
โอกาสของเมสซีเจ
โดย...ชมณัฐ
โดย...ชมณัฐ
อีกเพียง 6 เดือน ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งทีมชาติไทย เตรียมจารึกประวัติศาสตร์กลายเป็นแข้ง “ช้างศึก” รายแรกที่ได้โลดแล่นบนเวทีเจลีกประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีโอกาสที่จะสร้างชื่อก้องแดนซามูไรได้ไม่ยาก
ในฤดูกาล 2017 เจลีกได้มีการปรับเปลี่ยนเรื่องโควตาผู้เล่นครั้งสำคัญ เมื่อเตรียมเปิดให้ลงทะเบียนโควตาต่างชาติจากที่ไหนก็ได้ทั่วมุมโลก จำนวน 5 ราย ขณะที่นักเตะจากชาติพันธมิตร อาทิ ไทย เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย อิหร่าน และกาตาร์ จะได้สิทธิพิเศษเป็นผู้เล่นในโควตาเทียบเท่ากับนักเตะญี่ปุ่น
เท่ากับว่าถ้าตัดนักเตะ 5 รายจากโควตาต่างชาติ จะเหลือพื้นที่อีก 5 ตำแหน่ง (ไม่รวมผู้รักษาประตู) ที่ “เมสซีเจ” จะต้องเบียดแย่ง
ซึ่งนับว่ามีโอกาสสูงที่จะได้รับเลือกลงสนาม เพราะหากวัดกันตามศักยภาพ ดาวเตะวัย 23 ปีรายนี้ ไม่ได้ด้อยกว่าผู้เล่นดาวรุ่งหรือนักเตะญี่ปุ่นรายอื่นที่ไม่เคยไปผจญภัยในดินแดนยุโรปเลยแม้แต่น้อย
เหนือสิ่งอื่นใดดีลครั้งนี้แตกต่างจากกรณีของ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ย้ายสู่อัลเมเรีย เพราะครั้งนั้น “เจ้ามุ้ย” ต้องไปช่วงปิดฤดูกาลไทยลีก ซึ่งตรงกับช่วงกลางฤดูกาลของลาลีกา และมีสัญญาเพียง 1 ปี จึงต้องเร่งต่อสู้กับปัญหาทั้งเรื่องระบบการเล่นและการปรับตัวนอกสนาม สุดท้ายจึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
ขณะที่ ชนาธิป แม้จะไปกลางซีซั่นเหมือนกัน แต่ต่างตรงที่ยังมีเวลาปรับตัวในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก เพื่อรอโอกาสเดินเครื่องเต็มสูบในซีซั่น 2018 ที่สำคัญก่อนเดินทาง “เมสซีเจ” ยังได้ช่วยต้นสังกัดเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ลงเล่นรักษาความฟิตในเกมลีกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้ปะทะฝีเท้าในเกมระดับเอเชียในเวทีเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อเรียก
ความมั่นใจ
นอกจากนี้ คอนซาโดล ซัปโปโร ยังเป็นทีมที่ให้โอกาสแข้งอาเซียน เห็นได้จากการคว้า เล คอง วินห์ (เวียดนาม) และอิร์ฟาน บัคดิม (อินโดนีเซีย) ไปร่วมทีมพร้อมส่งลงสนามอย่างต่อเนื่อง
ที่เหลือขึ้นอยู่แค่ว่า “เมสซีเจ” จะเค้นศักยภาพของตัวเองได้มากขนาดไหน เพื่อเป็นบันไดในการก้าวไปในระดับที่สูงยิ่งกว่า







