
เข้าให้ถึงรู้ให้จริงว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนอะไรในฐานะชาวพุทธ (ตอน ๔)
ปุจฉา : กราบนมัสการ ท่านพระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการ ท่านพระอาจารย์อารยะวังโส
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ผมมีความต้องการที่รบกวนท่านพระอาจารย์ ขอหนังสือรวมเล่มธรรมส่องโลก เล่ม ๑ และ ๒ ถ้ามีหนังสือวิธีการปฏิบัติวิปัสสนาขอความเมตตาท่านพระอาจารย์ช่วยสงเคราะห์ให้ผมได้มีโอกาสศึกษาด้วยครับ
กราบนมัสการด้วยความเคารพ
นายกรกฏ ยงใจยุธ
๑๐๐/๒๙๐ ม.มณียา ๑๒ ซอยท่าอิฐ
ถนนรัตนาธิเบศร์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐
วิสัชนา : โดยอาตมาจะอธิษฐานไปสัตตาหกรณีย์ ตามพุทธานุญาตให้ไปค้างแรมนอกเขตอธิษฐานจำพรรษาได้ ตามเหตุผลในข้อที่ ๔ ระหว่างวันที่ ๑๖–๒๒ ก.ย. ๒๕๕๓ ซึ่งคงจะถือโอกาสเข้าพักที่กุฏิในวัดเวฬุวันมหาวิหาร ที่ทางหน่วยราชการป่าไม้ ผู้ควบคุมดูแล เขาอนุญาตให้อาตมาสร้างที่พักไว้ได้ ซึ่งทุกครั้งเมื่ออาตมาเข้าสู่พระนครราชคฤห์ในอดีต (ปัจจุบันอยู่ที่ ต.ราชกีร์ อ.นาลันทา จ.ปัตนะ รัฐพิหาร) อาตมาก็จะถือโอกาสเข้าพักในวัดเวฬุวันมหาวิหารของพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อยึดพื้นที่บางส่วนคืนมาสู่พุทธศาสนา โดยความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้าวิปของรัฐบาลท้องถิ่น (รัฐพิหาร) โดยเฉพาะการทำโครงการจัดตั้งศูนย์พุทธศาสนาโลก ณ บริเวณพื้นที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา บนภูเขาเวภาระแห่งพระนครราชคฤห์ ที่เคยเป็นสถานที่อันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนา เนื่องในการจัดงานปฐมสังคายนา โดยมีโครงการที่จะพิจารณามอบพื้นที่ดังกล่าวมาให้พุทธศาสนา ซึ่งมีองค์กรชาวพุทธนานาชาติ เป็นผู้รับมอบ
ทั้งนี้ กำลังอยู่ในขั้นการดำเนินการประสานงานในแต่ละขั้นตอนเพื่อผ่านความเห็นชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทราบว่าในขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงประสานงานระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวในรัฐพิหารกับทางหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ที่กรุงเดลี โดยโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากรัฐบาลท้องถิ่น (รัฐพิหาร อินเดีย) ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องตัวจริง หากใครติดตามข่าวสารดังกล่าวก็คงจะทราบว่า เมื่อประมาณปลายเดือน ธ.ค. ๒๕๕๒–ต้นเดือน ม.ค. ๒๕๕๓ อาตมาและคณะตัวแทนจากมหาโพธิสมาคมของอินเดีย และตัวแทนพระนานาชาติคณะหนึ่ง ได้เข้าหารือกับ Chief Minister ของรัฐพิหาร ณ เมืองราชคฤห์ (อินเดีย) ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีการนำไปสู่การแถลงข่าวลงหนังสือพิมพ์ในอินเดีย ถึงโครงการก่อตั้งพุทธศาสนาโลก บนภูเขาเวภาระ ณ ถ้ำสัตตบรรณคูหา พุทธสถานอันสำคัญทางประวัติศาสตร์ในเรื่อง ปฐมสังคายนา ของพระอรหันต์เจ้าจำนวน ๕๐๐ รูป
โดยมีอาตมาเป็นผู้นำคณะเพื่อจะพัฒนาก่อสร้างพระพุทธรูปสูง ๓๐ เมตร บนภูเขาเวภาระ และจะมีโครงการก่อสร้างสถานที่ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนาบนภูเขาดังกล่าว ซึ่งอาตมาก็มีความเห็นชอบด้วยกับคณะพระสงฆ์จากมหาโพธิสมาคมของอินเดีย ทั้งนี้ เพื่อต้องการเฉลิมฉลองการคืนกลับสู่ชมพูทวีปของพระพุทธศาสนาในวาระกึ่งพุทธกาล นับตั้งแต่อันตรธานไปเมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ด้วยเหตุปัจจัยทั้งจากภายนอกศาสนาและภายในพระพุทธศาสนาเอง ที่แย่งกันเป็นฝักฝ่าย หลายนิกาย มากคำสอน จนย้อนกลับไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าไม่ถูก เพราะการสั่งสอนที่ผิดมรรค ผิดผล จนเกิดความอลวนขึ้นในพุทธบริษัท อันนำไปสู่การต่างความคิด ต่างการกระทำ จนแตกแยกแบ่งเป็นนิกายต่างๆ มากนิกาย
ถึงแม้จะอ้างว่าเคารพสักการบูชาพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ แต่ในทางปฏิบัติกลับก่อตั้งลัทธิอาจารวาทขึ้นในเขตพระพุทธศาสนา ชี้ทาง สั่งสอนธรรมไปตามความเห็นของตน ตั้งตนเป็นเจ้ากู วางระบบโลกครอบธรรม ชี้นำให้มีฐานะแบบทางโลกเข้ามาจัดระบบในหมู่สงฆ์ ไม่เหลียวแลระบบความรู้คุณธรรมทางจิตใจ ที่เกิดจากการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม จนเสียสมณสารูป ประพฤติผิดพระธรรมวินัยกันเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะการสั่งสมบริวาร รับเงิน รับทอง รับสิ่งของมีค่า มุ่งเน้นก่อสร้างวัตถุมากกว่าการก่อสร้างวัตถุศาสตร์ขึ้นในจิตใจ เพื่อความบริสุทธิ์แห่งจิต เพื่อเข้าสู่วิสุทธิญาณ หรือญาณทัสนวิสุทธิ และที่สำคัญคือ การนำไปสู่ทางขวาง (เข้าสู่โลก) มิใช่ทางตรง หรือทางสายกลาง เพื่อออกจากโลกด้วยธรรม อันปรากฏเป็นอยู่มากในปัจจุบัน...
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







