posttoday
แก้ปัญหารถตู้ที่คน ไม่ใช่เทคโนโลยี

แก้ปัญหารถตู้ที่คน ไม่ใช่เทคโนโลยี

12 มกราคม 2560

ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย

โดย...ดร.ธนิต  โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย

อุบัติเหตุรถตู้ชนกับรถปิกอัพเป็นข่าวใหญ่ช่วงปีใหม่ เพราะมีผู้เสียชีวิตรวดเดียวถึง 25 ราย และกลายเป็นเรื่องนโยบายขนาดกำลังเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการออกคำสั่งมาตรา 44 เพื่อไม่ให้นำรถตู้มาเป็นรถโดยสารอย่าง
เด็ดขาดในปี 2562 โดยจะนำรถมินิบัสเข้ามาแทน ปัญหาอุบัติเหตุจากรถตู้รวมทั้งรถสาธารณะประเภทอื่นๆ เช่น รถสองแถว มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และรถโดยสาร ขสมก.ที่วิ่งหวาดเสียวแซงหน้า-แซงหลังแบบไม่สนใจความปลอดภัยทั้งคนในรถและคนใช้ถนนเป็นภาพที่เห็นกันจนเป็นเรื่องเคยชินของคนไทย

อันที่จริงปัญหาอุบัติเหตุรถตู้ซิ่งและไม่ปลอดภัยมีมานานแล้ว แต่ขาดกลไกในการตรวจสอบสภาพรถ และความเหมาะสมของการดัดแปลงจากรถบรรทุกให้มาเป็นรถโดยสาร การติดตั้งแก๊ส การตรวจสอบการใช้รถและสภาพของพนักงานขับรถ เกี่ยวข้องกับการแข่งขันด้านราคา ขับด้วยความเร็วแข่งกับเวลาเพื่อจะได้รอบมากๆ จนไม่มีเวลาตรวจสอบสภาพรถ และขณะที่คนขับแทบไม่ได้พักจนเป็นที่มาของอุบัติเหตุต่างๆ

การแก้ปัญหาที่ผ่านมา พอเป็นข่าวดังก็ฮือฮา คนรับผิดชอบออกมาจะแก้โน่นแก้นี่ หรือมีมาตรการใหม่ๆ รายวันแบบมีปัญหาแล้วค่อยล้อมคอก แต่พอข่าวเงียบก็พลอยเงียบตามกันไปทั้งขบวน ปัญหาจึงหมักหมม ประชาชนไม่มีทางเลือกเพราะส่วนใหญ่บ้านอยู่ต่างจังหวัด ค่าโดยสารถูก สะดวกกว่า ถึงที่หมายเร็วกว่า นานวันก็เคยชิน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้โดยสาร ใครเจอก็ถือเป็นเรื่องของดวง ใครรอดถือเป็นโชค นี่แหละการแก้ปัญหาแบบไทยๆ

สำหรับการพึ่งพาเทคโนโลยีจีพีเอส (GPS) ซึ่งกรมการขนส่งทางบกมั่นใจว่าจะเป็นทางออกในการแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่ากรมการขนส่งทางบก หรือเรียกง่ายๆ ว่า ขบ. มีการบังคับใช้กับรถสาธารณะทุกประเภทมาตั้งแต่ปลายปี 2558 เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อดาวเทียมในการติดตามสถานะของรถและมีสมาร์ทการ์ด ซึ่งเป็นใบขับขี่สาธารณะแบบใหม่ มีบาร์โค้ดและอุปกรณ์ตัวอ่านอยู่ที่หน้ารถทุกคัน โดยพนักงานขับรถจะต้องรูดให้เครื่องอ่านค่าทุกครั้งที่ดับเครื่องและสตาร์ทเครื่องใหม่ ซึ่งข้อมูลจะเชื่อมโยงกับศูนย์ควบคุม หรือ Control Room ของ ขบ. ข้อมูลต่างๆ เช่น ทะเบียนรถ เลขที่ใบขับขี่ของคนขับช่วงเวลาจอดรถหรือพักรถ หากไม่รูดเครื่องจะส่งสัญญาณเตือน

ทราบว่าปัจจุบันรถสาธารณะและคนขับรถส่วนใหญ่ต่างถูกบังคับให้เข้ามาในระบบนี้ ซึ่งน่าจะดีและแก้ปัญหาได้ แต่ปัญหาเดิมๆ ทำไมยังเกิดอยู่ ประเด็นอยู่ที่กำลังคนของกรมการขนส่งทางบกที่ดูแลเรื่องนี้มีอยู่ไม่ถึง 10 คน รวมไปถึงการไม่เอาจริงในการบังคับและลงโทษ

ทั้งนี้ การแก้ปัญหารถสาธารณะให้มีความปลอดภัยอยู่ที่หลายปัจจัย ตั้งแต่เจ้าของรถต้องใส่ใจดูแลตัวรถ ทุกครั้งที่มีการให้บริการ ต้องตรวจเช็กความปลอดภัยตั้งแต่ยาง เบรก เครื่องยนต์ สัญญาณไฟ ฯลฯ โดยเฉพาะการตรวจสอบสภาพคนขับต้องมีการตรวจปัสสาวะ เพื่อให้ปลอดจากแอลกอฮอล์-ยาเสพติด และมีเวลาพักที่พอเพียง พร้อมมีสมุดพกการตรวจสอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบระหว่างทาง ที่สำคัญควรให้มีการรวมตัวกันเป็นนิติบุคคล มีระบบการประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสารและบุคคลภายนอกในอัตราที่คุ้มค่าความเสียหาย

สำหรับกรมการขนส่งทางบกเป็นหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่มีจีพีเอสแล้วแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ต้องมีความจริงจัง-ต่อเนื่อง และมีจำนวนคนดูแลที่พอเพียง หากไม่เป็นไปตามที่กำหนดต้องเรียกเจ้าของรถและคนขับมาพบ มีการคาดโทษ เช่น ห้ามวิ่งไปจนถึงถอนใบอนุญาต ปัญหาอุบัติเหตุตายหมู่ซึ่งเกิดเป็นประจำเกี่ยวข้องทั้งเจ้าของรถ คนขับ และหน่วยงานรัฐซึ่งรับผิดชอบ การแก้ปัญหาต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่พอข่าวจางก็กลับเป็นเหมือนเดิม เทคโนโลยีล้ำยุค หรือมาตรา 44 ในเรื่องนี้อาจใช้ไม่ได้ผล เพราะเกี่ยวกับจิตสำนึกของคน ซึ่งเห็นแต่ประโยชน์ของตนเองและไม่รับผิดชอบต่อสังคม ขณะที่คนดูแลรับผิดชอบของบ้านเมืองก็ทำงานไปวันๆ

การแก้ปัญหาด้วยมินิบัสแทนรถตู้ หากเจ้าของรถเป็นกลุ่มเดิม คนขับรถเปลี่ยนจากรถตู้มาขับมินิบัส คนดูแลบังคับใช้กฎหมายก็เต้นไปตามกระแสข่าว ปัญหาเดิมๆ ก็คงกลับมา สำหรับคนโดยสารและคนร่วมใช้ถนนที่ไม่รู้เรื่องกลับมาโดนหางเครื่อง เจอกับคนในครอบครัวของใครเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ ต้องให้ตายอีกเท่าใดจึงจะปลุกสำเหนียก-สันดานของพวกนี้ได้...จริงไหมครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat) 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท