
เสพศิลป์ในงานสัก
ปัจจุบันร่างกายของเธอกว่า 80%มีแต่รอยสัก หรือ แทตทู(Tattoo) เหลือเพียงหน้าอกใบหน้า และแขนทั้งสองข้างเท่านั้น....
ปัจจุบันร่างกายของเธอกว่า 80%มีแต่รอยสัก หรือ แทตทู(Tattoo) เหลือเพียงหน้าอกใบหน้า และแขนทั้งสองข้างเท่านั้น....
โดย...สมชาย บุญเหลือ
คนเรามีความชอบและความบ้าไม่เหมือนกัน สำหรับ ต้าร์-ชัญญา บุญศรีช่างเสริมสวยร้านพริ้งบิวตี้ ลาดพร้าวซอย18 กลับชอบรอยสักบนเรือนร่างเป็นชีวิตจิตใจ
ยอมเสียเงินนับแสนกับความเจ็บปวดเลือดตาแทบกระเด็น เพื่อให้มีรอยหมึกมาอยู่บนเรือนร่างปัจจุบันร่างกายของเธอกว่า 80%มีแต่รอยสัก หรือ แทตทู(Tattoo) เหลือเพียงหน้าอกใบหน้า และแขนทั้งสองข้างเท่านั้น
ใครเห็นต้าร์ก็ต้องมองชนิดเหลียวหลัง ผู้หญิงอะไรบ้าได้ถึงเพียงนี้ สักยันต์เต็มตัวไม่ห่วงสวยเอาเสียเลย แต่เธอกลับมองว่านี่แหละคือความสวย และเสน่ห์อย่างน่าหลงใหล จนยากจะห้ามใจใครไม่ให้มอง ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปไหน เธอจะใส่กางเกงขาสั้น เสื้อกล้าม โชว์รอยสักเดินอย่างองอาจไม่แคร์สายตาผู้คนที่หันมามองแรงบันดาลใจเธอชอบรอยสักมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น สมัยเรียนอยู่สิงห์บุรีขึ้นรถเมล์เห็นกระเป๋ารถผู้หญิงสักพวงกุหลาบก็ชื่นชอบสวยดี พอเข้ามากรุงเทพฯ ก็ไปที่สะพานพุทธเป็นรูปมังกรกราฟฟิก บริเวณไหล่ซ้ายราคา200 บาทเป็นจุดแรก
แต่เธอผิดหวังมาก เหมือนไปลองเข็มให้ช่าง นอกจากสักไม่สวยแล้ว ยังถูกเพื่อนแซวเหมือนกิ้งกืออีกต่างหากเลยคิดจะไปเอาออกแต่ช่างคิด 2 หมื่นบาท ถึงกับร้องโอ้โฮ...แพงมาก แต่เจ้ากิ้งกือก็ถือเป็นความภาคภูมิใจ ได้รอยสักมาอยู่บนตัวพอย้ายมาทำงานเป็นช่างเสริมสวยอยู่แถวลาดพร้าวเมื่อ8 ปีก่อน บังเอิญมีช่างสักมาเปิดร้านอยู่ใกล้ๆ ก็ได้แต่มองไม่กล้าเดินเข้าไปถามราคา มองอยู่หลายวัน ในที่สุด ต้าร์ก็ทนหัวใจเรียกร้องไม่ไหวตัดสินใจเดินเข้าไปถามราคา ก่อนจะตัดสินใจสัก เพราะราคาไม่แพงหลังจากนั้นเธอก็สักเรื่อยมามีเงินก็ไปสักเก็บงานไปเรื่อยๆ ใช้ระบบทยอยจ่ายเป็นงวดๆ ปัจจุบันสักไปเกือบ 80% ของร่างกายแล้ว ยกเว้นหน้าแขน หน้าอก และหน้า หน้าท้องก็มี และยังตั้งใจจะสักที่แขนต่อไป
"รอยสักเหมือนขี้กลากจะลามไปเรื่อยๆ เมื่อสักแล้วมีคนชมก็ว่าสวยอยากสักอีก เมื่อรู้ว่าร้านไหนสักสวย ก็อยากไปสัก ในที่สุดมันจะต่องานไป เรื่อยๆ บางคนเห็นหนูสัก เอ๊ะ...เป็นผู้หญิงสักมากขนาดนี้ยอมไม่ได้ จะสักให้มากกว่า ทุกวันนี้หมดเงินไปกับรอยสักเป็นแสนบาทแล้ว"
ต้าร์เล่าว่า วันที่สักมังกรตัวแรกที่ไหล่ซ้ายมีคนชมว่าลายเส้นสวยมากไม่ต้องลงสีก็สวยแล้ว เมื่อมีคนชมก็ไปสักที่ไหล่ขวาอีก ต่อมาอยากได้ดอกไม้อีกสักดอกบริเวณกลางหลัง จึงไปสักดอกไม้สีส้มรู้ว่ามันพลิ้วมาก แต่ยอมรับว่าเจ็บมากเช่นกัน คิดในใจไม่สักอีกมันเจ็บเหลือเกิน แต่ช่างสัก บอกว่า เดี๋ยวเอ็งก็อยากได้อีก แล้วก็เป็นจริงไปสักสิงโตมาอีกตัว จนกระทั่งมีความตั้งใจจะขึ้นประกวด มีการวางงานกันเป็นปี จะสักที่ขาอีก 2 ข้างเพื่อเดินสายประกวดล่ารางวัลให้ได้ แต่ก็ยังไม่ได้ขึ้นเวทีสักครั้ง เพราะส่วนมากช่างสักประจำตัว (ช่างสมบัตินิ่มนวล หรือ ยิ่ง ยังเติร์ก) จะเป็นกรรมการด้วย เลยต้องแสดงสปิริตไม่ขึ้นประกวด
จนถึงวันนี้เธอจึงยังไม่เคยขึ้นเวทีเลย แต่เธอมุ่งมั่นว่ารอได้ถ้าขึ้นเวทีแล้วต้องได้รางวัลเลย ตอนนี้ขอเก็บงานไว้ดูเดี๋ยวจะไม่สด สักวันหนึ่ง 4-5 ชั่วโมงคนอื่นสักเต็มที่ 3 ชั่วโมงลงเข็มบ่าย 3 เสร็จเที่ยงคืนตี 1 สักไปเรื่อยๆ จนงานจะเสร็จหยุดกินข้าวนิดเดียว หนูทนได้ทนไม่ได้ก็จะทนจนกว่าช่างจะจบงานเคล็ดลับเวลาสักต้องทำสมาธิ ไม่งั้นเจ็บสูดลมหายใจเข้าออกมาให้เป็นจังหวะ
"ตอนนี้งานบนร่างกายของหนูเริ่มมีคนก๊อบปี้แล้ว เพราะหนูเอารูปในลงในไฮไฟว์ เขาดูงานของเราแล้วไปสักตาม ทำแบบนี้มันไม่ครีเอตเลย ไม่มีจรรยาบรรณ ไม่คิดงานเอง ใครทำอยู่ให้เลิกเสีย" ต้าร์บอกอย่างเซ็งๆ ใครเป็นช่างสักที่มีฝีมือ งานที่ออกมาต้องมีเรื่องราว มีคำอธิบายได้ เช่นสักก้อนหินต้องมีหลายสีไม่ใช่สีเดียวงานญี่ปุ่นจะมีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ หากเป็นสัตว์ก็ตองมีคำอธิบาย เช่น เต่าก็เป็นสัตว์มงคลทำให้อายุยืน รอยสักของต้าร์ทั้งร่างกายจะเป็นประเภทสวยงาม ไม่มีการลงอาคมหรืออักขระ เหมือนกับรอยสักของอาจารย์ชื่อดัง คนสักยันต์ประเภทนี้จึงมีคำนำหน้าว่าช่างไม่ได้เรียกอาจารย์ต้าร์เองมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง จึงไม่ลงอาคม
"เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อมั่นในการทำความดี อยากได้อะไรหนู จะจุดธูปขอ ทุกอย่างอยู่ที่ศาลเจ้า เสือก็อยู่ศาลเจ้าพ่อเสือ ทั้งที่หนูไม่ ถูกกับปีเสือ แต่สักเสือได้ ของแบบนี้อยู่ที่ความศรัทธาไม่จำเป็นต้องลงยันต์"
ต้าร์ยอมรับรอยสักทั่วตัวนี่เองไม่ว่าจะไปไหนก็มีแต่คนมอง แต่ไม่ได้มองเป็นตัวประหลาด ส่วนใหญ่จะมองว่าสักสวย เห็นสักสองไหล่คนก็มองโฮ...สักเยอะไม่เจ็บเหรอ พอลงมาที่หลังคนก็เริ่มชมอีก พอมาใส่ขาสั้นก็แปลกตาไม่มีใครทำ แค่นั่งจักรยานยนต์รับจ้างเขาก็มาส่งที่บ้านถูกไม่ต้องบอกสถานที่ ทุกคน
รู้จักหมดทั้งที่เธอไม่รู้จักใคร เวลาเดินในซอยรถทุกคันจะมองต้าร์ เวลาข้ามถนนรถทั้งสองฝั่งจะจอดให้ข้ามแล้วหยุดดูรอยสัก ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่มีรถจอดให้เธอข้ามถนนเพื่อดูรอยสักอยู่
ต้าร์ยอมรับตั้งแต่มีรอยสักบนร่างกายเยอะๆผู้ชายเข้ามาจีบเยอะโดยเฉพาะวัยรุ่น บางคนมาดู แต่บางคนเห็นก็ไม่กล้าคุยเลย บางคนบอกว่าเดินกับคนสักแล้วเท่ เคยมีคนเคยมาจ้างไปเป็นแฟน ไปออกงานด้วยให้2,000 บาท แต่ไม่เอาสตางค์ช่วยไป ขำๆ เพื่อนจะเปิดร้านเครื่องเสียงก็ขอให้ไปยืนหน้าร้านหน่อยจึงบอกได้เต็มปากหลังจากสักมีคนมีจีบมากเรตติ้งกระฉูด
เธอบอกว่าแม้จะสักมากขนาดนี้แต่หนูคบได้มากกว่าคนไม่สักอีก ไม่เคยเอาเปรียบใคร มีแต่ถูกคนเอาเปรียบ ช่างที่สักก็ไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ แต่คนจะมองคนสักเหมือนอัพยาบุหรี่หนูยังไม่สูบเลย
รอยสักถือเป็นศิลปะสร้างสรรค์บนผิวหนัง ความโดดเด่น อยู่ที่การโชว์ศิลปะความสวยงามบนร่างกายและยังสะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมส่วนตัวของผู้สักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย!!!







