
นักบริหารแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ธนทัต ชวาลดิฐ
แบรนด์เฟอร์นิเจอร์อันดับต้นๆ สัญชาติไทย ที่อยู่คู่คนไทยมานานรุ่นสู่รุ่น ต้องมีแบรนด์ เอส.บี.เฟอร์นิเจอร์ ที่ก่อร่างสร้างธุรกิจตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ สุรพล ชวาลดิฐ มาสู่เจเนอเรชันที่ 2 ที่มีหัวเรือใหญ่คือลูกชายคนโต ธนทัต ชวาลดิฐ รั้งตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.บี.อุตสาหกรรมเครื่องเรือน ที่เข้ามาบริหารงานแทนผู้เป็นพ่อ ต่อยอดทำการตลาดสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ รวมทั้งขยายธุรกิจจัดจำหน่ายทั่วประเทศ และรุกตลาดต่างประเทศกว่า 30 ประเทศทั่วโลก มูลค่ารายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี
แบรนด์เฟอร์นิเจอร์อันดับต้นๆ สัญชาติไทย ที่อยู่คู่คนไทยมานานรุ่นสู่รุ่น ต้องมีแบรนด์ เอส.บี.เฟอร์นิเจอร์ ที่ก่อร่างสร้างธุรกิจตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ สุรพล ชวาลดิฐ มาสู่เจเนอเรชันที่ 2 ที่มีหัวเรือใหญ่คือลูกชายคนโต ธนทัต ชวาลดิฐ รั้งตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.บี.อุตสาหกรรมเครื่องเรือน ที่เข้ามาบริหารงานแทนผู้เป็นพ่อ ต่อยอดทำการตลาดสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ รวมทั้งขยายธุรกิจจัดจำหน่ายทั่วประเทศ และรุกตลาดต่างประเทศกว่า 30 ประเทศทั่วโลก มูลค่ารายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี
โดย....วราภรณ์
ธนทัต เล่าตำนานธุรกิจของครอบครัวมาจาก “ชอว์บราเดอร์” ร้านขายส่งเครื่องเรือนที่คุณพ่อสร้างมากับมือ มาสู่ “สักทองไทย” จนเปลี่ยนมาใช้ “เอส.บี.” ในที่สุด ด้วยต้องคลุกคลีอยู่กับเฟอร์นิเจอร์มาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้เขาซึมซับการทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์แบบไม่รู้ตัว เขาจึงเลือกเรียนด้านบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพราะรู้ตัวว่าต้องมาสานต่อธุรกิจของคุณพ่อ และด้วยการมองการณ์ไกลของคุณพ่อ ด้วยการเป็นผู้ริเริ่มนำเข้าไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด หรือไม้ที่ผ่านกรรมวิธีผลิตทางวิทยาศาสตร์เข้ามาทำการตลาดในเมืองไทยเป็นครั้งแรก
เนื่องจากคุณพ่อของเขามองเห็นว่า สักวันไม้ต้องหายากมากขึ้น จึงอยากหาวัตถุดิบใหม่ๆ มาใช้ทดแทน แต่เฟอร์นิเจอร์ไม้วิทยาศาสตร์ในสมัยนั้นเป็นเรื่องใหม่มาก ลูกค้าไม่ยอมรับ ต้องล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายปี จน เอส.บี.ฯ ได้รับรางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องเรือน ทำให้ลูกค้าเริ่มสนใจสินค้าภายใต้แบรนด์ เอส.บี.ฯ มากขึ้น
“แรกเริ่มผมเข้ามาดูแลด้านการตลาด การโฆษณา พอระยะหลังๆ น้องๆ เรียนจบด้านการบริหารมาจากต่างประเทศเขามาดูเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายซึ่งสำคัญ ปัจจุบันผมก็หันมาดูเรื่องการจัดจำหน่ายต่างจังหวัด ย้อนกลับไปการทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่เรื่องง่าย ผมจำภาพคุณพ่อเหนื่อยยาก เพราะเราไม่มีหน้าร้านเอง เราผลิตและขายส่ง ตอนคุณพ่อนำไม้วิทยาศาสตร์เข้ามาทำเฟอร์นิเจอร์จำหน่าย ทำการตลาดยากมากตอนนั้นผมเรียนอยู่มัธยมปลาย ก็เข้ามาช่วยคุณพ่อ จากฝากขายมามีหน้าร้านเอง หมั่นออกงานแฟร์ ช่วงนั้นผมได้เรียนรู้เยอะ และรู้ว่าเราต้องทำการตลาดเพิ่ม”
แม้ธุรกิจจะต้องประสบเหตุการณ์ล้มลุกจากเหตุเพลิงไหม้และน้ำท่วม แต่คุณพ่อของเขาก็ไม่หมดกำลังใจ เพราะได้แรงจากลูกชายคนโตมาช่วยบริหารธุรกิจ
“บ้านเราเป็นนักอุตสาหกรรม ไม่ใช่นักการตลาด คือผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ดี มีคุณภาพสู่มือผู้บริโภค คุณพ่อก็มองว่าถ้าเราทำการตลาด เราน่าจะรุ่งโรจน์ เพราะการทำธุรกิจการตลาดสำคัญมาก คุณพ่อมีลูกชาย 4 คน ทุกคนเลือกเรียนคนละสาขาเพื่อออกมาช่วยกันบริหารธุรกิจ ผมเลือกเรียนด้านบริหารการตลาดและจบปริญญาโท สาขาบริหารจัดการ จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ครั้งแรกที่ผมเข้ามาช่วยบริหารงานที่บ้านอย่างเต็มตัว ผมรับผิดชอบโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย เพราะธุรกิจการทำการตลาดสำคัญที่สุด ส่วนน้องชายอีกคนก็เรียนด้านการออกแบบ”
สำหรับกุญแจหลักสำคัญในการบริหารงานในมุมมองเจเนอเรชันที่ 2 คือ ทำอย่างไรที่จะผสานแนวคิดด้านการบริหารตลาดแบบเดิมกับแบบใหม่ให้ไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยการสร้างและรักษาบุคลิกภาพของสินค้าให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักของบริษัท และมีการทุ่มงบโฆษณาจำนวนมาก เพื่อทำให้คนรู้จักแบรนด์อย่างแพร่หลายมากขึ้น
ธนทัต บอกว่า ทุกวันนี้ได้พยายามสร้างจุดขายของเฟอร์นิเจอร์ให้แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นและหาจุดยืนของตัวเอง เพราะวัตถุดิบในการทำเฟอร์นิเจอร์ เช่น ไม้วิทยาศาสตร์ไม่ได้มีรายเดียวในประเทศไทย ดังนั้นต้องปรับปรุงการทำมาร์เก็ตติงแพลน เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับแบรนด์
เน้นการสร้างแบรนด์ของบริษัทในต่างประเทศให้มากขึ้น ภายใต้แบรนด์ เอส.บี.เฟอร์นิเจอร์ ครอบคลุมกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ผลิตสินค้าต้องตอบโจทย์ลูกค้า การให้บริการหลังการขายต้องดีเยี่ยม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาแก้ไขปัญหาด้านการออกแบบที่ให้คำแนะนำลูกค้าได้ ที่สำคัญคือจะต้องบริหารความคาดหวังของลูกค้าให้ได้ และทุกคนในบริษัทจะต้องมีเป้าหมายเดียวกัน และการออกแบบต้องล้ำ







