posttoday
โลกร้อนหรือไม่ร้อน

โลกร้อนหรือไม่ร้อน

15 ธันวาคม 2559

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

นักสิ่งแวดล้อม หรือผู้ที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมทั่วโลก น่าจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้าง เมื่อทราบข่าวว่าจนถึงขณะนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา ยอมผ่อนปรนท่าทีเรื่องโลกร้อน และพิจารณาปัญหาเรื่องนี้และบทบาทของประเทศยักษ์ใหญ่อย่างอเมริกาให้ละเอียดรอบคอบอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ นั้นมีท่าทีแข็งกร้าวในเรื่องนี้มาโดยตลอด ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เขาเคยประกาศว่าวิกฤตโลกร้อนเป็นเรื่องลวงโลก และไม่ได้เกิดจากน้ำมือมนุษย์ หากเขาได้รับเลือกตั้งก็อาจจะดำเนินการให้สหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีส ซึ่งเป็นความพยายามของนานาชาติที่จะแก้ไขปัญหาโลกร้อน

อันที่จริงแล้ว ข้อถกเถียงเรื่องปัญหาโลกร้อน มีจริงหรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ นักวิชาการกลุ่มต่างๆ เคยถกเถียงในเรื่องนี้เรื่อยมา กระทั่งในปัจจุบันการถกเถียงกันถึงเรื่องนี้ก็ยังมีอยู่ ฝ่ายที่เชื่อว่าโลกร้อนนั้นให้เหตุผล ว่า ภาวะโลกร้อนเกิดจากการที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากภาวะเรือนกระจก หรือ Green House Effect ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ การขนส่ง และการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัสออกไซด์ และคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC) นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการตัดทำลายป่าไม้จำนวนมหาศาล ทำให้กลไกในการดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากระบบบรรยากาศถูกลดทอนประสิทธิภาพลง และในที่สุดสิ่งต่างๆ ที่เราได้กระทำต่อโลกได้หวนกลับมาสู่เราในลักษณะของภาวะโลกร้อน

พื้นที่แถบขั้วโลกได้รับผลกระทบจากภาวะนี้มาก ก้อนน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น ทำให้สัตว์ทางทะเลเสียชีวิตเพราะระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงทวีปยุโรป ยุโรปใต้ เกิดความแห้งแล้ง ในหลายพื้นที่ ปัญหาอุทกภัยจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากธารน้ำแข็งบนบริเวณยอดเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะจะละลายจนหมด ขณะที่เอเชียอุณหภูมิสูงขึ้น แห้งแล้ง น้ำท่วม ผลิตผลทางอาหารลดลง ระดับน้ำทะเลสูง สภาวะอากาศแปรปรวน แม้จะยังไม่มีหลักฐานระบุชัด แต่นักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่า ภาวะโลกร้อนอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดพายุต่างๆ เพิ่มขึ้นและรุนแรงขึ้น

นักวิจัยคาดว่า อุณหภูมิผิวโลกในปี 2643 จะสูงขึ้นจากปัจจุบันราว 4.5 องศาเซลเซียส เนื่องจากคาดการณ์ว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกปล่อยมาถึง 63% ขณะที่แนวคิดที่เชื่อว่าปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องไม่จริงนั้นระบุว่า มีนักวิทยาศาสตร์มากมายที่ไม่เชื่อว่าปัญหาโลกร้อนนั้นเกิดขึ้นจริง หรือเกิดจากน้ำมือมนุษย์ ปัญหานี้เป็นเพียงทฤษฎีสมคบคิด ที่สหประชาชาติใช้เป็นข้ออ้าง ออกกฎหมายสนธิสัญญามาบังคับผู้คนทุกประเทศทั่วโลกให้ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อลดก๊าซคาร์บอนหรือชดเชยกับการปล่อยก๊าซคาร์บอน

แนวคิดนี้ยังระบุอีกว่า ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษหรือที่เรียกกันว่า ยุคกลาง ซึ่งยังไม่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมยังไม่มีโรงงานปล่อยก๊าซคาร์บอน ไม่มีรถยนต์ ไม่มีการใช้เชื้อเพลิงที่มาจากถ่านหิน หรือน้ำมัน แต่โลกก็เคยมีภาวะร้อนกว่าปัจจุบัน เพราะระยะทางความห่างของดวงอาทิตย์กับโลกไม่เกี่ยวกับการปล่อยก๊าซคาร์บอน

ก้อนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ไม่ได้น้อยลง แต่บางช่วงบางเวลาอาจจะมีละลายบ้างและน้ำแข็งเพิ่มขึ้นบ้างเป็นเรื่องปกติของวงจรของธรรมชาติ อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นจาก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจก เพียง 1 ใน 6 ของตัวเลขที่สหประชาชาติเคยคาดปริมาณไว้ในปี 2643 หรือเพิ่มน้อยกว่า 2 ฟาเรนไฮต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมากจนส่งผลกระทบน้อยมาก ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเพียงปัญหาการทำลายระบบนิเวศในพื้นที่ ไม่เกี่ยวกับภาวะเรือนกระจกแต่อย่างใด

ที่ผ่านมา ในยุคประธานาธิบดี บารัก โอบามา มีการกำหนดให้นโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโลกร้อน ไม่ใช่แค่สิ่งที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจ แต่ต้องเป็นเครื่องมือกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐจึงได้มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานทดแทน เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของสหรัฐในระยะยาว ซึ่งอเมริกานั้น ถือว่าเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โลกร้อนมีจริงหรือไม่ การถกเถียงยังคงดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับที่กลุ่มผู้คนกลุ่มต่างๆ สมัครใจกันถกเถียงสารพันเรื่องราวอย่างยากจะหาจุดสิ้นสุด แต่ก็หวังว่ากรณีของสิ่งแวดล้อมจะต่างออกไป เพราะการที่เราจะเลือกเชื่อแบบไหน ความเชื่อนั้นก็ควรจะมีพลานุภาพ ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุมเร้าตั้งแต่พื้นที่ระดับท้องถิ่นขยายไปถึงทุกมุมโลกนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จากหลากหลายสาเหตุ หากไม่ลงมือทำอะไรเสียบ้าง ได้แต่ปล่อยให้ข่าวร้ายด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านไป ราวกับเชื่อว่าปัญหานี้จะคลี่คลายตัวเองได้ โดยที่ตัวเองไม่ต้องมีบทบาทอะไร รอจนกระทั่งไม่เหลืออะไรให้ปกป้อง ที่สุดแล้ว ความเชื่อแบบไหนจะมีความหมายอะไรกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท