
8 ฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระประจำปี 2016 (ตอนที่ 1)
ท่ามกลางเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นในปีนี้ เว็บไซต์ The Guardian ได้คัดเลือกเอาฮีโร่ผู้ทำความดี แต่ไม่เป็นที่พูดถึงในปีนี้จำนวน 8 คนมาให้ได้ชมกัน
ท่ามกลางเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นในปีนี้ เว็บไซต์ The Guardian ได้คัดเลือกเอาฮีโร่ผู้ทำความดี แต่ไม่เป็นที่พูดถึงในปีนี้จำนวน 8 คนมาให้ได้ชมกัน
ชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์, ผลการลงประชามติสหราชอาณาจักรจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป, การโจมตีในเมืองอเลปโป และวิกฤติผู้อพยพที่ยังคงหลั่งไหล สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นในปี 2016 ตลอดปี ดูเหมือนว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งการล่มสลายของมนุษยธรรมอย่างแท้จริง
แต่ท่ามกลางความวุ่นวาย ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ใช้ชีวิตอยู่เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเงียบๆ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ และไม่มีช่อดอกไม้ หรือคำสดุดีใดที่มอบให้แก่พวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือบรรดาคนไร้บ้าน, โครงการให้กำลังใจวัยรุ่นเกย์ที่กำลังสับสน ไปจนถึงคนใจดีที่เปิดบ้านเป็นที่พักพิงแก่ผู้ประสบภัยเฮอริเคน
เว็บไซต์ The Guardian ได้รวบรวมเอาฮีโร่ผู้ทำความดี แต่ไม่เป็นที่พูดถึงในปีนี้จำนวน 8 คนมาให้คุณผู้อ่านได้รับรู้เรื่องราวของพวกเขากัน
Alexandre Migues, ชายฝรั่งเศสผู้วิ่งไล่ตามรถบรรทุกที่ไล่ทับผู้คนในเหตุก่อการร้ายเมืองนีซ
วันที่ 14 กรกฎาคม Alexandre Migues กำลังปั่นจักรยานออกจากบ้าน เพื่อไปร่วมชมพลุที่จุดขึ้นเนื่องในวันชาติของฝรั่งเศส แต่แล้วเขาก็เห็นรถบรรทุกคันใหญ่พุ่งตรงเข้ามาในถนนและเกือบที่จะชนเขาเข้า รถคันนั้นไล่ทับผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลองอย่างโหดเหี้ยม และสัญชาตญาณบอกให้ Migues ไล่ตามรถคันนั้นให้ได้
"ผมโยนจักรยานทิ้ง และออกวิ่งตามรถคันนั้น ในตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรเลย เพียงแต่รู้สึกว่าจะต้องจับคนๆนี้ให้ได้ ฆาตกรผู้ฆ่าคนไปจำนวนมาก" Migues กล่าว ระหว่างการให้สัมภาษณ์ 5 เดือนต่อมาหลังจากเกิดเหตุก่อการร้ายขึ้น
ชายคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าวคือ Mohamed Lahouaiej-Bouhlel ชาวตูนิเซีย การกระทำอันโหดเหี้ยมของเขาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 86 คน และอีก 430 คนที่ได้รับบาดเจ็บ
"เมื่อคุณเห็นอะไรเช่นนั้น คุณจะรู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อหยุดการกระทำเช่นนั้นให้ได้" เขากล่าวและอ้างว่าไม่ใช่การกระทำที่กล้าหาญแต่อย่างใด เพราะทั้งหมดนั้นเป็นไปโดยสัญชาตญาณ
ในที่สุดรถบรรทุกก็เคลื่อนช้าลง Migues พยายามปีนขึ้นไปยังประตูผู้โดยสารด้านหน้า เขาพยายามเข้าไปข้างใน และตอนนั้นเองที่เขาเห็นว่า Lahouaiej-Bouhlel กำลังเตรียมปืน
และในไม่กี่วินาทีต่อมาชายพลเมืองดีอีกคนควบมอเตอร์ไซต์ของเขาให้เข้าไปขัดล้อรถ ชายคนดังกล่าวพยายามปีนขึ้นที่ประตูฝั่งคนขับเช่นกัน Migues พุ่งตัวเข้าไปข้างในและต่อยเข้าที่หน้าของคนขับหลายครั้ง ในขณะที่ผู้ก่อการร้ายกำลังสาละวนกับปืน ต่อมาเขาได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พยายามสกัดรถบรรทุก ด้วยการยิงตัว Lahouaiej-Bouhlel ด้านพลเมืองดีคนดังกล่าวลื่นตกลงไปที่พื้นถนน
Lahouaiej-Bouhlel ถูกวิสามัญเสียชีวิตในคืนนั้น หลังผ่านพ้นเหตุการณ์ทางการเมืองนีซมอบเหรียญยกย่องให้แก่พลเมืองดีในวันนั้น ซึ่งรวมถึงตัว Migues ด้วย ท่ามกลางความยินดี เขาเองปรารถนาให้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นจะดีกว่า
"ชายผู้ก่อเหตุเป็นปีศาจอย่างแท้จริง" หลังผ่านเรื่องราวในวันนั้น Migues ไม่สามารถข่มตาหลับได้สนิท และภาพฝันร้ายยังคงตามมาหลอกหลอนเขา "ผมพยายามนึกถึงแต่สิ่งดีๆ เรื่องราวดีๆของเหยื่อผู้เสียชีวิต จริงๆแล้วฮีโร่ตัวจริงของเหตุการณ์นี้คือทุกคนที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ" เขากล่าว
Lena Klimova, ผู้อยู่เบื้องหลังชุมชนออนไลน์ที่สนับสนุนวัยรุ่นเกย์รัสเซีย
กฏหมายต่อต้านเกย์ในรัสเซียส่งผลให้บรรดาเกย์หลายพันคนในรัสเซียเชื่อว่าพวกเขานั้นผิดปกติ หรือเป็นปีศาจ รวมทั้งพวกเขายังไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใคร นี่คือจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งชุมชนออนไลน์ที่มีชื่อว่า Children 404
Klimova ก่อตั้งเว็บไซต์ดังกล่าวขึ้นในปี 2013 เธอเป็นแอดมิน และผู้ให้คำปรึกษาเอง ด้านรัฐบาลพยายามที่จะดำเนินคดีกับเธอหลายครั้ง จากข้อหาสนับสนุนและเผยแพร่คสามสัมพันธ์ทางเพศแบบผิดๆ ซึ่งสำหรับชาวรัสเซียนั้นการเป็น LGBT ถือว่าผิดกฏหมาย และเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ของเธอเพิ่งจะถูกทางการบล็อกไป
อย่างไรก็ตามอุปสรรคทั้งหลายไม่อาจขัดขวางการรวมกลุ่มกันในชุมชนที่เข้าอกเข้าใจกันนี้ได้ ขณะนี้พวกเขามีสมาชิกแล้วกว่า 73,000 คน ในการสนับสนุน และให้กำลังใจกัน ตลอดจนช่วยแก้ไขปัญหาที่บ่อยครั้งเกิดจากความเครียด และอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้
"ในรัสเซียมันเป็นเรื่องปกติ ถ้าคุณจะถูกเกลียดเพียงเพราะคุณแตกต่างจากคนอื่น" Klimova อธิบาย "วัยรุ่นเกย์ในรัสเซียถูกเพื่อนของพวกเขาพูดลับหลังในเชิงไม่ดี หนังสือพิมพ์พาดหัวว่าการเป็นโฮโมเซ็กชวล คืออาการป่วย ในโทรทัศน์เมื่อพูดถึงเกย์ พวกเขาจะพรรณาภาพของชายในชุดขนนกสีชมพู พร้อมกางเกงหนัง และสำหรับพ่อแม่แล้ว เมื่อลูกๆเป็นเกย์ เขาจะนึกว่าลูกกำลังมีอาการป่วยทางจิต"
วัตถุประสงค์หลักของการก่อตั้ง Children 404 เธอระบุว่ามีขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่ที่บรรดาวัยรุ่นเกย์ในรัสเซียจะรู้สึกว่าพวกเขาได้รับการยอมรับ สนับสนุน และไม่ต้องหวาดกลัวอะไร "ให้ความอบอุ่นเหมือนเตาผิง ในห้องนั่งเล่น ด้วยบรรยากาศสบายๆ" เธอบรรยายถึง Children 404
สนใจดูกิจกรรมบนเว็บไซต์ได้ที่นี่ https://vk.com/deti404
Asem Hasna ชายผู้สร้างขาเทียมให้แก่เหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามซีเรีย
ในช่วงเริ่มต้นของสงครามในซีเรีย Hasna ตัดสินใจหยุดเรียนต่อ และเดินทางกลับมายังบ้านเกิดในดามากัส ด้วยความตั้งใจว่าจะกลับมาเป็นหมอในชุมชน
แต่แล้วในเดือนเมษายน ปี 2013 ในขณะนั้นเขาอายุ 19 ปี รถยนต์ที่เขาโดยสารถูกโจมตีโดยกองกำลังรัฐบาล ส่งผลให้เขาต้องตัดขาซ้ายตั้งแต่หัวเข่าลงไป ต่อมาเขาย้ายไปอาศัยอยู่ในค่ายพักพิง ที่จอร์แดน ใช้ชีวิตร่วมกับพี่น้องชาวซีเรียที่อพยพหลีกหนีความรุนแรงเช่นกัน
"ผมตัดสินใจว่า ขาข้างที่เสียไปคือราคาที่จ่ายให้สำหรับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตตนเอง" เขากล่าว "ผมต้องการให้ประสบการณ์ของผม เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น"
เขาตั้งทีมขึ้นมาร่วมกับเจ้าหน้าที่จากองค์กรให้ความช่วยเหลืออื่นๆ ในชื่อ Refugee Openware เพื่อช่วยสร้างอวัยวะเทียมให้แก่บรรดาชาวซีเรียที่ต้องกลายเป็นผู้พิการ จากผลกระทบของสงคราม นอกจากนั้นเขายังได้เป็น 1 ใน เจ้าหน้าที่พิเศษ 12 นาย ที่ได้รับการฝึกอบรมเป็นระยะเวลา 9 เดือน เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ และเทคโนโลยีสมัยใหม่อื่นๆ ในการออกแบบอวัยวะเทียมที่ดีขึ้นอีกด้วย
ขณะนี้ Hasna และทีมของเขาให้ความช่วยเหลือชาวซีเรียไปแล้วหลายสิบคน สงครามความขัดแย้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายแสนคน ในขณะที่ผู้รอดชีวิตจำนวนมากล้วนมีชีวิตอยู่กับความพิการ เนื่องจากพวกเขาไม่อาจเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้
อย่างไรก็ดีแม้จอร์แดนจะให้ชาวซีเรียพักพิงในค่ายผู้ลี้ภัย แต่พวกเขาไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ดังนั้นแล้ว Hasna และทีมจึงตัดสินใจย้ายประเทศ เขาตัดสินใจบินไปยังตุรกี เพื่อที่จะเดินทางต่อไปยังเยอรมนี โดยผ่านกรีซ และประเทศในแถบคาบสมุทรบอลข่าน
"เรือ, รถบัส, รถไฟ, แท็กซี่ หรือการเดินเท้า เราทำทุกอย่าง" เขาอธิบายถึงการเดินทางไปยังเยอรมนี และเมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา Hasna เพิ่งจะขอลี้ภัยในเยอรมนี สถานที่ซึ่งเขาคาดหวังว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม ให้ได้มีอวัยวะเทียมอย่างที่พวกเขาต้องการ
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.row3d.org/
Binta, ผู้ให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าสาวของโบโกฮาราม
ก่อนหน้านี้อนาคตของ Samira หญิงสาววัย 15 ปี มีแต่ความมืดมน เธอถูกกลุ่มโบโกฮารามลักพาตัวไปเมื่ออายุ 13 ปี กลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ครอบครองพื้นที่บางส่วนทางตอนเหนือของแคเมอรูน
แม้ว่าบรรดาสื่อจะพากันเขียนถึงฝันร้ายที่เด็กสาวชิบอค ในไนจีเรีย ที่ถูกกลุ่มโบโกฮารามลักพาตัวไปเช่นกัน แต่กลับไม่มีใครเขียนถึงเรื่องราวของ Samira
เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายที่แก่กว่าเธอ 2 เท่า เธอต้องทนเห็นการสังหารชาวบ้านอย่างโหดเหี้ยม ซ้ำร้ายในขณะที่ถูกจองจำเธอก็ตั้งท้องขึ้น และในการตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 นั้น สามีของเธอก็ถูกฆ่าตายโดยกองกำลังไนจีเรีย เมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา
Samira ตัดสินใจหนี แต่เมื่อมาถึงบ้านเธอพบว่าพ่อหายตัวไป แม่เสียชีวิตไปนานแล้ว ส่วนญาติคนเดียวที่มีอยู่คือลุงก็เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน ในขณะที่ป้าของเธอ ผู้เป็นภรรยาของลุงก็ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือ หรือรับเธอมาอยู่ด้วย เพราะว่าเธอเป็นเมียของผู้ก่อการร้าย "เมียของโบโกฮาราม และลูกที่เกิดจากโบโกฮาราม คือความชั่วร้ายที่จะไม่มีวันได้เข้าบ้านฉัน" Samira ทวนคำพูดที่ป้าพูดกับเธอ
แต่แล้วในช่วงเวลาที่ยากลำบานั้นเอง Binta วัย 50 ปี หนึ่งในเจ้าหน้าที่เอ็นจีโอหญิงที่ให้ความช่วยเหลืออดีตนักโทษก็ยื่นมือเข้ามาโอบอุ้ม Samira
Binta ไม่สนใจว่าเด็กคนนี้เป็นเมียของผู้ก่อการร้าย เธอรู้เพียงอย่างเดียวว่าเด็กสาวกำลังต้องการความช่วยเหลือ "เธอไม่มีครอบครัวเหลือ เธอกำลังตั้งท้อง ดังนั้นแล้วฉันจึงบอกกับเธอว่า ฉันจะช่วยเหลือเธอทุกอย่าง" Binta กล่าวระหว่างการเดินทางไปยังโรงพยาบาล ที่ Samira ฝากครรภ์ และกำลังเข้ารับการอัลตร้าซาวด์
เรื่องราวของ Samira ไม่ใช่เรื่องใหม่ บรรดาเด็กสาว และเด็กหนุ่มที่หนีมาจากกลุ่มก่อการร้าย พวกเขาต้องเผชิญกับความรังเกียจในสังคม โดยเฉพาะเจ้าสาวของโบโกฮารามที่หลายคนเชื่อว่าพวกเธอล้วนถูกปลูกฝังลัทธิความเชื่อมาแบบผิดๆจากสามี
ทุกวันนี้ Samira รู้สึกโล่งใจที่เธอตัดสินใจหนีออกมา อย่างไรก็ตามเธอกล่าวว่าสามีของเธอไม่เหมือนโบโกฮารามคนอื่นๆ เพราะเขาเป็นคนใจดี อย่างไรก็ดีถึงแม้สามีของเธอจะตายไปแล้ว Samira โชคดีที่เธอยังเหลือคนที่รัก และสนับสนุนเธอ แม้ว่าทั้งคู่จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ตาม
"ฉันมีลูก 4 คน" Binta ยิ้มกว้าง "Samira คือลูกคนที่ 5"
*ชื่อของ Samira และ Binta เป็นชื่อสมมุติ เพื่อความปลอดภัย







