คำพูดต้องห้ามระหว่างคนรัก
คู่รักทุกคู่จะมีบางคำพูดที่แสนโรแมนติก แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางคำพูดที่ชวนให้เกิดอารมณ์เดือดดาลได้สุดๆ
โดย...โยโมทาโร่
คู่รักทุกคู่จะมีบางคำพูดที่แสนโรแมนติก แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางคำพูดที่ชวนให้เกิดอารมณ์เดือดดาลได้สุดๆ ลองมาดูกันว่ามีคำไหนบ้างที่เราควรเลี่ยงที่จะพูดหรือหาคำอื่นที่ใกล้เคียงมาใช้แทน
"บ้าหรือเปล่า"
มักจะเป็นคำพูดที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ อันหมายถึงสาวๆ เริ่มจะทำตัวงอแงไม่มีเหตุผล แต่นี่ละที่ผู้หญิงฟังแล้วปรื๊ดสุดๆ เพราะเธอจะตีความไปว่าคุณหาว่าเธอบ้าจริงๆ แล้วก็ยิ่งเดือดดาลเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้นคำพูดที่น่าจะดีกว่านั้นคือ "ใจเย็นฟังเหตุผลกันก่อน"
"แฟนเก่าไม่เคยทำอะไรแบบนี้"
คำพูดแบบนี้เกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่ยังหลงกับคนรักเก่าที่เคยสร้างความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้ จึงค่อนข้างคาดหวังว่าจะได้เจอกับคนใหม่ ว่าจะทำในสิ่งที่คล้ายกันหรือดีกว่า และเมื่อเจอกับสิ่งที่แย่กว่าที่คาด อาจจะเป็นเรื่องมารยาทสังคม นิสัยส่วนตัว หรือพฤติการณ์ชวนยี้ จึงพูดออกไปแบบนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือการเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงคนเก่า งดการเปรียบเทียบและบอกเขาไปตรงๆ ว่าคุณชอบและไม่ชอบพฤติกรรมแบบนี้เพราะว่าอะไรให้เขาหรือเธอได้รู้ตัว และปรับตัวเข้าหากันให้ดีขึ้น
"ก็ดี"คำพูดสั้นๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าได้ไปจับคู่กับสถานการณ์ที่เขาหรือเธอใส่เสื้อผ้าตัวใหม่ที่อยากจะอวด หรือเพิ่งไปตัดผมราคาหลายร้อยเพื่อให้คุณประทับใจ แล้วได้เพียงคำพูดว่า "ก็ดี" "อืมโอเค" และจะชวนปรื๊ดกว่านั้น ถ้าตีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงมากกว่าครึ่งทางออกของสถานการณ์แบบนี้ คือขอเวลาแค่ 3 นาที ใส่ใจสิ่งที่เขาหรือเธออยากจะอวดเสียหน่อย เช่นบอกว่า "อืมตัดดีนะ" แล้วแตะๆ จับๆ ดูหน่อยพอเป็นพิธีแล้วรีบเปลี่ยนเรื่องดูหนังฟังเพลงเข้าเรื่องเครียดก็ว่ากันไป
"งั้นก็เลิกกันเลยไป"คำพูดยอดฮิตที่ต้องมีหลุดปากกันเกือบทุกคู่ แรกๆ ก็ดูเหมือนงอนกันธรรมดา แต่ถ้าบ่อยครั้งเกินไปอีกฝ่ายจะคิดว่าเป็นสัญญาณให้เตรียมเลิกกันจริงในอนาคต จนสุดท้ายจบลงด้วยการเลิกรากันจริงๆ คำพูดว่าเลิกกัน ไม่ควรจะหลุดปากออกมาไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถ้ารู้สึกหงุดหงิดรำคาญอยากออกมาจากตรงจุดนั้นอย่าพูดว่าเลิก ให้บอกว่า "งั้นพอแค่นี้ก่อน อารมณ์ดีแล้วค่อยมาคุยกัน" ดีกว่าบอกเลิก หรือบอกว่าน่ารำคาญ


