
ชวนชมละครเล็ก เมื่อเป็น Queer มันไม่ง่าย แถมเลิกเป็นก็ไม่ได้
โดย.. มิชิมา
โดย.. มิชิมา
วลีที่ว่า "ดูละครแล้วย้อนดูตัว" ยังคงไม่เอ้าท์ และใช้ได้จวบจนปัจจุบัน ซึ่งละครที่ว่านี่หาใช่ละครโทรทัศน์ผ่านจอสี่เหลี่ยมไม่ แต่เป็นละครโรงเล็ก ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอกหลืบกลางเมือง รอวันที่ผู้ชมจะก้าวเท้าเข้ามาสัมผัส
ปกติแล้วเมื่อพูดถึงละครเวที คุณผู้อ่านอาจจะติดภาพความยิ่งใหญ่อลังการ เสียงดนตรีดังกระหึ่ม และแสงไฟสปอตไลท์หลากเฉดสี โอเคละครโรงเล็กที่มีนักแสดงเพียงคนเดียว ทำการแสดงบนพื้นที่เพียงไม่กี่ตารางเมตรนั้น ไม่มีเทคนิคตระการตาอะไรไปสู้ได้เลย แต่ใช่ว่าคนดูจะไม่ได้อะไรกลับไป
In the Queer ใช้ประโยชน์เต็มที่จากพื้นที่ที่ใกล้ชิดระหว่างคนดู และนักแสดง ในการส่งความหมายที่ต้องการจะสื่อ ในที่นี้ส่วนใหญ่อิงจากประสบการณ์ชีวิตส่วนตัว นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้คนดูมีปฏิสัมพันธ์กับเรื่องราวของเธออีกด้วย ในแบบที่คนดูก็ต้องทบทวนกับตัวเองระหว่างดูเช่นกัน สิ่งนี้คือสเน่ห์ที่น่าจดจำของการแสดง
ตัวเรื่องดำเนินภายใต้โครงสร้างหลวมๆของทฤษฎีจิตวิทยา ทฤษฎีหนึ่งซึ่งอ้างอิงตามลำดับขั้นของอายุมนุษย์ ในขณะเดียวกับก็เป็นการเปิดเปลือกชีวิตของผู้เล่นไปทีละขั้นอย่างช้าๆ อย่างครบรส
ด้วยระยะเวลาประมาณ 25 ปี ของชีวิตคนๆหนึ่งที่เติบโตขึ้นมาในสังคม ชีวิตของผู้เล่นได้สะท้อนอะไรหลายอย่างแบบเชิงลึก และผิวเผินไม่ว่าจะเป็นสภาพสังคม, เศรษฐกิจ, การเมือง ไปจนถึงระบบการศึกษา ในขณะที่ประเด็นสำคัญอย่างสถานะภาพของการเป็นเควียคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นมา ยังคงเป็นประเด็นหลัก
กระบวนการของ In the Queer ทำหน้าที่เหมือนเพื่อนคนหนึ่งที่กำลังนั่งเล่าชีวิตตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนตัวเราเองกลับมาในบางเรื่องที่เราหลงลืมไปแล้ว บางเรื่องที่เราไม่เคยคิดถึง และบางเรื่องที่เราไม่กล้าจะนึกถึงมันอีก
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายนี้ละครเล็กๆเรื่องดังกล่าวอาจเป็นแค่เสียงโอดครวญของ Queer คนหนึ่ง สำหรับความยากลำบากต่อชีวิตที่ต้องเผชิญมา แต่อยากให้คุณผู้อ่านลองคิดจินตนาการดูว่า ชีวิตที่ว่ายากนักหนานั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะสังคมที่เรากำลังอาศัยอยู่ทำให้เป็นเช่นนั้นหรือเปล่า? และบุคคลอื่นๆในสังคมเองควรมีส่วนต้องรับผิดชอบหรือไม่?
ขอขอบคุณ Miss Theatre
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.facebook.com/MissTheatre/?fref=ts







