
วิทนีย์ วงอินดี้มีดีมาอวด
ไม่ใช่ดีว่าผู้ล่วงลับ แต่ “วิทนีย์” เป็นวงอินดี้จากสหรัฐ ซึ่ง เอลตัน จอห์น ประกาศตัวเป็น “ป้าดัน”
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
ไม่ใช่ดีว่าผู้ล่วงลับ แต่ “วิทนีย์” เป็นวงอินดี้จากสหรัฐ ซึ่ง เอลตัน จอห์น ประกาศตัวเป็น “ป้าดัน” หลังจากได้ลองฟังเพลงดูแล้วก็พบว่า หนุ่มๆ กลุ่มนี้ไม่ธรรมดา เพลงของพวกเขาแตกต่าง และมีเอกลักษณ์น่าสนใจอย่างยิ่ง
จูเลียน เออร์ลิช เคยเป็นสมาชิกวง อันโนว์น มอร์ทัล ออร์เคสตรา ก่อนจะออกมาทำหน้าที่มือกลองให้กับ สมิธ เวสเทิร์นส จึงได้พบและรู้จักกับ แม็ค คาคาเซค มือกีตาร์ วงของพวกเขาดูน่าสนใจ แต่กลับอยู่ไม่ได้นานก็เลิกร้าง หลังจากแยกย้ายกันไปทำงาน จูเลียน และ แม็ค ก็โคจรกลับมาเจอกันอีกครั้ง
สองหนุ่มเช่าอพาร์ตเมนต์เล็กๆ อยู่ด้วยกันที่ชิคาโก ระหว่างนั้นก็แต่งเพลงขึ้นมา เป็นงานอารมณ์สบายๆ ขี้เกียจๆ ของยามรุ่งสาง แรกๆ ก็ทำสนุกๆ เพราะมีความสุขที่ได้ทำ ก่อนผลงานจะเป็นรูปเป็นร่าง จากนั้นทั้งคู่จึงเดินทางไปแคลิฟอร์เนีย และได้บันทึกเสียงผลงานโดยมี โจนาธาน ราโด สมาชิกวงฟ็อกซีเจนช่วยดูแล
ตอนแต่งเพลง จูเลียน กับ แม็ค ได้สร้าง “ตัวละคร” ขึ้นมา คนคนนั้นชื่อว่า “วิทนีย์” พวกเขาแต่งเพลงจากความรู้สึกนึกคิดของวิทนีย์ และชื่อนี้ก็กลายมาเป็นชื่อวงของพวกเขา นอกจาก จูเลียน เออร์ลิช (นักร้อง, เพอร์คัสชั่น) และ แม็คมิลเลน คาคาเซค (กีตาร์) แล้ว วงวิทนีย์ยังมี โจซิอาห์ มาแชลล์ (เบส) มัลคอล์ม บราวน์ (คีย์บอร์ด) และ วิลเลียม มิลเลอร์ (เครื่องเป่า) มาเป็นสมาชิกสมทบในภายหลัง
Light Upon the Lake อัลบั้มแรกของ วิทนีย์ เป็นงานที่ เซอร์เอลตัน จอห์น บอกว่า ชอบมากที่สุดในปีนี้ หลังจากที่เพื่อนนักเขียนคนหนึ่งแนะนำให้ฟัง เอลตันก็ตกหลุมรักดนตรีของพวกเขา เมื่อตามไปดูวิดีโอเพลง No Woman ที่เว็บของวง ก็ยิ่งชอบมากขึ้นไปอีก จากนั้นท่านเซอร์จึงชวนวงนี้ไปออกรายการวิทยุ เพื่อแนะนำให้คนฟังเพลงได้รู้จักศิลปินใหม่ๆ
เอลตัน จอห์น อธิบายเพลงของ วิทนีย์ ว่า ... “อารมณ์มันโหยหา คร่ำครวญ ฟังดูไม่เหมือนใครเลย” เมื่อลองฟังแล้วก็ใช่อย่างที่เอลตันว่า ยิ่งถ้าฟังตอนอยู่คนเดียวยามโพล้เพล้ มันยิ่งทวีคูณความรู้สึก งานเพลงของพวกเขาไม่แมส แต่ก็พิเศษ
Light Upon the Lake เป็นอัลบั้มสั้นกระชับ ประกอบด้วย 10 บทเพลง เป็นงานเพลงที่อบอุ่น ง่าย และฟังเพลิน โดยมีความเศร้าเจือปนแต่งแต้มให้น่าสนใจ ผสมผสานด้วยพลังงานให้สัมผัสถึงได้ เป็นงานบันทึกเสียงที่แสดงถึงความมุ่งมั่น ฉายชัดถึงความรู้สึกอันแท้จริง แต่ละเพลงกระชับ และหลายเพลงราวกับไร้ที่ติ นักร้องนักดนตรีมีช่วงเวลาได้นำความสามารถของตัวเองออกมาเสนอ
จูเลียน และ แม็ค เป็นคู่แต่งเพลงที่ให้ผลผลิตเป็นงานซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยจินตนาการ คมคายชาญฉลาด น่าประทับใจ บทเพลงของพวกเขามีความใหม่และเก่าผสมผสาน มีมุมคลาสสิกและโมเดิร์นอยู่ร่วมกัน
เพลงเปิดอัลบั้ม No Woman เริ่มต้นจากเสียงร้องเคล้าคลอกีตาร์อะคูสติก ก่อนที่เครื่องเคราดนตรีต่างๆ รวมทั้งเครื่องสาย เพอร์คัสชั่น และเครื่องเป่าจะตามมา เพลงนี้เป็นเพลงอกหัก อารมณ์ถ่ายทอดผ่านเสียงร้องนำที่มีเอกลักษณ์ ในอัลบั้มยังมี Follow เพลงสรรเสริญปู่ของ จูเลียน ขณะที่ Golden Days นั้นบ่งบอกความเป็นวงได้อย่างดี ในความเป็นร็อกคลาสสิกและย้อนยุค ทั้งยังสะท้อนความรู้สึก และแสดงถึงบุคลิกของพวกเขาในมุมหนึ่ง เพลง No Matter Where We Go นั้นมีพลังของคนหนุ่ม (และพลังของคอรัส) อยู่เต็ม
Light Upon the Lake เป็นอัลบั้มเปิดตัวที่น่าประทับใจ เหมือน วิทนีย์ มาถูกที่ถูกทาง และพอดีในจังหวะเวลา ทั้งยังเป็นเพลงซึ่งเข้าถึงหรือสัมผัสกับผู้คนได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง







