ให้ข้าวเป็นของขวัญ อิ่มไปถึง ... หัวใจ
หลังจากรัฐบาลออกมารณรงค์ให้คนไทยช่วยชาวนาซื้อข้าว รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากข้าว มอบเป็นของขวัญปีใหม่
โดย...กองบรรณาธิการ
หลังจากรัฐบาลออกมารณรงค์ให้คนไทยช่วยชาวนาซื้อข้าว รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากข้าว มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่กันเพื่อช่วยกระตุ้นการบริโภค และช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งปรากฏว่ากระแสตอบรับล้นหลาม มียอดคำสั่งซื้อผ่านกลุ่มเกษตรกรเป็นจำนวนมากสร้างรายได้สูงถึงกิโลกรัมละ 50-60 บาท เลยทีเดียว
ข้าวหอม-ข้าวอินทรีย์ ของขวัญปีใหม่ชั้นดี
คะนึงนุช กุลวงศ์ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ปีนี้ถือว่าเป็นปีทองของข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เนื่องจากมีคนสนใจสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น เพื่อนำไปจัดเป็นกระเช้าของขวัญจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ประกอบกับทางรัฐบาลได้ส่งเสริมให้ปีใหม่ใช้ข้าวของเกษตรกรเป็นของขวัญปีใหม่ยิ่งทำให้ข้าวขายดี โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ขายส่งเป็นแพ็กซีลสุญญากาศกิโลกรัมละ 60 บาท ส่วนที่บรรจุถุงใช้เชือกฟางมัดขายกิโลกรัมละ 50 บาท ในอนาคตคาดว่าข้าวอินทรีย์จะมีเกษตรกรหันมาปลูกกันมากขึ้น เนื่องจากสามารถกำหนดราคาขายได้เอง ไม่เหมือนข้าวที่ปลูกใช้สารเคมีที่ต้องส่งขายโรงสีข้าวอย่างเดียวและถูกกดราคาไม่ได้รับความเป็นธรรม
ด้าน ธานิน ภัทรธนเศรษฐ์ ผู้ผลิตข้าว ออร์แกนิกรายใหญ่ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ลูกค้าได้สั่งซื้อกระเช้าข้าวหอมมะลิเป็นของขวัญปีใหม่ กระเช้าของขวัญออร์แกนิกจำนวนมากในปีนี้ ทำให้ต้องเร่งผลิตเพื่อให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภค ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบริษัทเอกชนที่นิยมมอบข้าวออร์แกนิก รับกระแสรักสุขภาพ ทำให้ตลาดข้าวออร์แกนิกใน จ.อุบลราชธานี ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยราคากระเช้าเริ่มต้นอยู่ที่ 500-1,000 บาท และช่วยให้ชาวนาระบายข้าวสู่ตลาดได้เร็วขึ้น
ขณะที่ จรัญ ชาญชิต ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองมะคังพัฒนา ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ได้รวมกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกข้าว ต.ทับยายเชียง ผลิตข้าวกล้องเพื่อสุขภาพได้ประมาณ 10 ปีแล้ว โดยสมาชิกกลุ่มปลูกข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และออกจำหน่ายข้าวกล้องเพื่อสุขภาพ ในรูปแบบแพ็กเกจธรรมดามาก่อน รวมถึงมีผลิตภัณฑ์จมูกข้าวจำหน่าย ต่อมาได้รับคำแนะนำให้จัดแพ็กเกจข้าวเป็นรูปหัวใจ เพื่อเพิ่มมูลค่าในการขายข้าวกล้องเพื่อสุขภาพ และสื่อถึงความรักความจริงใจในการให้ผู้บริโภคดูแลสุขภาพ จึงทำรูปแบบนี้มาจำหน่ายได้ประมาณ 1 ปีแล้ว
ปัจจุบันมีลูกค้าสั่งเข้ามาเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปเป็นของชำร่วย ของที่ระลึก ของขวัญทางกลุ่มวิสาหกิจฯ ผลิตออกมาผสมข้าวหลากหลายรูปแบบ มีข้าวหอมมะลิแดง ข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวไรซ์เบอร์รี่อยู่ในแต่ละแพ็ก ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าข้าวสารได้สูงถึงถึงกิโลกรัมละ 80 บาท (เฉลี่ยมูลค่าถังละ 1,200 บาท)
ในช่วงสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ การที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนมีคำสั่งซื้อข้าวมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ถือว่าเป็นการช่วยชาวนาอีกทางหนึ่ง แต่ต้องซื้อจากชาวนาตัวจริงเสียงจริงไม่ใช่ซื้อจากกลุ่มนายทุน ชาวนาก็ไม่ได้ประโยชน์
ข้าวของพ่อ ของขวัญให้ลูก
ข้าวสารหอมมะลิของชาวนา จ.สระแก้ว เหมาะแก่การซื้อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง “ข้าวของพ่อ เป็นของขวัญให้ลูก” สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ขึ้นมาในชื่อแบรนด์ของจังหวัดว่า “we for you” โดยบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีสระแก้ว (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ร่วมกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจแนวใหม่ของ จ.สระแก้ว โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อต้องการช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาข้าวราคาตกต่ำ
พนิดา เหล่าภัทรประสิทธิ์ ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจแนวใหม่ของ จ.สระแก้ว เล่าที่มาโครงการว่า เกิดจากการที่ปัญหาราคาข้าวในปีนี้ตกต่ำ ทำให้บริษัทจับมือกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจแนวใหม่ของ จ.สระแก้ว เพื่อหาทางช่วยเหลือชาวนาที่มีรายได้ไม่เพียงพอ ด้วยการรับซื้อข้าวเปลือกมะลิจากชาวนาในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด แล้วนำมาสีบรรจุใน
แพ็กเกจจิ้งสวยงามเหมาะเป็นของขวัญปีใหม่
“บริษัทรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาเฉพาะที่ขึ้นทะเบียนกับทางโครงการเพื่อเป็นเกษตรกรของพ่อเท่านั้น ซึ่งจะมีเกณฑ์ในการพิจารณาชาวนาเข้าร่วมโครงการโดยให้สิทธิแก่ผู้ที่มีที่นา 5-10 ไร่ ลงทะเบียนก่อน โดยตั้งเป้าที่ 99 ครัวเรือน ครัวเรือนละไม่ต่ำกว่า 1,000 ตัน ซึ่งตอนนี้ครบเป้าที่ตั้งไว้แล้ว ส่วนข้าวเป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ 105”
สำหรับข้าวของพ่อที่ใช้ในชื่อโครงการ พนิดา อธิบายว่า เพราะเครือข่ายมองว่า ข้าวเป็นพืชเกษตรที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงให้ความสำคัญอย่างมาก จึงเป็นที่มาของคำว่าข้าวของพ่อ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าหรือชูราคาข้าวสารให้สูงขึ้น ฉะนั้นทางเครือข่ายฯ จึงผลิตข้าวออกมาในรูปแบบของขวัญที่บรรจุอยู่ในแพ็กเกจจิ้งที่สวยงาม
“ข้างหลังแพ็กเกจจิ้งนั้นเราใส่ 9 คำพ่อสอนลงไปด้วย เพื่อให้ทุกคนได้อ่านแล้วเกิดความซึมซับและนำไปใช้และเจริญรอยตามพระองค์ท่าน” พนิดา กล่าวว่า ใครซื้อข้าวในโครงการข้าวของพ่อเป็นของขวัญให้ลูกในชื่อแบรนด์ we for You นี้ถือว่าทุกคนได้ช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าการขายให้กับพ่อค้าคนกลางหรือโรงสีทั่วไป
ข้าวเกษตรกรของพ่อ จ.สระแก้ว แบ่งเป็นเซตของขวัญข้าวล้ำค่า 1 กิโลกรัม ราคา 40 บาท เซตของขวัญข้าวแพ็กคู่ ราคา 99 บาท นอกจากนี้ยังมีของขวัญข้าวครอบครัว 5 กิโลกรัม ราคา 150 บาท และของขวัญข้าวชุดใหญ่ 49 กิโลกรัม ราคา 1,200 บาท ช่องทางสั่งจองข้าวของพ่อ we for You สามารถสั่งซื้อได้ที่เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจแนวใหม่ของ จ.สระแก้ว line :
@weforyou หรือโทร. 08-1295-1610
ข้าวปลอดสาร ของขวัญทรงคุณค่า
ช่วงขึ้นปีใหม่นี้ สภาอุตสาหกรรมการเกษตร จ.สุโขทัย ได้ช่วยรับซื้อผลผลิตข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษของกลุ่มเกษตรกร ต.บ้านน้ำพุ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย มาจัดเป็นกระเช้าของขวัญเพื่อมอบให้กับลูกค้า บริษัท ห้างร้าน และโรงแรมต่างๆ นอกจากเป็นการช่วยเหลือส่งเสริมเกษตรที่กำลังประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วย
สายฝน ช่างเขียน วัย 42 ปี เกษตรกร ต.บ้านน้ำพุ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เธอมีปัญหาสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เธอจึงตัดสินใจกลับมาปลูกข้าวอินทรีย์ที่บ้านเกิด เพราะเล็งเห็นว่าการปลูกข้าวนาปีอย่างที่คุณพ่อของเธอทำอยู่ นอกจากจะก่อแต่หนี้สินเพราะต้องซื้อทั้งปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงมาใช้แล้ว ข้าวที่ได้ยังราคาตกต่ำด้วย เธอจึงเริ่มทำเกษตรอินทรีย์จริงจังตั้งแต่นั้น
“ช่วงปีแรกที่ทำดิฉันปลูกข้าวอินทรีย์แค่ 2 ไร่ แต่พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้วกลับได้ผลผลิตดีเท่ากับนาปีเลยละ นั่นคือได้ข้าว 50 ถัง/ไร่ ทั้งที่ไม่ได้ใช้สารเคมี ก็เลยเห็นแนวทางจากตรงนั้น เมื่อได้ผลผลิตมา ดิฉันก็ใช้เครื่องสีข้าวขนาดเล็กซึ่งมีอยู่ที่บ้านสีข้าวเอง เสร็จแล้วก็นำข้าวออกมาใส่ถุงขายให้เพื่อนบ้านจนขายข้าวได้หมด ปีต่อมาจึงปลูกข้าวอินทรีย์เพิ่มขึ้นอีกหลายไร่” ข้าวอินทรีย์ของเธอขายได้ถึง 1.3-1.5 หมื่นบาท/เกวียน เมื่อเพื่อนเกษตรกรเห็นก็อยากทำบ้าง เธอก็ได้ให้คำแนะนำไป แต่พอเกษตรกรเริ่มปลูกข้าวอินทรีย์อย่างจริงจัง ปีนี้ราคาข้าวก็กลับตกลงเหลือแค่เกวียนละ 6,000 บาทเท่านั้น ข้าวเปลือกในยุ้งที่เก็บไว้ก็ยังไม่หมด เธอจึงรวมตัวกับสมาชิกในกลุ่มนำข้าวเปลือกในยุ้งของแต่ละคนมาสีข้าวบรรจุถุงขาย
“โชคดีว่าในช่วงที่ขายข้าว มีเจ้าหน้าที่สภาอุตสาหกรรมฯ ได้มาเสนอไอเดียว่า ให้เรานำข้าวไปวาง ขายที่ตึกของเขาซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับวัดดูมั้ย เราจึงนำข้าวในยุ้งออกมาสีเพิ่มและนำไปวางขายในวันเสาร์บริเวณถนนคนเดิน ปรากฏว่าข้าวที่เราบรรจุถุงมาขายจำนวน 500 กิโลกรัม ขายหมดภายใน 2 ชั่วโมง จากนั้นเสาร์ที่ 2 เราก็นำข้าวเปลือกมารวมกันแล้วสีข้าวเพิ่มเป็น 700 กิโลกรัม ปรากฏว่าวางขายแค่ 6 ชั่วโมง ข้าวก็ขายหมดเกลี้ยงอีก ประกอบกับช่วงนี้เริ่มใกล้เข้าเทศกาลปีใหม่ พวกเราเลยคิดกันว่าลองนำข้าวอินทรีย์มาจัด เป็นกระเช้ากันมั้ย เพราะช่วงนี้คนมักจะซื้อของขวัญของฝากไปให้ญาติพี่น้องกันเยอะ ถ้าเป็นข้าวอินทรีย์ที่มีคุณภาพดี คนก็น่าจะยิ่งชอบ คิดดังนั้นเราจึงจัดเป็นกระเช้าบรรจุข้าวกระเช้าละ 1 กิโลกรัม โดยกระเช้าที่นำมาจัดนี้ เราได้ไปว่าจ้างให้คนที่เป็นช่างจักสานในหมู่บ้านทำมาขายให้เรา ทำให้พวกเขามีรายได้เพิ่ม ซึ่งถือว่าเป็นการกระจายรายได้ให้คนที่อยู่ในชุมชนไปด้วย”
สายฝน ทิ้งท้ายว่า นอกจากช่วยให้คนในหมู่บ้านมีรายได้แล้ว ด้วยความที่เครื่องสีข้าวของเธอเป็นเครื่องขนาดเล็กที่สีข้าวได้แค่วันละ 700 กิโลกรัมเท่านั้น สมาชิกกลุ่มจึงตกลงกันว่าจะนำข้าวเปลือกกระจายไปตามโรงสีที่มีอยู่ 6 โรงในชุมชนเพื่อให้ช่วยสีข้าวได้ทันตามจำนวนที่ลูกค้าสั่งมานั่นคือ 1,000 กว่ากิโลกรัม จึงทำให้โรงสีต่างๆ เหล่านี้มีรายได้ไปด้วย แถมยังมีการจ้างงานสมาชิกกลุ่มในขั้นตอนการบรรจุถุงข้าวอีกด้วย จึงเป็นการช่วยกระจายรายได้ในชุมชนที่ได้ผลอย่างแท้จริง
สนใจสั่งซื้อข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ สอบถามที่ โทร. 09-6926-3364 และ 08-7785-5474
ประกันภัย ให้ข้าวเป็นของขวัญ
“โครงการประกันภัย ให้ข้าวเป็นของขวัญ” ก็เป็นอีกโครงการดีๆ อีกโครงการหนึ่งที่ภาคเอกชนรวมตัวกัน เพื่อต้องการช่วยเหลือชาวนาในยุคที่ราคาข้าวสารตกต่ำ ด้วยการแปลงข้าวให้เป็นของขวัญชั้นดีเพื่อส่งมอบให้กับผู้อื่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้
อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า “โครงการนี้เกิดขึ้นตอนที่ผมเดินทางอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์ และได้เข้าไปซื้อของในห้างสรรพสินค้าที่นั่น ได้ไปเห็นข้าวหอมมะลิวางขายอยู่ถึงกิโลกรัมละ 172 บาท ซึ่งราคาสูงมากเมื่อเทียบกับข้าวหอมมะลิที่ขายในไทย จึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้ข้าวไทยขายได้ราคาสูงกว่าที่เป็นอยู่ได้บ้าง
“พอกลับมาไทย ผมก็เริ่มโครงการทันที โดยเชิญชวนบริษัทประกันภัยที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อร่วมตัวกันสั่งซื้อข้าวสารจากชาวนาโดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ต้องเลือกคัดข้าวเกรดดีที่สุด เพื่อซื้อและนำไปแจกจ่ายให้กับพนักงานของบริษัทได้บริโภค หรือมอบให้กับลูกค้าเพื่อเป็นของขวัญในเทศกาลปีใหม่หรือในโอกาสสำคัญๆ ของแต่ละบริษัท ตั้งเป้าปีนี้มียอดซื้อขายให้ได้ที่ 500 ล้านตัน
“ก็หวังว่าโครงการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวนาขายข้าวได้ในราคาที่เหมาะสมได้บ้าง โดยทางสมาคมฯ จึงได้ติดต่อสั่งซื้อข้าวสารหอมมะลิจากชาวนาที่ขายข้าวเอง และเป็นกลุ่มชาวนาที่รวมตัวกันเพื่อขายข้าวโดยตรงให้กับผู้บริโภค เช่น กลุ่มเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ต.ทับทัน กลุ่มองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กระเทียม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ และกลุ่มสุรินทร์ 108 (กลุ่มฉนังบายสเร็น) โดยทางสมาคมฯ จะเป็นผู้ออกค่าขนส่งให้เอง”
อย่างล่าสุด ก็ได้มอบเครื่องบรรจุข้าวชนิดสุญญากาศ จำนวน 3 เครื่อง ให้แก่ กลุ่มชาวนากลุ่มเมล็ดพันธุ์ ต.กระเทียม กลุ่มผลิตพันธุ์ข้าว ต.ทับทัน และ อบต.ศรีสุข จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นเครื่องมือในการบรรจุข้าวสารให้กับกลุ่มชาวนาที่ขายข้าวเองให้ได้ราคาที่เหมาะสม พร้อมนำทีมลงพื้นที่เยี่ยมชม และมีกิจกรรมร่วมกับบริษัทสมาชิก ส่งพนักงานจิตอาสาและรถสำหรับขายข้าว เพื่อร่วมกิจกรรมขายข้าวช่วยชาวนาตามสถานที่ต่างๆ
อานนท์ ยังกล่าวอีกว่า มาตรการดังกล่าวที่ออกมานี้ เป็นเพียงมาตรการเบื้องต้นเท่านั้น ทางสมาคมฯ ยังแผนที่จะออกมาตรการระยะยาวออกมาอีก ในเมื่อธุรกิจประกันก็รับประกันภัยข้าวจากชาวนาแล้ว ก็ควรจะมีมาตรการยกระดับชาวนาขึ้นด้วย โดยจะเริ่มจากการให้ความรู้กับชาวนาในกลุ่มสหกรณ์ต่างๆ ก่อน เช่น โครงการปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี เพื่อลดต้นทุนการผลิต และขายข้าวได้ราคาสูง ซึ่งตลาดก็มีแนวโน้มความต้องการสูง ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็ได้กินข้าวปลอดสารเคมี ซึ่งทั้งหมดนี้ก็หวังว่ามาตรการต่างๆ ที่ออกมาจะช่วยให้ชาวนาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
ให้ข้าว อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งใจ
ปีนี้ กรณ์ จาติกวณิช ทำโครงการ “ข้าวอิ่ม” ขึ้นมาตามแนวปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ปัจจัยสำคัญของข้าวอิ่มคือ เป็นโครงการที่มอบกำไรทุกบาทให้ชาวนา ส่งเสริมการยกระดับมาตรฐานคุณภาพข้าวไทย ส่งเสริมการขายตรงในหลัก “นาสู่จาน” เพื่อลดขั้นตอนพ่อค้าคนกลาง
เขาเขียนผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เราพยายามที่จะให้ชาวนามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนการผลิตสู่การตลาด ดังนั้นแม้แต่การทอผ้าและแรงงานที่ใช้ในการเย็บถุงก็เป็นของชุมชนหมู่บ้านเดียวกัน และเป็นรายได้เสริมของชาวบ้านที่มีนัยสำคัญ ผมจึงขอเชิญชวนทุกๆ ท่านช่วยกรุณาสนับสนุนโครงการด้วยการสั่งจองข้าวอิ่มไว้รับประทานเอง และเพื่อเป็นของขวัญที่มีทั้งประโยชน์และรสนิยมในช่วงเทศกาลสิ้นปีนี้”
ข้าวอิ่ม Blend พิเศษจากสูตรของ White Cafe ประกอบด้วยข้าว 3 สายพันธุ์ คือข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวหอมมะลิแดง และข้าวหอมนิล เป็นข้าวกล้องทั้งหมด แพ็กเกจข้าวอิ่มบรรจุถุงผ้าขนาด 1 กิโลกรัม ราคา 120 บาท และชุดของขวัญปีใหม่ “อิ่มท้อง อิ่มใจ” บรรจุกระเป๋าผ้า ขนาด 4 กิโลกรัม ราคา 480 บาท สามารถจองผ่านเว็บไซต์ rice.tarad.com หรือ e-mail : [email protected] หรือ facebook: เกษตรเข้มแข็ง
ในขณะเดียวกันคนเล็กๆ อย่างกลุ่มคุณบุญหนักก็ตั้งใจดีกับโครงการคุณบุญหนัก ครั้งที่ 1 ที่นำเสนอชุดของขวัญ “เป๋า กับ ข้าว” โดยนำกระเป๋าผ้าแฮนด์เมดจากสมาชิกศูนย์พัฒนาอาชีพคนพิการ ปากเกร็ด มาจับคู่กับข้าวไรซ์เบอร์รี่ ออร์แกนิก จำหน่ายชุดละ 150 และ 200 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปจัดซื้อของใช้ที่จำเป็นให้กับสมาชิกศูนย์พัฒนาอาชีพคนพิการ ปากเกร็ด สนใจสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อโทร. 08-1819-7551 ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 20 ธ.ค. 2559
ด้วยความตั้งใจและเจตนาดี การมอบข้าวเป็นของขวัญจึงทำ.ให้อิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งใจ ทั้งผู้ให้และผู้รับ รวมทั้งช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาดีขึ้นในอีกทางหนึ่งด้วย


