posttoday
‘เงาบนใบหน้า’ สิ่งที่จิตรกรหลวงหลางซื่อหนิงจำใจตัดทิ้ง

‘เงาบนใบหน้า’ สิ่งที่จิตรกรหลวงหลางซื่อหนิงจำใจตัดทิ้ง

26 ธันวาคม 2559

หลางซื่อหนิง เป็นชื่อจีนของมิชชันนารีจิตรกรชาวอิตาลี จูเซปเป้ คาสติลิโยเน่ (Giuseppe Castiglione)

โดย...นิธิพันธ์ วิประวิทย์

หลางซื่อหนิง เป็นชื่อจีนของมิชชันนารีจิตรกรชาวอิตาลี จูเซปเป้ คาสติลิโยเน่ (Giuseppe Castiglione)

เด็กน้อยจูเซปเป้เป็นชาวอิตาลี ลืมตาดูโลกที่มิลานเมื่อ ปี ค.ศ. 1688 ตั้งแต่เด็กชื่นชอบและมีฝีมือในการวาดภาพ เมื่ออายุ 19 ปี เขาเข้าบวชในนิกายเยซูอิต

ช่วงนั้นกระแสการออกเผยแพร่คริสต์ศาสนาเฟื่องฟู มิชชันนารีจูเซปเป้ เลือกที่จะมายังดินแดนตะวันออกไกล-จีน

จุดประสงค์คือเพื่อเผยแผ่ศาสนา โดยใช้ความสามารถทางด้านศิลปะเป็นตัวเบิกทางเข้าราชสำนัก

จูเซปเป้มาถึงจีนในปี ค.ศ. 1715 ช่วงรัชกาลอันรุ่งโรจน์ของจีนในราชวงศ์ชิง-รัชศกคังซี

ฮ่องเต้คังซีทรงโปรดปรานในความแปลกใหม่และวิทยาการจากตะวันตก จูเซปเป้ใช้ชื่อจีนว่าหลางซื่อหนิง ถูกเลือกให้เข้ามาทำงานในฝ่ายจิตรกรรมราชสำนักโดยมีเพื่อนร่วมงานเป็นจิตรกรหลวงชาวจีนมากมาย

หลางซื่อหนิงเป็นบุคคลสำคัญที่นำเอาเทคนิคการวาดภาพแบบตะวันตกเข้ามาบุกเบิกในจิตรกรรมจีน ไม่ว่าจะเป็นการไล่แสงเงา การจัดองค์ประกอบภาพ หรือหลักการเขียนภาพ Perspective ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ให้มิติภาพตามที่ตามองเห็นจริง

แต่ดูเหมือนการรับรู้ด้านศิลปะความงามของคนแต่ละวัฒนธรรมจะเปลี่ยนแปลงได้ไม่ง่าย งานของหลางซื่อหนิงดูตื่นตาตื่นใจในช่วงแรก แต่ผู้คนก็หายตื่นเต้นในระยะเวลาไม่นาน แล้วต่างกลับไปชื่นชมความงามของจิตรกรรมแบบจีนอย่างที่คุ้นเคย

ผู้คนเห็นเทคนิคตะวันตกเป็นของแปลก มากกว่าของทรงคุณค่า และไม่ได้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ศิลปะควรเป็น

ศิลปะภาพวาดจีนมีความแตกต่างจากตะวันตกอย่างชัดเจน

หากจะเปรียบเทียบให้กระชับ ศิลปะภาพวาดจีนใช้การพรรณนาสร้างความรู้สึก มิติของภาพวาดไม่ใช่มิติที่ตาเห็นหรือกล้องถ่ายรูปจะถ่ายออกมาได้

ยกตัวอย่างภาพวาดทิวทัศน์ภูเขาและลำน้ำตามศิลปะจีน ผู้ชมจะได้สัมผัสภาพทิวทัศน์ของภูเขาไล่ไปตามสิ่งที่ศิลปินอยากพรรณนา

ส่วนบนของภาพอาจจะเป็นภาพภูเขาเกือบเต็มลูกในระยะไกล ในขณะที่เมื่อมองไปที่ส่วนกลางจะเริ่มเห็นภาพแสดงรายละเอียดความพลิ้วไหวของใบไม้ในป่าเขา และที่ด้านล่างของภาพปรากฏศาลาเล็กๆ ณ มุมหนึ่งซึ่งมีชายปลีกวิเวกคนหนึ่งนั่งอยู่ บางส่วนของภาพเว้นที่ว่างไว้เฉยๆ ให้จินตนาการของผู้ชมสานต่อเอาเอง

ทั้งหมดรวมกันเป็นภาพที่มีระยะและมุมมองอยู่หลากหลายในภาพเดียว

หรือภาพวาดทิวทัศน์แบบม้วนยาว ก็ให้ผู้ชมค่อยๆ คลี่ดูสิ่งที่จิตรกรต้องการพรรณนา ซึ่งผู้ชมเสพและมีส่วนร่วมโดยไล่ไปตามท้องเรื่องที่จิตรกรต้องการเล่า ทั้งหมดเสมือนการอ่านบทกวีไปทีละบท

ในขณะที่ภาพวาดจากศิลปะตะวันตกยุคนั้นคล้ายภาพถ่าย คือ การจับจังหวะปรากฏการณ์มาให้เราเห็น ผู้ชมยืนดูอยู่ในจุดเดียวแล้วมององค์ประกอบของภาพใหญ่ ในภาพจะมีจุดสนใจหลัก จุดสนใจรอง และพื้นภาพ ทั้งภาพเปลี่ยนเสมือนซีนหนึ่งของเรื่องเล่าซึ่งพยายามดึงอารมณ์ให้ผู้คนมีส่วนร่วม ณ วินาทีนั้น และที่สำคัญ คือ มีมิติสมจริง

เพื่อดึงอารมณ์ร่วมมาในวินาทีนั้น แสงเงาของภาพศิลปะตะวันตกจะเน้นความดรามาติก ให้มีมิติตื้นลึกกลมนูนมากที่สุด

ในฐานะจิตรกรหลวงผู้รับใช้ราชสำนัก หลางซื่อหนิงจึงจำเป็นต้องเรียนรู้และใช้สไตล์การวาดภาพแบบจีนไว้ด้วย อย่างไรก็ดีเขาพยายามสอดแทรกรูปแบบศิลปะตะวันตกที่เขานำติดตัวมาในงานจิตรกรรมของเขาเสมอ

หลางซื่อหนิงอยู่รับใช้ราชสำนักถึง 3 รัชกาล คือ รัชกาลของฮ่องเต้ คังซี หย่งเจิ่ง และเฉียนหลง ซึ่งจัดเป็นช่วงรุ่งโรจน์สุดท้ายของยุคราชวงศ์จีน

ในรัชสมัยของฮ่องเต้เฉียนหลง หลางซื่อหนิงคือจิตรกรผู้ถ่ายทอดชีวิตประจำวันในพระราชวังของฮ่องเต้เฉียนหลงได้อย่างมีชีวิตชีวา นอกจากภาพวาดหลากหลายซีรี่่ส์ตามพระบัญชาแล้ว ฮ่องเต้เฉียนหลงมักเรียกใช้ให้หลางซื่อหนิงวาดภาพกิจกรรมยามว่างของพระองค์เสมอๆ

ภาพฮ่องเต้เฉียนหลงจำลองการใช้ชีวิตแบบชาวฮั่นหรือชาวตะวันตกอยู่ภายในสวนในพระราชวัง ทำให้เราเห็นอีกมุมหนึ่งของชีวิตฮ่องเต้

หลางซื่อหนิง คือ ช่างภาพส่วนพระองค์

อย่างไรก็ตาม แม้ฮ่องเต้เฉียนหลงจะเรียกใช้หลางซื่อหนิงวาดภาพให้อย่างสม่ำเสมอ แต่พระองค์ก็มักจะเขียนพระราชโองการบัญชาให้ “ใช้กระดาษจีน” และลงท้ายว่า “ไม่เอาสไตล์ฝรั่ง”

ปัญหาหนักที่เขาเจอตลอดมา ก็คือ เรื่องแสงเงา เมื่อเขาพยายามนำเสนอภาพวาดบุคคลในแสงเงาสไตล์ฝรั่ง ฮ่องเต้แต่ละพระองค์มักติงกลับมาว่า ปื้นเงาดำบริเวณใบหน้า ไม่สง่างาม แลดูสกปรก

หลางซื่อหนิงจำต้องแก้ปัญหาด้วยการทำให้หน้าบุคคลดูสว่างโดยไม่ทิ้งหลักการของแสงเงา เขาวาดภาพใบหน้าคนโดยให้เสมือนแสงส่องมาตรงกลางหน้า  และไม่ใช้เงาซึ่งคอนทราสต์มากเกินไป

แต่เขายังคงเลือกใส่แสงเงาที่คอนทราสต์มากขึ้นในวัตถุต่างๆ ได้พอสมควร นั่นทำให้ภาพวาดของหลางซื่อหนิงแม้ดูเป็นจีน แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เมื่อเฉียนหลงฮ่องเต้ให้เขาช่วยดูงานออกแบบตึกฝรั่งในพระราชวังหยวนหมิงหยวน ขณะที่พระองค์ต้องอนุมัติรูปปั้นประดับสวนพระราชวัง ฮ่องเต้เฉียนหลงทรงรู้สึกไม่สบายพระทัยกับรูปปั้นสาวเปลือยกายที่ใช้กันทั่วไปในพระราชวังตะวันตก รูปปั้นทั้งหมดจึงต้องเปลี่ยนเป็นรูปนักษัตรแทน

และนี่ก็คืออีกจุดที่ศิลปะจีนดั้งเดิมกับศิลปะตะวันตกยังไม่ยอมลงตัวกัน

เป็นเวลา 51 ปี ที่หลางซื่อหนิงรับใช้ราชสำนัก เขาเสียชีวิตอย่างสงบที่ปักกิ่ง ฮ่องเต้เฉียนหลงทรงให้คำชื่นชมว่า หลางซื่อหนิงเป็นขุนนางที่ถ่อมตนนอบน้อม

นอกจากคำชื่นชมของเฉียนหลง ก็ยากที่จะบอกว่าหลางซื่อหนิงเป็นคนแบบไหนอย่างไร เพราะในช่วงชีวิตหลางซื่อหนิง ตัวตนและผลงานของเขาไม่ได้ถูกเล่าขาน

ในเชิงฝีมือ ภาพที่เขาวาดถูกยอมรับในเชิงความแปลกใหม่มากกว่า

แต่สำหรับปัจจุบัน ผลงานของหลางซื่อหนิงมีผู้คนให้คุณค่าไว้สูง เพราะเป็นจุดสำคัญที่โลกศิลปะจีนและตะวันตกพบกัน รวมถึงในแง่ที่เขาเป็นจิตรกรผู้ที่ฉายภาพส่วนพระองค์ฮ่องเต้

สันนิษฐานจากจดหมายที่หลางซื่อหนิงเขียนไว้ เขาไม่ค่อยพอใจกับผลงานของเขานัก ทั้งในเรื่องศิลปะและเรื่องการเผยแผ่ศาสนา

ที่จริงเทคนิคจิตรกรรมตะวันตกที่หลางซื่อหนิงสามารถสอดแทรกผสมผสานเข้าไปในงานของเขามีอยู่มากมาย ไม่ว่าเรื่องมิติของภาพที่สมจริงขึ้นของพื้นภาพ หรือการไล่แสงเงาในวัตถุ เราสามารถรู้ได้ไม่ยาก ว่าภาพไหนเป็นผลงานของหลางซื่อหนิง แต่สิ่งที่เขาไม่สามารถฝืนใส่ลงไปได้เลยตลอดมา คือ เงามืดบนใบหน้า

คติของศิลปะหลายครั้งสะท้อนถึงวิธีมองโลกของแต่ละวัฒนธรรม

และวิธีมองโลกของแต่ละวัฒนธรรมมักฝังลึกและเปลี่ยนแปลงได้ยากอย่างน่าเหลือเชื่อ

แม้จะเป็นเวลา 300 กว่าปีแล้ว ที่หลางซื่อหนิงนำศิลปะตะวันตกมาปะทะสังสรรค์กับศิลปะจีน แต่ทุกวันนี้ปกหนังสือเกี่ยวกับผู้นำจีน แม้จะใช้ภาพถ่ายจากกล้อง ถ่ายภาพ Portrait ขึ้นปก แต่ยังคงเห็นได้ชัดว่า ใบหน้าของท่านผู้นำจีนมักฉายภาพสว่างสดใสไร้เงาดำบนใบหน้า มิติภาพของผู้นำจีนจึงยังดูขาวสะอาดและแบนราบกว่าแสงในชีวิตจริง

ขณะที่อีกฟากวัฒนธรรมภาพปกหนังสือประวัติบุคคลสำคัญยังคงเน้นแสงเงาดรามาติกตามแบบศิลปะตะวันตก

หากนับแสงสว่างที่ส่องบุคคลในชีวิตประจำวันเป็นแสงมาตรฐาน แต่ละฝั่งก็เน้นรูปแบบแยกไปคนละทางกับแสงในชีวิตจริง

และทั้งคู่ยังคงมีศิลปะการเล่าประวัติบุคคลสำคัญของแต่ละวัฒนธรรมไม่เหมือนกัน ไม่ต่างกับการใช้มิติของแสงในภาพถ่าย หรือแม้กระทั่งการยอมรับความเปลือยเปล่าในการเล่าเรื่องของบุคคล

สิ่งที่หลางซื่อหนิงเคยพยายามผสมเมื่อกว่า 300 ปีที่แล้ว เอาเข้าจริง จนถึงทุกวันนี้จึงยังไม่ได้ผสานเป็นเนื้อเดียวเลย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท