
สามเกลอ รักการอ่าน 101
ความทรงจำที่ประทับใจและไม่เคยลืมเลือนถึงความประทับใจในการอ่านแล้วติดใจการอ่านหนังสือมาจนถึงปัจจุบันนี้
โดย...เพรงเทพ
ความทรงจำที่ประทับใจและไม่เคยลืมเลือนถึงความประทับใจในการอ่านแล้วติดใจการอ่านหนังสือมาจนถึงปัจจุบันนี้ นั่นคือการได้อ่านหนังสือรวมเรื่องชุด “สามเกลอ” ที่วิ่งกว่า 800 กิโลเมตรจากเมืองหลวงกรุงเทพฯ มาสู่จังหวัดสุดท้ายที่รถไฟไปถึงในฟากฝั่งคาบสมุทรภาคใต้มหาสมุทรอันดามัน
ตอนนั้นอยู่ชั้น ป.4 กำลังจะขึ้น ป.5 ปิดภาคฤดูร้อน เดินทางมาเที่ยวชมงานเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ซึ่งจัดกันข้ามปีตั้งแต่ปี 2525-2526 ขากลับได้นั่งตรงข้ามกับหนุ่มนักศึกษาที่เดินทางกลับบ้านในที่นั่งตรงกันข้าม เขาหยิบหนังสือปกแข็งที่หนามากเอามาให้อ่านระหว่างทางและสนุกมากจนวางไม่ลง อ่านจนถึงปลายทาง
ถือเป็นหนึ่งในการปลูกฝังรักการอ่าน 101 ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการค้นหาหนังสือชุดนี้ในห้องสมุดและเปิดโลกหนังสือและวรรณกรรมเล่มอื่นๆ จากนักเขียนคนอื่นทั้งไทยและเทศไปตลอดกาล
แน่นอน วัฒนธรรมยอดนิยมที่อยู่เหนือกาลเวลาเป็นอมตะนิรันดร์กาล ย่อมมีหัสนิยายสามเกลอบรรจุอยู่ในลำดับต้นๆ อย่างแน่นอน และถูกจัดเป็นหนึ่งในหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน
พล นิกร กิมหงวน หรือ สามเกลอ ประพันธ์โดย ป. อินทรปาลิต ที่จัดพิมพ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2482-2511 มีมากมายเกินกว่า 1,000 ตอน (ตอนแรกคือตอน อายผู้หญิง) เนื้อหาออกไปในแนวสนุกสนานครื้นเครง มีการหยอกล้อกันไปมา นอกจากรูปแบบหนังสือแล้ว พล นิกร กิมหงวน ยังเคยทำเป็นภาพยนตร์ออกฉายอีกด้วย รวมทั้งละครโทรทัศน์อีกด้วย
หัสนิยาย “สามเกลอ” ได้รับการต้อนรับจากนักอ่านอย่างกว้างขวาง คนอ่านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชอบอกชอบใจติดตามอ่านเป็นประจำ สามเกลอ พล นิกร กิมหงวน เป็นที่กล่าวขวัญของคนทั่วไปจนผู้อ่านเข้าใจว่าสามเกลอ มีตัวตนจริงๆ หลังจากนั้นก็มีตัวละครเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น ดร.ดิเรก ณรงฤทธิ์ ดาราฝ่ายหญิงมี นันทา ประภา ประไพ นวลละออ ตัวละครอาวุโสมี เจ้าคุณปัจจนึกฯ เจ้าคุณและคุณหญิงประสิทธิ์ฯ ลุงเชย เจ้าสัมกิมไซ และเจ้าคุณวิจิตรฯ และคนใช้ก็คือ เจ้าแห้ว ตัวละครเหล่านี้เป็นที่รู้จักของนักอ่านเป็นอย่างดี
นอกจากความน่าสนใจสำหรับสามเกลอในการมีคุณูปการต่อการสร้างสังคมการอ่านให้เกิดขึ้นในคนหลายๆ รุ่นของไทยนั้น ก็ยังมีการทำงานวิจัยภาคนิพนธ์สามเกลอ หัวข้อ “ภาพสะท้อนและนัยความหมายทางการเมืองบางประการจากหัสนิยายชุด พล นิกร กิมหงวน” (The Political Reflections and Interpretations of the Humorous Literature named Samgler Phon Nikorn Kim-Nguan) โดย อารีลักษณ์ พูลทรัพย์ สาขาวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปีการศึกษา 2547 จากการศึกษาพบว่าหัสนิยายชุดพล นิกร กิมหงวน ได้สะท้อนภาพและนัยความหมายทางการเมืองได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเนื้อหาส่วนที่ประพันธ์ขึ้นตั้งแต่ปี 2482-2488 ส่วนเนื้อหาที่ประพันธ์ขึ้นหลังปี 2488-2500 จะปรากฏนัยความหมายทางการเมืองน้อยมาก
การศึกษาวิเคราะห์ภาพสะท้อนและนัยความหมายบางประการทางการเมืองจากหัสนิยายชุด พล นิกร กิมหงวน ในช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2482-2500 ทำให้ผู้เขียนได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางการเมืองในช่วงเวลา 19 ปี ดังกล่าว อันเป็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่มีนัยสำคัญต่อการเมืองการปกครองของประเทศไทยในระยะเวลาต่อมา และยังได้ทราบถึงบทบาททางการเมืองที่สำคัญของจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุด นับตั้งแต่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นต้นมา
บทสรุปในภาคนิพนธ์นี้ได้บอกว่า หัสนิยายชุด พล นิกร กิมหงวน มีการประพันธ์ออกมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 30 ปี นอกจากจะสะท้อนภาพของสังคมแล้วยังแสดงถึงวิวัฒนาการของสังคมในช่วงเวลา 30 ปีนั้นอีกด้วย ในการศึกษาที่รวบรวมหัสนิยายมาได้ทั้งสิ้น 366 ตอน แต่นำมาใช้ในการศึกษาเพียง 265 ตอน ได้แบ่งหัสนิยายชุด พล นิกร กิมหงวน ออกเป็น 4 ยุค ตามสภาพการณ์ของการเมืองการปกครองไทย
1.ยุคประชาธิปไตย เป็นยุคที่การเมืองไทยดำเนินอยู่ในครรลองของเบื้องแรกประชาธิปไตย ที่คณะราษฎรได้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาตั้งแต่ปี 2475 เป็นสภาพสังคมไทยที่สงบสุขก่อนการเข้าสู่ภาวะสงคราม ประชาชนเริ่มยอมรับในระบอบการปกครองแบบใหม่ ยุคนี้เป็นช่วงสั้นๆ ตั้งแต่ปี 2482-2483
2.ยุคชาตินิยมและรัฐนิยม สงครามและสันติภาพ เผด็จการ และเสรีนิยม เป็นยุคที่รัฐบาลรณรงค์ในเรื่องชาตินิยมและมีการประกาศใช้รัฐนิยมจำนวนมาก และประเทศไทยเข้าสู่สภาวะสงคราม โดยเริ่มจากสงครามอินโดจีนตั้งแต่ปลายปี 2483 ถึงต้นปี 2484 จากนั้นก็อยู่ในภาวะสันติภาพช่วงสั้นๆ ก่อนเข้าสู่สงครามมหาเอเชียบูรพาในเดือน ส.ค. 2484 จนถึงวันฉลองสันติภาพ 16 ส.ค. 2488 การเมืองไทยอยู่ภายใต้การนำของจอมพล ป.พิบูลสงคราม และรัฐบาลพลเรือนหลายคณะ ในช่วงสั้นๆ ยุคนี้กินเวลาประมาณ 7 ปี คือตั้งแต่ปลายปี 2483-2490
3.ยุคเผด็จการ ความหวาดระแวงและภัยทางการเมือง ความหวาดระแวงและภัยมืด เป็นการกลับสู่อำนาจเป็นครั้งที่สองของจอมพล ป.พิบูลสงคราม การเมืองไทยในขณะนั้นเป็นยุคแห่งความวิตกกังวล หวาดระแวง ความแตกแยก ความขัดแย้ง และการกำจัดฝ่ายตรงข้ามหรือคู่แข่งทางการเมือง เป็นยุคที่การก่อรัฐประหารชุกชุม การเมืองขาดเสถียรภาพและความมั่นคงเป็นอย่างมาก ยุคนี้กินเวลาประมาณ 10 ปี คือตั้งแต่ปี 2491-2500
4.ยุคเผด็จการทหารเต็มรูปแบบ ทหารครองอำนาจการเมืองอย่างเด็ดขาด การเมืองอยู่ภายใต้อำนาจของทหาร ยุคนี้กินเวลาตั้งแต่ปลายปี 2500-2511 ซึ่งเป็นปีที่ผู้ประพันธ์เสียชีวิต แต่ในยุคนี้ ผู้เขียนไม่ได้ทำการศึกษามาถึง เนื่องจากขีดจำกัดและอุปสรรคหลายๆ ประการตามที่เคยได้กล่าวถึงมาแล้ว
เมื่อได้อ่านภาคนิพนธ์สามเกลอ หัวข้อ “ภาพสะท้อนและนัยความหมายทางการเมืองบางประการจากหัสนิยายชุด พล นิกร กิมหงวน” เรียบร้อยแล้ว เลยต้องรีบไปหาสามเกลอมาอ่านทบทวนเพื่อหานัยทางการเมืองที่นักเขียนซึ่งบอกได้ว่าอัจฉริยะคนหนึ่งของเมืองไทย ป. อินทรปาลิต ได้ส่งสารข้ามกาลเวลาเอาไว้







