
ศึกวัดกึ๋น คลอปป์ VS เปป
เพิ่งผ่านพ้นเกมบ็อกซิ่งเดย์หมาดๆ เข้าสู่เกมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สำหรับพรีเมียร์ลีก วันที่ 31 ธ.ค. คู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง“หงส์แดง” พบ “เรือใบสีฟ้า”
โดย...ราชันเบอร์23
เพิ่งผ่านพ้นเกมบ็อกซิ่งเดย์หมาดๆ เข้าสู่เกมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สำหรับพรีเมียร์ลีก วันที่ 31 ธ.ค. คู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง “หงส์แดง” พบ “เรือใบสีฟ้า” นอกจากจะเป็นเกมที่มีรองจ่าฝูงเป็นเดิมพัน ยังเป็นการวัดกึ๋นของสองกุนซือที่จัดได้ว่าอยู่ในสายอัจฉริยะระหว่าง คลอปป์ กับ เปป
ลิเวอร์พูล - แมนฯ ซิตี้ สนาม : แอนฟิลด์ เวลา : 00.25 น.
คู่บิ๊กแมตช์ส่งท้ายปีเก่า “หงส์แดง” ของ เจอร์เกน คลอปป์ ฟอร์มกำลังร้อนแรง รั้งอันดับ 2 ของตาราง มีแต้มเหนือกว่า “เรือใบสีฟ้า” แค่แต้มเดียว หากพลาดท่าปราชัยคาบ้านก็จะโดนแมนฯ ซิตี้ แซงไปรั้งอันดับ 2 แทน ทำให้กุนซือชาวเยอรมันถึงกับเอ่ยปากว่าเป็นแมตช์ที่กดดันอีกนัดในชีวิตกุนซือ เพราะรู้ฝีมือของ เปป กวาร์ดิโอลา เป็นอย่างดีสมัยปะทะกันในบุนเดสลีกา
“ถือเป็นเกมที่กดดันอีกนัดในชีวิตกุนซือ เพราะ เปป เป็นโค้ชที่มีอิทธิพลต่อเกมอย่างแท้จริง เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าเก่งแค่ไหนมาตั้งแต่สมัยคุมบาร์เซโลนา ส่วนในบุนเดสลีกา ก็ปะทะกันมาแล้ว ก่อนจะมาเจอกันในพรีเมียร์ลีกวันเสาร์นี้ เขามีปรัชญาที่ชัดเจน พวกเขาเล่นในแนวทางที่ดีช่วงต้นฤดูกาล จากนั้นก็มีบางอย่างเกิดขึ้น พวกเขาประสบความสำเร็จ แต่ลีกนี้ก็ยากมาก และต้องเจอความท้าทายทุกสัปดาห์” คลอปป์ อดีตกุนซือดอร์ตมุนด์ กล่าว
สภาพทีม “หงส์แดง” ยังไม่มีแดนนี อิงค์ และ มาร์โก กรูยิช ที่มีอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังต้องรอเช็กความฟิตของ ฟิลิปเป คูตินโญ และ โจเอล มาติป ว่าจะพร้อมหรือไม่ ถ้าไม่พร้อม แร็กนาร์ คลาวาน จะได้จับคู่กับ เดยัน ลอฟเรน แดนกลางประกอบด้วย จอร์จินโญ ไวจ์นัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ อดัมลัลลานา ขณะที่แดนหน้า ดิว็อค โอริกี ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงร่วมกับโรแบร์โต เฟอร์มิโน และ ซาดิโอ มาเน
ด้าน ไมเคิล โอเวน อดีตกองหน้าลิเวอร์พูล มั่นใจ แมนฯ ซิตี้ ไม่มีทางบุกไปคว้า 3 แต้มเหนือลิเวอร์พูลที่สนามแอนฟิลด์ในเกมส่งท้ายปีได้อย่างแน่นอน
“คุณต้องย้อนกลับไปเดือน พ.ค. 2003 เป็นครั้งสุดท้ายและครั้งเดียวที่ซิตี้มาเอาชนะลิเวอร์พูลได้ในเกมพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์ ผมมองไม่เห็นทางเลยที่ “เรือใบ” ชุดนี้จะยุติแนวโน้มแบบนี้ได้ แต่มั่นใจเลยว่ามันจะเป็นเกมที่สวยงามและเป็นโอกาสดีในการส่งท้ายปี 2016” เบบี้โกล กล่าว
ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” ของ กวาร์ดิโอลา มีข่าวดี เมื่อได้ แซร์จิโอ อกูเอโร พ้นโทษแบนกลับมา ทว่าอดีตกุนซือบาร์ซามองว่าเกมนี้ไม่ง่าย หากทีมใดแพ้ โมเมนตัมของการลุ้นแชมป์จะเปลี่ยนไป
“ต้องเป็นเกมที่ยากเกมหนึ่งของฤดูกาล ทั้งสองทีมพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะหากใครเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แน่นอนโมเมนตัมในการลุ้นแชมป์จะเปลี่ยนมือ” กุนซือวัย 45 ปี กล่าว
ทีมเยือนอยู่ในสภาพทีมที่ไม่สมบูรณ์ เมื่อจะไม่มี แว็งซองต์ กอมปานี, อิลคาย กุนโดกัน และ จอห์นสโตนส์ ที่มีอาการบาดเจ็บ แต่ข่าวดีคือจะได้ อกูเอโร พ้นโทษแบนกลับมา แนวรับใช้ นิโคลัส โอตาเมนดี จับคู่กับ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ แดนกลางมี แฟร์นันดินโญ ประสานงานกับยาย่า ตูเร แนวรุกใช้ เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง และ ดาบิด ซิลบา คอยทำเกมอยู่ด้านหลัง อกูเอโร
ความน่าจะเป็น : ทั้งสองทีมฟอร์มแรงด้วยกันทั้งคู่ แม้เจ้าถิ่นจะไม่มีคูตินโญ แต่แนวรุกที่เหลืออย่าง เฟอร์มิโน และ มาเน ก็อยู่ในฟอร์มที่ดี เช่นเดียวกับทีมเยือนที่ได้ อกูเอโร คัมแบ็ก กลับมาหลังจากโดนแบน 4 นัดเชื่อว่า อกูเอโร ต้องการระบายความอัดอั้นหลังจากโดนแบน โอกาสจบลงด้วยผลเสมอเป็นไปได้มากที่สุด
แมนฯ ยูไนเต็ด - มิดเดิลสโบรห์ สนาม : โอลด์แทรฟฟอร์ด เวลา : 21.55 น.
“ผีแดง” เริ่มติดเครื่องชนะมา 4 เกมติดต่อกัน รั้งอันดับ 6 มี 33 แต้ม โดย โจเซ มูรินโญ ยืนยัน เวย์น รูนีย์ ไม่ฟิตทันเกมนี้
“ผมไม่คิดว่า รูนีย์ จะลงเล่นไหว ผมหวังว่าเขาจะพร้อม เขาเป็นผู้เล่นที่ผมชื่นชอบ แต่ผมยังไม่เสี่ยงให้เขาลงสนามแน่”
สภาพทีม ไม่มี ลุค ชอว์, เอริก ไบญี และ รูนีย์ ที่ยังไม่สมบูรณ์คาดว่า เฮนริก มคิตาร์ยาน น่าจะได้ลงวาดลวดลายอีกครั้ง แนวรับยังใช้ มาร์กอส โรโฮ จับคู่กับ ฟิล โจนส์ แดนกลางมี อันเดร์ เอร์เรรา ประสานงานกับ ปอล ป็อกบา แนวรุกฆวน มาตา จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงร่วมกับ อองโตนี มาร์กซิยาล และ มคิตาร์ยาน โดยมี ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยืนเป็นกองหน้า
ด้านโบโร่มี 18 แต้ม อยู่ห่างจากโซนตกชั้นแค่ 4 แต้ม ไม่มี เจมส์ ฮัสแบนด์ และ วิกเตอร์ ฟิสเชอร์ ที่มีอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ อันโตนิโอ บาร์รากัน ก็โดนโทษแบน กองหน้าใช้ อัลบาโร เนเกรโด อดีตกองหน้าแมนฯ ซิตี้ ล่าตาข่าย
ความน่าจะเป็น : “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ชั่วโมงนี้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งไม่น่าพลาด 3 แต้มด้วยประการทั้งปวง







