
บริหาร “ตัวอิจฉา” ในที่ทำงาน
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย + โลโก้สถาบัน
หากใครเป็นคอละครไทย คงมีความเห็นตรงกันว่า “ตัวอิจฉา” นั้น มีบทบาทสำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวพระเอกและนางเอกเลย เผลอๆ อาจจะสำคัญกว่าด้วยซ้ำ เพราะถ้าขาดตัวอิจฉาคอยกลั่นแกล้ง ทำแต่เรื่องร้ายๆ ให้คนอื่นๆ ปั่นป่วนไปทั่ว ละครหลายเรื่องก็แทบจะไม่มีเรื่องราวอันใดให้ทำละครได้เลย และโดยมากแล้วตัวอิจฉาและตัวโกงก็ต้องแพ้ภัยตนเอง หรือพ่ายต่อความดีของพระเอกและนางเอกในที่สุด เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ละครไทยมักจบแบบแฮปปี้เอนดิง ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ดีอยู่เหมือนกัน เพราะจะได้เป็นกำลังใจให้คนดีทำดีต่อไป มิฉะนั้น คนดีหลายคนและผู้ชมละครวัยเด็กอาจหมดกำลังใจในการทำความดี เพราะดูเหมือนว่า “ทำชั่วได้ดี มีถมไป” ไปเสียแล้วในชีวิตจริง ณ ที่ทำงานของเราก็มี
“ตัวอิจฉา” หรือ “ตัวโกง” เข้ามาแซมเสมอๆ หากเรา “แอ๊บแบ๊ว” แบบพระเอกนางเอกในละครที่ใส ซื่อ บริสุทธิ์ จนไม่ทันเกมตัวอิจฉา ก็เห็นจะเอาตัวรอดในองค์กรได้ยากสักหน่อย ดังนั้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผู้เขียนจึงได้นำเรื่อง “เมื่อเพื่อนร่วมงาน...คือตัวแสบ” มานำเสนอไปแล้ว 1 ตอน และในสัปดาห์นี้จะได้สรุปให้เสร็จสิ้นว่าเราจะมีวิธีจัดการหรือบริหาร (Manage) เพื่อนร่วมงานที่ชอบรับบทตัวอิจฉา คอยใส่ร้ายป้ายสีเราลับหลังอย่างไรดี1.ต้องสร้างเครือข่าย (Network) ของตนเองให้แน่นแฟ้น เขาว่ากันว่าคนที่จิตใจดีมักจะมองคนอื่นในแง่บวกและไม่ทันต่อเล่ห์เพทุบายของตัวอิจฉา ดังนั้นกว่าจะรู้ว่าใครกำลังมุ่งร้ายตนเองก็มักจะสายไปแล้วเสมอ การทำงานในองค์กรที่มีคนมากหน้าหลายตาประมาณว่า
“รู้หน้า ไม่รู้ใจ” จึงจำเป็นต้องมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลหลายหมู่เหล่าเพื่อที่ “เครือข่าย” ของเราจะได้เป็นหูเป็นตาแทนเรา เวลาได้ยินได้ฟังว่าใครกำลังมุ่งร้ายเราอยู่ก็จะได้ส่งสัญญาณเตือนภัยให้แก่เราได้ทันท่วงที2.ต้องพัฒนาบุคลิกภาพและทัศนคติของตนเองเป็นลำดับแรก ก่อนจะคิดไปบริหารหรือไปปฏิสัมพันธ์กับใครก็ตาม ขอให้เริ่มจากการบริหารและพัฒนาจิตใจ ทัศนคติ และบุคลิกภาพของตนเองเสียก่อน ต้องมั่นใจว่าสิ่งที่ตนเองคิด พูด และปฏิบัติในองค์กรนั้นถูกต้องตามกฎระเบียบและจริยธรรม เพราะถ้าตัวคุณมีจุดอ่อนให้คนเขาโจมตีได้ ก็ต้องทำใจแล้วล่ะกับเรื่องที่จะต้องถูกนินทา ดังนั้นต้องเป็นคนไม่มีจุดอ่อนก่อน ลำดับต่อไปก็คือต้องปรับสภาวะอารมณ์ หรือ EQ (Emotional Quotient) ให้มีความเสถียร (Stable) ไม่หวั่นไหว หูเบา หรือเศร้าใจ ดีใจมากเกินไปกับคำสรรเสริญและนินทา ไม่ใช่พอมีคำพูดคำวิจารณ์ของใครมาเข้าหู ก็ออกอาการจี๊ดจ๊าดวิ่งพล่านวีนแตกทันที อย่างนี้ลูกก็เข้าเท้าตัวอิจฉาน่ะซิคะ เพราะถ้าคุณหวั่นไหวออกอาการให้คนทั่วไปเห็นว่าคุณโกรธ แล้วใครๆ ก็รู้ว่าเวลาคนเราโกรธก็มักจะพูดหรือทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด ยิ่งพาให้คุณติดลบเข้าไปอีก ต้องใช้ความสงบสยบคำวิจารณ์ค่ะ รักษาภาพลักษณ์ของคุณให้ดี พอตั้งสติได้แล้วก็มาดำเนินขั้นตอนต่อไปในการสยบตัวอิจฉากันต่อ
3.ทำงานด้วยความรอบคอบและเตรียมหลักฐานเอกสารให้พร้อม ไม่ว่าจะมีคนคอยจ้องจับผิดหรือไม่ก็ตาม สร้างนิสัยการทำงานที่ละเอียดรอบคอบถูกต้องตามขั้นตอนกฎระเบียบขององค์กรอยู่ตลอดเวลา รายงานขอคำปรึกษาจากผู้บังคับบัญชาเป็นระยะๆ เพื่อกันการถูกครหาว่าทำงานข้ามขั้นตอนหรือไม่ผ่านตาผู้บังคับบัญชา ขยันบันทึกการทำงานส่งรายงานให้ผู้บังคับบัญชาสม่ำเสมอ เพราะหลักฐานทั้งหมดนี้คือประจักษ์พยานยืนยันความบริสุทธิ์ถูกต้องของคุณยามถูกใครใส่ร้าย
4.อดทนมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าการที่เราจะรู้จักใครสักคนอย่างถ่องแท้ก็ต้องใช้เวลามากพอสมควร บางทีก็ใช้เวลาหลายปีกว่าผู้คนจะแยกแยะออกว่าใครเป็นคนดีจริง หรือใครใส่หน้ากากแสร้งทำเป็นคนดี อย่าถอดใจลาออกจากงานง่ายๆ เวลาถูกพายุน้ำลายกระหน่ำใส่คุณ ให้นึกเสียว่านี่มันแค่บททดลอง ของจริงยังไม่มาถึง ตั้งสติสงบอารมณ์แล้วค่อยๆ แก้ไขไปตามสถานการณ์ หากถูกนินทานิดๆ หน่อยๆ ปล่อยมันไปซะ ให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์ แต่ถ้าโดนหนักๆ จนมีผลกระทบต่อการทำงาน ก็ต้องจัดหาเอกสารหลักฐานทั้งหมดนี้มาชี้แจงผิดถูกกันไป นอกจากนี้ ก็ต้องอาศัยเพื่อนฝูงคนสนิทชิดชอบนั่นแหละที่เป็นตัวช่วยในการรักษาภาพลักษณ์ของคุณ
แต่ถ้าคุณโชคร้ายพบเจอทั้งเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขาดคุณธรรม ก็คงจะต้องตัดสินใจชั่งน้ำหนักดูแล้วว่าคุ้มค่าที่จะสู้ต่อ หรือจะแพ็กกระเป๋าออมแรงไปสร้างอนาคตใหม่ที่สดใสกว่าในที่ทำงานใหม่ดี
คุณนั่นแหละที่รู้คำตอบดีที่สุด...ขอให้ความดีคุ้มครองทุกท่านค่ะ!







