
เรียนรู้คุณค่าคำสอนในหลวงรัชกาลที่ 9
โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิทย์ พวงงาม
โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิทย์ พวงงาม
ผมอ่านหนังสือ “เรียนรู้จากพระเจ้าแผ่นดิน” เขียนโดย แมนเฟรด คราเมส เป็นฝรั่งชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นการเขียนจากมุมมองของชาวต่างชาติ ที่มีต่อพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เขาได้เขียนไว้หลายปีแล้ว โดยฉบับที่ผมอ่านนี้เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2555 สาระในหนังสือนี้ ส่วนหนึ่งเป็นการเตือนสติคนไทยว่า “คนไทยควรจะต้องเข้าใจคุณค่า คำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างถ่องแท้” โดยเฉพาะการนำคำสอนที่ทรงคุณค่าต่างๆ ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคนไทยไปในทางที่ดี และทำให้เป็นแบบอย่างแก่กันได้
นอกจากนี้ เขาได้เขียนเตือนสติคนไทยอีกต่อไปว่า คนไทยเคารพและเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่จะมีคนไทยสักกี่คนที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ โดยเฉพาะข้อเขียนที่กล่าวว่า
“เป็นไปได้หรือไม่ ว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ดำเนินรอยตามพระยุคลบาทอย่างถูกวิธี เป็นไปได้หรือไม่ ว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้และเข้าใจในหลวงดีพอ และเป็นไปได้หรือไม่ ว่าคนไทยส่วนมากได้รับการปลูกฝังอบรมตั้งแต่เกิดให้สดุดีและสรรเสริญพระองค์ แทนที่จะเป็นการเรียนรู้จากพระองค์ ยังคงมีความบกพร่องอยู่ในระบบการอบรมที่สั่งสมมาช้านานของไทยหรือไม่จึงทำให้ไม่อาจเข้าถึงสาระสำคัญและดำเนินรอยตามในหลวงอย่างถูกต้องได้”
ผมเห็นว่าเรื่องราวของ แมนเฟรดคราเมส ชาวเยอรมัน เขาไม่ได้มองพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในฐานะที่เขาเป็นฝรั่ง หากแต่มองพระเจ้าอยู่หัวในฐานะมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่งที่รักและเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าคนไทย ทั้งนี้เพราะเห็นว่าเขาได้ศึกษาเรียนรู้และมองเห็นคุณค่าในคำสอนของพระองค์ ที่ถือว่าเป็นคำสอนที่มีคุณค่าอย่างอเนกอนันต์หาที่สุดไม่ได้ต่อคนไทย อีกทั้งเขายังชื่นชมต่อพระปรีชาสามารถของพระองค์เป็นอย่างมาก
ผมเห็นข้อเสนอของเขาที่มีต่อคนไทยและหน่วยงานของไทยไว้อย่างน่าสนใจ ดังเช่น เขาเสนอว่าคนไทยควรจะต้องเข้าใจคุณค่าของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างถ่องแท้ และผสมผสานแนวทางแห่งพระพุทธศาสนาของพระองค์ลงไปในการดำเนินชีวิตประจำวันคำสอนต่างๆ ของพระองค์ควรจะได้รับการบรรจุลงในหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนทุกแห่ง หากเป็นเช่นนั้นได้คนไทยและอาจจะรวมถึงชาวต่างชาติก็จะปฏิบัติตามแนวทางคำสอนของพระองค์ได้โดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้แล้ว เขายังได้กล่าวถึงการเขียนจดหมายของเขาถึงเจ้าหน้าที่ประจำคณะรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย ในจดหมายนั้นบอกถึงแนวทางการดำเนินชีวิตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 และอีกมากมายหลายเรื่อง รวมไปถึงการขอเข้าพบเพื่ออธิบายสิ่งที่เขาได้เรียนรู้และแนวทางแก้ไข โดยเขากล่าวว่าเขาไม่ได้รับการตอบกลับจากการเขียนจดหมายถึงแต่อย่างใด จนเขาบอกว่า “ยอมแพ้”
แต่อย่างไรก็ตาม เขาได้กล่าวถึงพระเจ้าอยู่หัวว่าเป็นบุคคลที่มีแนวพระราชดำริและวิถีแห่งการกระทำโดยใช้หัวใจทั้งสิ้นพระองค์ทรงเข้าใจดีถึงคุณค่าของความรักและความซื่อสัตย์ เป็นทั้งสัญลักษณ์ของความชาญฉลาดแบบตะวันตกและภูมิพลังปัญญาของชาวตะวันออกในคนคนเดียวกันซึ่งถือว่าทรงเป็นบุคคลที่สมบูรณ์ที่สุดและแนะแนวทางให้คนไทยเข้าใจในคุณค่าของมรดกทางความคิดและความเชื่อ คำสอนซึ่งพระองค์ท่านทรงมีอย่างสมบูรณ์ และคนไทยควรเก็บรักษาคำสอนของพระองค์ไว้ให้อยู่นานสืบต่อไปตราบชั่วลูกชั่วหลานตลอดกาล
ในขณะที่ “มาร์ติน วีลเลอร์” ฝรั่งชาวอังกฤษ ผู้ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ที่ได้น้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินชีวิต และเป็นเกษตรกรไทย มีลูกเมียเป็นคนไทยอยู่ที่ จ.ขอนแก่น เขาได้พูดถึงคนไทยว่า “คนไทยโชคดีมากๆที่มีพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นผู้นำ พระองค์ท่านทรงทำงานหนักมากเพื่อช่วยให้คนไทยคิดได้ อยู่ได้ จะหากษัตริย์ในประเทศอื่นไม่ค่อยมีแบบนี้” รวมทั้งยังเตือนสติคนไทยว่า “คนไทยส่วนใหญ่เทิดทูนและนับถือในหลวง แต่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ท่าน ซึ่งสอนมา 20 ปีแล้วถึงเศรษฐกิจพอเพียง แต่คนไทยไม่รู้จักพอเพียง”
แถมยังกล่าวว่า คนไทยคิดว่าการพัฒนาในระบบทุนนิยมจะทำให้ทุกคนมีเงิน แต่หารู้ไม่ว่าประเทศพัฒนาแบบทุนนิยมในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นสหรัฐและประเทศในยุโรปต่างๆ ก็มีปัญหามาก แต่คนไทยก็มักคิดว่าเมืองนอกดีกว่า ซึ่งถือว่าเป็นจุดอ่อนของคนไทยที่สนใจเมืองนอกแต่ไม่ได้สนใจประเทศไทยของตนเองเท่าที่ควร
ทั้งนี้เพราะเขาเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ทั้งทรัพยากรและธรรมชาติ ไม่ต้องไปรบกับใคร ไม่ต้องไปเบียดเบียนคนอื่น และเขายังกล่าวชมถึงคนไทยว่า คนไทยมีนิสัยดีและมีน้ำใจซึ่งหาได้ยาก ซึ่งคนไทยน่าจะต้องรักษาสิ่งดีๆ เหล่านี้ไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคำสอนของพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์และศาสนาที่ดี
ผมเข้าใจว่า แง่คิดที่เราได้จาก มาร์ติน วีลเลอร์ ก็คือการใช้ชีวิตที่ไม่ทะเยอทะยาน คือชีวิตที่มีคุณภาพ เป็นการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายมักน้อย สันโดษ พอเพียง และพึ่งตนเองได้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ผมเห็นว่า มาร์ติน วีลเลอร์ได้ปฏิบัติและทำให้เห็น และดำเนินชีวิตที่เป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะการทำเกษตรทฤษฎีที่ถือว่าเป็นไปตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง
นอกจากนี้แล้ว ผมเห็นว่าเขายังใช้คำพูดที่กระแทกอย่างแรงถึงคนไทยว่าอยากให้คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรม “เคารพ เทิดทูนในหลวงด้วยปาก” มาเป็น “เคารพในหลวงด้วยการปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์”
ผมเข้าใจว่า สิ่งที่ผมได้ยกมุมมองและแนวทางปฏิบัติตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ของฝรั่งทั้งสองท่านดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ถือเป็นบทเรียนรู้และการเตือนสติต่อคนไทย เพื่อให้น้อมนำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเรียนรู้อย่างเข้าใจ และนำแนวทางไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลกันอย่างจริงจัง ทั้งนี้เพราะเห็นว่าคำสอนของพระองค์ทรงเป็นภูมิพลังปัญญาที่ทรงคุณค่ามากที่สุด
ผมเข้าใจว่าต่อแต่นี้ไปคนไทยและภาคส่วนต่างๆ ต้องกลับมาทบทวน วางแนวทาง และจัดกระบวนการเพื่อน้อมนำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเข้าใจถ่องแท้ และดัดแปลงมาเป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งเข้าใจว่าส่วนของการนำแนวทางไปสู่การปฏิบัตินั้นเป็นส่วนสำคัญที่สุด และเป็นแนวทางที่ทำให้สังคมไทยมีความมั่นคง โดยเฉพาะการน้อมนำคำสอนมารณรงค์ให้เป็นแบบอย่าง ดังเช่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรสืบสานปณิธานคำสอน กระทำให้เกิด “หนึ่งท้องถิ่นหนึ่งแบบอย่างคำสอน” รวมทั้งหน่วยงานและองค์กรอื่นๆ ก็ควรปฏิบัติเช่นเดียวกัน นั่นก็คือ “หนึ่งหน่วยงาน หนึ่งแบบอย่างคำสอน” เช่น แบบอย่างความซื่อสัตย์ แบบอย่างวิถีชีวิตพอเพียง แบบอย่างการบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า อย่างยั่งยืน
การปฏิบัติตามแนวทางดังข้อเสนอที่กล่าวมานี้ ก็จะทำให้คนไทยและหน่วยงานได้ชื่อว่า เคารพและเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ท่าน ซึ่งถือว่าเป็นการเดินตามรอยพระยุคลบาทอย่างถูกวิธี







