posttoday
The digital economy driving industry 4.0

The digital economy driving industry 4.0

18 พฤศจิกายน 2559

ในงาน ITU Telecom World 2016 วันสุดท้าย (17 พ.ย. 2559) จัดขึ้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้มีการเสวนาในหัวข้อ “The digital economy : driving industry 4.0” โดยผู้เชี่ยวชาญได้แนะแนวทางการใช้เศรษฐกิจดิจิทัลในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยุค 4.0

ในงาน ITU Telecom World 2016 วันสุดท้าย (17 พ.ย. 2559) จัดขึ้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้มีการเสวนาในหัวข้อ “The digital economy : driving industry 4.0” โดยผู้เชี่ยวชาญได้แนะแนวทางการใช้เศรษฐกิจดิจิทัลในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยุค 4.0

ฮูลิน ซาว เลขาธิการสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ กล่าวว่า หัวใจหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล คือ ไอซีที ซึ่งสามารถนำไปส่งเสริมได้หลายกิจการ เช่น การศึกษา สุขภาพ เกษตรกรรม ฯลฯ ทั้งหมดนั้นมีส่วนช่วยให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น แต่จุดเริ่มต้นต้องมีการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานให้ดีก่อน ซึ่งต้องใช้เงินในการลงทุน นอกจากนั้นต้องมีกลยุทธ์หรือวิสัยทัศน์ที่ดีด้วย

พร้อมได้ยกตัวอย่างความสำเร็จที่ผ่านมา เมื่อปี 2547 ประเทศแอฟริกา ประชาชนในแอฟริกาสามารถเข้าถึงบริการโทรศัพท์ เพียงร้อยละ 4 จึงได้มีการตั้งเป้าหมายในปี 2553 ว่าต้องเพิ่มระดับการเข้าถึงร้อยละ 10 ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปได้ยาก แต่พอลงมือทำ และได้รับความร่วมมือกันจากหลายภาคส่วน ส่งผลให้ประเทศแอฟริกา ประชาชนมีการเข้าถึงบริการโทรศัพท์เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 เช่นเดียวกับประเทศเมียนมา ในปี 2554 มีการเข้าถึงบริการโทรศัพท์เพียงร้อยละ 5 และตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องเพิ่มระดับการเข้าถึงให้ได้ร้อยละ 50 ในปี 2558 โดยแนะนำว่าควรให้เกิดการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม ส่งผลให้ทุกวันนี้มีการเข้าถึงบริการโทรศัพท์เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 70

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า ในการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ถึงแม้จะมีประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเป็นจำนวนมาก แต่ถ้ามีกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ รวมถึงการร่วมมือกันทุกภาคส่วน ก็สามารถผลักดันเป้าหมายให้สำเร็จได้

ขณะที่ จอห์น กัลวิน รองประธาน ด้านการศึกษาและหน่วยงานรัฐ บริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เห็นว่าควรมีการเน้นด้านการศึกษา เนื่องจากปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก อาชีพที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็ไม่มีในอดีต ดังนั้นรูปแบบการศึกษา จากเดิมที่สอนเน้นให้ความรู้ ก็เปลี่ยนมาเป็นการฝึกคิด วิเคราะห์ สอนให้ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยจะต้องสร้างการศึกษาให้สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้เสมอ

อธิป อัศวานันท์ เลขาธิการสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ในประเทศไทยมีความท้าทายอยู่หลายอย่าง ซึ่งมีปัญหาที่ควรแก้ไข ปัญหาแรก เรื่องของข้อมูลที่คนไทยใช้ ส่วนใหญ่มาจากเว็บไซต์ที่เป็นบริษัทต่างชาติ เช่น กูเกิล เฟซบุ๊ก นั่นหมายความว่าข้อมูลที่คนไทยใช้งานอยู่ถูกเก็บไว้ที่ต่างประเทศ พอรัฐบาลอยากจะได้ข้อมูลเหล่านี้ เช่น ในการสืบอาชญากรรมต่างๆ จึงต้องใช้เวลานานในการประสานงาน ยื่นเรื่องขอดูข้อมูล จึงควรมีมาตรการอะไรที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น

ปัญหาที่สอง การใช้เทคโนโลยีในเกษตรกรรม สังคมไทยเป็นสังคมในภาคเกษตรกรรม แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้นั้นน้อยมาก ต้องใช้เงินจำนวนมาก โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยยิ่งไม่มีเงิน แตกต่างกับต่างประเทศที่เป็นบริษัทใหญ่มีเงินลงทุนมาก และองค์ความรู้ของเกษตรกรที่ขาดทักษะทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ

ซาเจ คูมาร์ (Saj Kumar) รองประธาน ด้านดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น และไอโอที บริษัท เอสเอพี เอเชีย พีวีที กล่าวว่า การก้าวสู่ Industry 4.0 มีปัจจัยสำคัญอยู่ 3 ข้อ 1.การใช้ข้อมูลร่วมกัน จากข้อมูลที่มาจากเครื่องจักร และจากมนุษย์ 2.การเปลี่ยนแปลงจากอุตสาหกรรมแบบเดิม จาก Mass Production กลายมาเป็น Mass Customization คือ การผลิตสิ่งของที่สอดคล้องกับความต้องการที่แตกต่างของแต่ละคนและมีความรวดเร็ว 3.วัตถุดิบ (Material)

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตค่อนข้างมาก ทั้งการนำเอาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ มาใช้งาน หรือวัสดุนาโน โดยยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาใช้งาน เช่น เกษตรกรรม เป็นกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขนาดใหญ่ ไม่สามารถนำองค์ความรู้เดิมๆ มาใช้ในพื้นที่เกษตรกรรมได้ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือดาวเทียม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง จึงมีการคิดเทคโนโลยีใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับเกษตรกรรม เช่น เทคโนโลยี Narrow Band และ Internet of Things หรือ IOT ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ราคาไม่แพง มาวัดคุณสมบัติของดิน ทำนายภูมิอากาศ และใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตร พบว่า ในอดีตสินค้าพวกนี้มีถึงร้อยละ 40 ที่เน่าเสียต้องทิ้งจากการขนส่งสินค้า แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้มีการเซ็นเซอร์สินค้า เพื่อช่วยในการคำนวณเวลาในการจัดส่งสินค้าให้ทันวันหมดอายุ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน