียงสั่นเครือ ซึ่งหลายคนเป็น ก่อนอื่นเราต้องมาดูก่อนว่า เสียงเราสั่นเพราะอะไร หนึ่งมาจากความตื่นเต้นหรือไม่ หรือเราจำเนื้อหาไม่ได้ หรือเราไม่มีข้อมูลในหัว หรือเราเป็นโรคที่ถ้ายืนกลางสาธารณชนแล้วเราจะแพนิก ต้องหาให้เจอแล้วค่อยแก้ตรงนั้น
“การพูดแล้วเสี่ยงสั่น ปัญหาน่าจะมาจากการหายใจ การพูดการหายใจสำคัญนะคะ หากเราเพิ่มมือไม้เข้าไปช่วยเพื่อไม่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง เพราะถ้ากล้ามเนื้อเกร็งเราจะพูดไม่ได้ สำหรับนักบริหาร การพูดอย่างมีทักษะจะทำให้เราก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ถ้าเราตำแหน่งหน้าที่การงานดีแต่พูดไม่ดีก็ไม่ได้ ถ้าเราพูดดีแต่ภาพลักษณ์ไม่ได้ ก็ไม่พออีก ดังนั้นภาพลักษณ์กับการพูดต้องไปด้วยกัน แล้วเราจะเป็นบุคคลที่พูดก็ดีภาพลักษณ์ก็ดีไม่ได้หรือ ดิฉันมองว่า สามารถทำได้ แต่คนไม่ค่อยให้ความสำคัญ ซึ่งมันจำเป็นกับทุกอาชีพ เช่น ตำรวจเวลาจะจับคนทำผิดกฎจราจร แต่เดินมาหาประชาชนด้วยท่าทางนักเลง ไหนดูใบสั่งซิ กับตำรวจที่เดินมาหาอย่างนอบน้อม ขออนุญาตดูใบขับขี่หน่อยนะครับ คือพูดจาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ความรู้สึกของผู้ฟังจะแตกต่างกันเลย อย่างหลังเราจะรู้สึกอยากให้ความร่วมมือมากกว่า แต่อันแรกเราจะรู้สึกเขาจะมาขูดเลือดขูดเนื้อเราหรือเปล่า และเราจะแสดงออกกับคุณตำรวจอีกแบบหนึ่ง หากพูดจากันอย่างไม่มีทักษะที่ดีในที่สุดความขัดแย้งก็อาจเกิดขึ้นได้ อย่างที่เราเห็นในข่าว มาจากการสื่อสารซึ่งมาจากหน้าตาท่าทางและคำพูดทั้งสิ้น”
สำหรับคนที่มีปัญหาพูดเร็ว ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อย การพูดไม่ได้มีมาตรวัดว่าต้องพูดประโยคละกี่คำตายตัว แต่อยู่ที่ว่า เราพยายามจะสื่อถึงอะไร แต่การพูดเร็วสิ่งที่จะสามารถควบคุมการพูดของตนเองได้ ต้องมีความคิดว่า เราเป็นคอนดักเตอร์ควบคุมจังหวะของวงออร์เครสตรา เวลาพูดต้องมีท่าทางประกอบ เช่น พูดคำว่าชัดเจน ควรยกมือขึ้นมา เน้นย้ำทั้งท่าทางและคำพูด คือพูดอย่างมีจังหวะ ทั้งพูดด้วยน้ำเสียงปกติและเน้นย้ำบางคำในประโยค ก็จะช่วยกำกับจังหวะการพูดไปด้วยในตัว
“การพูดอย่างมีจังหวะ เรียกว่า การเน้นย้ำแล้วเราจะพูดอย่างมีมิติ คนพูดเร็วเกิดจากปัญหา สมองไปเร็วกว่ากล้ามเนื้อ เกิดจากการไม่ทำเอ็กเซอร์ไซส์ หรือพูดไม่มีการปิดคำ พูดแล้วปากไม่ปิด พูดไม่ชัดซึ่งเป็นมากในเด็กยุคใหม่ พูดจาไม่มีคำควบกล้ำ สิ่งเหล่านี้ต้องใช้การทำแบบฝึกหัดและฝึกฝนกันไป แล้วจะดีขึ้นค่ะ”







