posttoday
หุ้นส่วนธุรกิจ หุ้นส่วนชีวิต นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ-พญ.ช้องมาศ เลิศสิน

หุ้นส่วนธุรกิจ หุ้นส่วนชีวิต นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ-พญ.ช้องมาศ เลิศสิน

19 พฤศจิกายน 2559

ในยุคที่ธุรกิจความงามเป็นธุรกิจที่เบ่งบานราวกับดอกเห็ด เนื่องจากความสวยความงามเป็นเรื่องที่คนหนุ่มสาว

โดย...อณุสรา  ทองอุไร ภาพ... วีรวงศ์   วงศ์ปรีดี

ในยุคที่ธุรกิจความงามเป็นธุรกิจที่เบ่งบานราวกับดอกเห็ด เนื่องจากความสวยความงามเป็นเรื่องที่คนหนุ่มสาว และสาวใหญ่ทั้งหลายให้ความสำคัญอย่างมากมาย เนื่องจากใครๆ ก็อยากดูสวยเป็นอมตะอ่อนกว่าวัยเพราะไม่มีใครอยากแก่ ธุรกิจนี้จึงเปรียบเสมือนสนามแข่งขันอันดุเดือดที่ใครๆ ก็อยากเข้ามาช่วงชิง แม้ว่าจะมีผู้ดาหน้าเข้ามามากแต่ใช่ว่าทุกคนจะอยู่รอดปลอดภัยประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ได้กันหมด เรียกว่าหากไม่ใช่มืออาชีพจริงๆ ก็จะอยู่ยากหรึออาจจะล้มหายตายจากไปได้ในเวลาอันรวดเร็ว

แต่สำหรับคู่ของคุณหมอสองท่านนี้ นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ-พญ.ช้องมาศ เลิศสิน เจ้าของ AIC คลินิกศูนย์นวัตกรรมความงามกรุงเทพ  ซึ่งเปิดมาได้ 5 ปี แต่ก่อนหน้านี้คุณหมอเปิดคลินิกความงามมาเกือบ 20 ปีเป็นอีกแบรนด์หนึ่ง เพิ่งมาเปลี่ยนเป็น AIC เพื่อจับกลุ่มลูกค้าตลาดเอพลัสมากยิ่งขึ้น เรียกว่าให้บริการระดับพรีเมียม มีความโดดเด่นในเรื่องการปรับโครงสร้างรูปหน้าและแก้ไขความหย่อนคล้อย โดยกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มนักธุรกิจ ผู้บริหารและเจ้าของกิจการ

“คือเราเคยทำแบรนด์แบบกลางๆ จับกลุ่มพนักงาน ซึ่งตลาดตรงนั้นกว้างก็จริงแต่การแข่งขันสูง และมักจะเอาราคาเป็นตัวตั้งมาตัดราคากันมาก เน้นเรื่องราคามากกว่าคุณภาพ ซึ่งไม่สนุกสำหรับคนทำงานเลย เราจึงปรับเปลี่ยนแผนงานใหม่โดยทำแบรนด์ใหม่เจาะกลุ่มตลาดบน โดยเราดูแลคนไข้เองอย่างใกล้ชิด ซึ่งมี พญ.ช้องมาศ เลิศสิน มาช่วยงานด้วย ที่นี่หมอรักษาเองทั้งหมด” เขากล่าวอย่างจริงจัง

คุณหมอเล่าว่าที่ตลาดคลินิกความงามเปิดกันมากมายเช่นนี้ ก็เพราะมีผู้ที่เห็นโอกาสในการทำกำไร โดยที่ไม่ได้เป็นหมอจริงๆ เป็นนักธุรกิจบ้าง คนดังบ้าง มาเปิด คลินิกความงามแล้วก็จ้างหมอมาประจำการแล้วคนเหล่านั้นเป็นผู้บริหาร โดยที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการแพทย์อย่างเพียงพอ เน้นการตลาดรายได้เป็นตัวตั้ง ถ้าธุรกิจไปได้ดีก็ทำต่อ ถ้าผลประโยชน์ไม่ดีพอเขาก็เลิกกิจการกันไปในเวลาสั้น

แต่สำหรับคลินิกอย่างเขาเองนั้น มันคืออาชีพ คืองาน คืออนาคตที่เขาต้องทำไปอย่างยาวนาน เป็นภาพลักษณ์ชื่อเสียงที่ต้องรักษาเอาไว้อย่าให้เสียหาย ดังนั้นเขาจึงบริหารเองรักษาเองอย่างครบวงจร

ทางด้าน พญ.ช้องมาศ เลิศสิน หนึ่งในทีมงานและเป็นมือขวาของ นพ.พุฒิพงศ์ กล่าวว่า ที่คลินิกแห่งนี้ทำงานและบริหารงานโดยทีมแพทย์ ที่นี่คือบริการทางการแพทย์แบบมืออาชีพ และอาศัยฝีมือบริการแบบ
ไฮเอนด์ คุณหมอที่นี่เป็นครูแพทย์ให้กับหลายๆ ประเทศในย่านนี้

“เมื่อต้นปีที่แล้ว คุณหมอพุฒิพงศ์ ก็เป็นคุณหมอคนเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นหมอในเอเชีย 5 คน จากทั่วโลกที่ไปสอนหมอ ที่สวีเดน สิงคโปร์ เพราะฝีมือหมอไทยนั้นละเอียดประณีตมาก หมอไทยก็ไม่แพ้ใครนะคะ” พญ.ช้องมาศ กล่าวอย่างภูมิใจ

เราแบ่งหน้าที่กันอย่างมืออาชีพ

นพ.พุฒิพงศ์ กล่าวถึงการทำงานกับ พญ.ช้องมาศ เลิศสิน ว่าแม้จะเป็นคู่รักเป็นหุ้นส่วนชีวิตหุ้นส่วนธุรกิจ แต่ในแง่ทำงานนั้นเราแยกแยะกันอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ไม่ก้าวก่ายไม่เอาเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมาปะปนกันในที่ทำงาน

“เช่นผมจะบริหารงานหลักดูภาพรวมใหญ่ๆ แต่ในรายละเอียด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่างๆ จะให้คุณหมอช้องมาศเป็นผู้ดูแล มีสายการทำงานชัดเจน ไม่ทับซ้อนไม่วุ่นวาย ไม่ให้ลูกน้องทีมงานสับสนว่าเรื่องนี้ควรจะถามใคร ควรจะฟังใคร ซึ่งผมเป็นคนเด็ดขาดชัดเจน  แต่โชคดีที่คุณหมอช้องมาศ ก็เป็นคนค่อนข้างนุ่มนวล ก็เลยลงตัวคนหนึ่งอ่อน คนหนึ่งแข็ง มันก็จะลงตัว แล้วเขาก็เป็นคนที่วางใจได้เรื่องงานไม่หลุด ไม่มีพลาด เราก็เลยทำงานด้วยกันได้อย่างราบรื่นและอยู่ด้วยกันมาเกือบ 10 ปี โดยที่ไม่มีปัญหาอะไรให้วุ่นวายใจ การทำงานที่ผ่านมาดีมากแทบจะไม่มีปัญหาอะไรเลย คือเราไม่เคยเอาปัญหาที่บ้านมาพูดที่ทำงาน แต่ข้อเสียคือมักเอาปัญหาที่ทำงานไปคุยกันต่อที่บ้าน (หัวเราะ) ซึ่งเราก็พยายามจะแก้ปัญหาด้วยการพูดคุยเรื่องงานกันให้จบไม่เอาไปคุยต่อที่บ้าน” นพ.พุฒิพงศ์ กล่าวอย่างมีความสุข

ห่วงสุขภาพเขาคิดงานตลอดเวลา

ทางด้าน พญ.ช้องมาศ กล่าวถึง นพ.พุฒิพงศ์ ว่า เขาเป็นคนทำงานรอบคอบ ทำงานหนัก ในเรื่องงานไม่มีอะไรห่วงเขานัก ที่ห่วงก็คือเรื่องสุขภาพ เพราะเขาทำงานหนัก และเป็นคนที่คิดเรื่องงานตลอดเวลา  ไม่ค่อยพักทำงานตลอด ห่วงสุขภาพเกรงว่าเขาจะเหนื่อยหรือเครียดเกินไป แถมเป็นคนไม่ช็อปปิ้งไม่ชอบเดินห้าง ไม่ค่อยซื้อของไม่สะสมอะไรเลย ความสุขอย่างเดียวของเขาก็คือชอบไปเดินป่า ชอบไปดูธรรมชาติ นอกนั้นไม่เห็นเขาจะชอบสิ่งไหนหรือซื้ออะไร ไม่สะสมอะไรด้วย

“แต่โชคดีที่เขาดูแลเรื่องอาหารการกินดีมาก เขาไม่ตามใจปาก เลือกกินของดีของมีประโยชน์ และยังไปออกกำลังกายอยู่บ้าง

เคยคุยกันเรื่องงานซึ่งตอนนี้มีอยู่ 2 สาขา มีคนมาชวนให้เปิดสาขาเพิ่มอีก ก็ตัดสินใจกันว่าพอแล้ว เราทำเองบริหารเองควบคุมคุณภาพได้ดี เอาแบบพอเพียงรู้จักเพียงพอ โชคดีที่เราเห็นตรงกันในเรื่องนี้ ถ้ามีสาขาเพิ่มเขาจะเครียดเพิ่มทำงานหนักขึ้นไปอีกเราไม่อยากให้เขาเครียดหรือทำงานมากจนทำลายสุขภาพ” พญ.ช้องมาศ กล่าวอย่างห่วงใย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท