
พาหนูน้อยตะลอนโตเกียว
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่อยู่ในแผนการเที่ยวของเรามานานแล้ว จนกระทั่งมีเด็กน้อยเข้ามาในชีวิตเรา
โดย...ป๊ะป๋าโย
“ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่อยู่ในแผนการเที่ยวของเรามานานแล้ว จนกระทั่งมีเด็กน้อยเข้ามาในชีวิตเราจึงเปลี่ยนให้ลูกเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัยบนโลกกว้างนี้ไปด้วยกัน” นภาพร ขาวโต คุณแม่น้องเกล้า ด.ญ.กัญญาณัฐ อยู่จงดี เล่าถึงต้นเรื่องการเดินทางพาลูกไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่วัย 1 ขวบ 10 เดือน
นภาพร เล่าต่อว่า ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความสวยงาม ปลอดภัย ผู้คนมีระเบียบวินัย และความคิดสร้างสรรค์ จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับการพาเด็กๆ ไปเที่ยวต่างประเทศในครั้งแรกของชีวิตอย่างมาก เราเดินทางไปเมื่อปลายปี 2558 ใช้เวลาเที่ยวทั้งหมด 6 วัน 5 คืน
“เราเริ่มต้นจากการวางแผนเที่ยวอย่างรอบคอบ คุณพ่อ (โยธิน อยู่จงดี) ทำหน้าที่จัดทริปเที่ยวในฐานะที่เคยเดินทางไปทำงานมาแล้วหลายครั้ง ส่วนเราทำหน้าที่วางแผนเรื่องจองตั๋ว โรงแรม และเตรียมสิ่งที่คิดว่าจะต้องใช้เมื่อไปถึง สถานที่เที่ยวหลักๆ ของเรา ในฐานะที่ไปด้วยกันครั้งแรกก็คงหนีไม่พ้นแลนด์มาร์ค อย่างวัดอาซากุสะ ศาลเจ้าเมจิ ฮาราจูกุ โอไดบะ พระราชวังอิมพีเรียล หอคอยโตเกียว และศาลาว่าการกรุงโตเกียว เป็นสถานที่หลักในการเดินทาง ที่เหลือจะเป็นสถานที่เที่ยวอื่นๆ ซึ่งสามารถยืดหยุ่นได้ตามเวลาที่เหลือ” นภาพรเล่า และขยายภาพให้เห็นต่อว่า พอเดินทางถึงสนามบินนาริตะ สิ่งแรกที่ทำคือซื้อตั๋วรถไฟฟ้าสำหรับนักท่องเที่ยวแบบเหมาวัน
“เพราะรถไฟฟ้าจะเป็นพาหนะหลักของเราตลอดทริป วันแรกเราเดินทางไปเที่ยวที่วัดอาซากุสะ ไหว้พระขอพรเป็นสิริมงคลกับครอบครัว ก่อนที่จะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปเที่ยวตามย่านต่างๆ ที่เราเคยเห็นในรีวิวทริปเที่ยว และในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมด จุดที่เด็กน้อยวัยไม่ถึง 2 ขวบจะชอบมากที่สุด คือสถานที่เที่ยวที่มีต้นไม้เยอะๆ อย่างสวนสาธารณะ สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติ จะเห็นได้เลยว่าน้องเกล้าจะดูตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ สนุกที่ได้เดินไปดูต้นไม้ดอกไม้ใกล้ๆ
“อีกจุดที่เด็กๆ จะชอบเป็นพิเศษก็คือวิวชมเมืองที่จะได้เห็นทั้งภูเขาไฟฟูจิ และวิวกรุงโตเกียวทั้งเมืองก็คือศาลาว่าการกรุงโตเกียว สุดท้ายสถานที่ ที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวก็คือโอไดบะ เพราะมีทั้งสถานที่ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น มีจุดชมวิวที่สวยงาม ร้านค้าและร้านอาหารก็ค่อนข้างหลากหลายอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน”
สำหรับแผนในอนาคต เธอบอกว่าต้องกลับมาญี่ปุ่นใหม่แน่นอน เพราะสถานที่ที่ยังไม่ได้เดินทางไป แต่ตั้งใจว่าอนาคตจะต้องไปก็คือ ดิสนีย์ซีกับภูเขาไฟฟูจิ คงต้องรอให้ลูกโตกว่านี้ถึงจะเที่ยวสนุกกว่า เพราะการจัดทริปเที่ยวต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับเด็กด้วย
“ควรเว้นเวลาพักระหว่างวันให้ลูกได้พักผ่อน เดินทางติดๆ กันทั้งวัน ลูกคงไม่ไหวตัวเราก็แย่ด้วย เพราะไปกันเองไม่ใช่ชะโงกทัวร์ ต้องดูว่าลูกเรานั้นชอบนอนกลางวันเวลาไหนก็เลือกจัดทริปให้ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาพักของลูกได้นั่งพักในสวนสาธารณะ หรือสถานที่ที่พ่อแม่เดินเที่ยวในจุดที่อยากไปได้
“การเที่ยวกับลูกจะไม่เหมือนกับการเที่ยวตอนใช้ชีวิตคู่ใหม่ๆ ตอนอยู่กันแค่ 2 คนเราอยากจะไปไหนก็ไปได้เลย ไม่คิดอะไรมาก แต่พอมีลูกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราก็อยากจะเดินทางไปเที่ยวโดยที่มีลูกไปด้วย ขนาดไปทำงานต่างจังหวัดไม่กี่วันยังคิดถึงลูกตลอด แล้วถ้าไปต่างประเทศหลายวันจะคิดถึงลูกแค่ไหนแล้วเจ้าตัวเล็กเองก็คงร้องหาเราเหมือนกัน”
นภาพรบอกเล่าถึงความกังวลว่า ก่อนไปทุกคนก็เป็นห่วงเหมือนกันว่าเด็กเล็กไม่ถึง 2 ขวบจะเดินทางขึ้นเครื่องบินได้ไหม จะเป็นอันตรายหรือเปล่า?
“เราบอกได้เลยว่าไม่อันตราย ระวังก็เพียงแค่อย่าให้ลูกห่างจากสายตาของเรา เวลาเที่ยวต้องคอยบอกว่าสิ่งที่เขากำลังเห็นคืออะไร เรากำลังอยู่ที่ไหน และควรทำตัวยังไงเท่านั้นก็พอ ให้ลูกได้เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมและการวางตัวในสังคมที่มีระเบียบวินัย
“ในทริปนี้จุดผิดพลาดข้อเดียวของเรา ก็คือการเผื่อแรงและเวลาในการต่อสถานีรถไฟฟ้าอย่างน้อยจุดละ 30 นาที ตอนคิดเวลาเดินทางเราคิดจากแอพพลิเคชั่น ซึ่งบอกเวลาเดินทางที่อยู่บนรถไฟ แต่ไม่ได้บอกว่าเมื่อถึงสถานีใหญ่ที่มีจุดเชื่อมต่อไปอีกหลายสายเราจะต้องใช้เวลาเดินถึง 15 นาทีด้วยระยะทางที่ไกลกันมาก ถามว่าเหนื่อยไหม? บอกเลยว่าเหนื่อยมาก แต่พอได้เห็นสายตาตื่นเต้นดีใจของลูก ที่ได้ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน ได้เห็นหอคอยโตเกียว ได้เห็นวิวภูเขาไฟฟูจิ และโตเกียวทั้งเมืองจากศาลาว่าการกรุงโตเกียว ความเหนื่อยก็หายกลายเป็นความดีใจรู้สึกว่าคุ้มค่ามากกับการที่เราได้เที่ยวด้วยกันพร้อมหน้า เมื่อลูกโตขึ้นเขาอาจจะจำได้เพียงเลือนราง แต่การปลูกฝังให้ลูกเป็นเด็กที่รักธรรมชาติ มีมารยาททางสังคม และประสบการณ์ในการมองโลกที่แตกต่าง จะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต”







