posttoday
‘ช้างศึก’ สู้เพื่อพ่อ โรเตชั่นบู๊อิเหนา

‘ช้างศึก’ สู้เพื่อพ่อ โรเตชั่นบู๊อิเหนา

19 พฤศจิกายน 2559

โดย...ชมณัฐ รัตตะสุข

โดย...ชมณัฐ รัตตะสุข

ทัพช้างศึก มีภารกิจสำคัญคือการป้องกันแชมป์ซูซูกิ คัพ 2016 เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยเตรียมโรเตชั่นผู้เล่นเกมประเดิมสนามพบ อินโดนีเซีย วันที่ 19 พ.ย.นี้

ไทย-อินโดนีเซีย

ฟิลิปปินส์ สปอร์ตส์ สเตเดี้ยม

เวลา 15.00 น.

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ประกาศก้องที่จะป้องกันแชมป์อาเซียน เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในศึก “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016” ที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยเกมแรกของรอบแบ่งกลุ่ม สายเอ “ช้างศึก” ดีกรีแชมป์ 4 สมัย จะพบ อินโดนีเซีย

“เราต้องการเป็นแชมป์เพื่อที่จะถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพราะเมื่อ 2 ปีที่แล้วพระองค์ท่านได้ทอดพระเนตรและให้กำลังใจพวกเรา แต่ครั้งนี้พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้แฟนบอลชาวไทยมีความสุข และเราก็หวังว่าพระองค์ท่านจะได้ทอดพระเนตรจากสรวงสวรรค์ ฉะนั้นเกมทุกเกมเราจะให้เกียรติคู่ต่อสู้ มีสปิริต และเล่นให้สวยงามที่สุดเท่าที่จะทำได้” ซิโก้ กล่าวในงานแถลงความพร้อมก่อนเกม

ขณะที่เรื่องแผนการเล่น กุนซือวัย 43 ปี ยืนยันว่า จะเปลี่ยนระบบมาใช้ 4-3-3 ตามเดิม พร้อมแย้มว่าจะมีการโรเตชั่นผู้เล่นบางตำแหน่งเพื่อให้นักเตะที่ฟิตกว่าลงสนาม เพราะแข้งหลายรายยังมีอาการล้าจากเกมเสมอออสเตรเลีย โดยเฉพาะ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายตัวเก่งที่มีอาการบาดเจ็บ

“ผมมีอาการบาดเจ็บจากเกมล่าสุด แม้จะไม่ได้สาหัสอะไร แต่ก็คิดว่าโค้ชน่าจะให้พักก่อนเพื่อให้สภาพร่างกายสมบูรณ์ และรอช่วยทีมในเกมต่อไป” แข้งวัย 26 ปี กล่าว

สำหรับ 11 คนแรก ที่คาดว่าจะลงสนาม ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ แบ็กซ้าย พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา จะได้ลงแทน ธีราทร ส่วนแบ็กขวายังคงเป็น ทริสตอง โด ด้านคู่เซ็นเตอร์ กรวิทย์ นามวิเศษ จะได้กลับมาประจำการคู่กับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ขณะที่แผงกองกลาง “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะเดินเกมร่วมกับ สารัช อยู่เย็น และ ปกเกล้า อนันต์

ฟากแนวรุก เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ กับ สิโรจน์ ฉัตรทอง ลากเลื้อยริมเส้นซ้าย-ขวาตามลำดับ และศูนย์หน้าตัวเป้า “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กัปตันทีมป้ายแดง พร้อมยืนล่าตาข่าย

พร้อมกันนี้ “ซิโก้” ได้กล่าวถึงคู่แข่งนัดแรกอย่างอินโดนีเซียว่ายังเป็นงานยากเสมอ

“เราให้เกียรติอินโดนีเซีย เขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง เราเจองานยากเสมอเมื่อแข่งขันกับเขา เราได้เห็นรูปแบบวิธีการเล่นที่เขาอุ่นเครื่องกับเวียดนามและเมียนมาซึ่งสามารถทำได้ดี อีกทั้งในลีกเองก็มีนักเตะที่ดี เราจึงไม่ได้โฟกัสที่รายบุคคล ที่สำคัญเขามีความกระหายเพราะไม่ได้เล่นเกมระดับนานาชาติมานาน ทุกทีมที่เจอเราต้องการล้มเราหมด วิ่งลืมตายแน่นอน จึงบอกน้องๆ ว่าถ้าหากก่อนแข่งคิดว่าเป็นเกมที่ง่าย ก็จะกลายเป็นยากทันที ไม่อยากให้น้องๆ กดดัน และไม่ประมาททุกทีมที่เจอ”

นอกจากนี้ เฮดโค้ชช้างศึกเผยต่อว่า ในทัวร์นาเมนต์นี้ถ้ามีโอกาสยิงได้ต้องยิง เพราะจะนับประตูได้เสียก่อน และสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ เรื่องความฟิตของสภาพร่างกายที่ต้องฟื้นฟูให้รวดเร็ว เนื่องจากเวลาพักต่อนัดมีเพียง 2-3 วัน

“ก่อนอื่นเราจะมองไปทีละสเต็ป รอบแรกทำยังไงให้ได้แชมป์กลุ่ม แต่ขณะเดียวกันเราก็เตรียมความพร้อมเพื่อที่จะได้เล่น 7 เกม มันไม่เหมือนกับฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ที่เตะเดือนหนึ่ง 1 หรือ 2 เกม แต่รายการนี้จะเล่นวันเว้นสองวัน ฉะนั้นสภาพร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ ต้องฟื้นฟูให้เร็ว อีกอย่างคือการแข่งขันครั้งนี้จะนับประตูได้ก่อน แล้วจากนั้นจะนับเฮดทูเฮด ฉะนั้นถ้ามีโอกาสยิงได้เยอะเราก็ต้องยิง” ซิโก้ ทิ้งท้าย

ขณะที่อีกไฮไลต์สำคัญของทัพ “ช้างศึก” ก็คือการแต่งตั้ง “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ รับหน้าที่กัปตันทีม เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้แก่เจ้าตัวได้มีโอกาสชูโทรฟีในฐานะกัปตันทีมสักครั้ง ซึ่งหัวหอกวัย 28 ปี คว้าดาวซัลโวในรายการนี้มาแล้ว 2 สมัย ปี 2008 ยิง 4 ประตู และปี 2012 ยิง 5 ประตู แต่อกหักจบด้วยรองแชมป์ทั้งคู่ ส่วนครั้งที่แล้วปี 2014 ซึ่งเป็นการทวงเจ้าอาเซียนในรอบ 12 ปี ธีรศิลป์อยู่ระหว่างค้าแข้งกับอัลเมเรีย ในลาลีกา สเปน จึงไม่ได้ร่วมทีมด้วย

ทางฝั่ง ธีราทร กัปตันทีมชุดฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ที่แม้จะยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการนี้เช่นกัน เนื่องจากสมัยที่แล้วไม่ถูกเรียกตัวติดธง แต่ก็ยินดีหลีกทางให้กับรุ่นพี่ พร้อมชื่นชมว่ามีความเหมาะสมทุกประการ

“ผมรู้สึกยินดีกับพี่มุ้ยมากๆ และรู้สึกดีใจที่จะได้เห็นพี่มุ้ยสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติไทย พี่มุ้ยมีทั้งประสบการณ์ คุณสมบัติครบทุกอย่าง ที่สำคัญที่ผ่านมาพี่มุ้ยทุ่มเทช่วยทีมมาตลอด ซึ่งเราจะพยายามทำงานหนักร่วมกัน ผมและพี่มุ้ยต่างก็ยังไม่เคยได้แชมป์รายการนี้ ก็หวังว่าจะได้ชูถ้วยแชมป์ร่วมกัน” อุ้ม เปิดใจ

ด้าน อินโดนีเซีย รองแชมป์รายการนี้ 4 สมัย เพิ่งพ้นโทษแบน 1 ปี จากปัญหาภายใน จึงไม่มีเกมอย่างเป็นทางการให้ลงเล่น โดยทีมชุดนี้มีทีเด็ดอยู่ที่ สเตฟาโน ลิลีพาลี กองกลางลูกครึ่งดัตช์ ที่ค้าแข้งอยู่กับ เอสซี เทลสตาร์ ลีกรองของเนเธอร์แลนด์ รวมถึง โบอาซ โซลอสซา หอกสถิติยิง 11 ประตู จาก 38 นัด และ แอนดิค เวอร์มันซาห์ แนวรุกดาวรุ่ง ซึ่ง อัลเฟรด รีเดิล เฮดโค้ชชาวออสเตรีย ขอแค่ไม่แพ้ก็พอใจ

“แน่นอนการพบกับทีมเต็งแชมป์อย่างไทย ไม่แพ้ก็ถือว่าน่าพอใจ การพบกับทีมชาติไทย มันน่าจะเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรา รวมถึงทีมชาติไทยด้วย” รีเดิล ทิ้งท้าย

ขณะที่อีกคู่ในกลุ่ม ฟิลิปปินส์ พบ สิงคโปร์ ในวันเดียวกัน เวลา 19.00 น.

ความน่าจะเป็น : ช้างศึกเหนือกว่าทั้งชื่อชั้นและฝีมือ อีกทั้งยังมีแรงจูงใจสำคัญ คงไม่ยากที่จะถล่มอินโดนีเซียที่เพิ่งกลับมารวมตัวซ้อมได้ขาดลอย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท