
อเมริกา กับฮีโร่คนใหม่ (1)
โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง [email protected]
โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง [email protected]
วินาทีนี้ใครๆ ก็พูดเรื่องทรัมป์ แอบคิดอยู่หลายหนว่านี่เป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐหรือว่าเลือกนายกรัฐมนตรีของไทยกันแน่ ทำไมคนไทยให้ความสนใจกันเยอะจัง หรือว่าคนไทยแอบคิดถึงบรรยากาศการเลือกตั้ง
เชื่อว่ามีคนพูดถึง โดนัลด์ ทรัมป์ มากแล้ว ทั้งมีการขุดคุ้ยอดีตของเขา เรื่องของภรรยาว่าที่สตรีหมายเลขหนึ่ง ซึ่งเธอน่าจะขึ้นตำแหน่งสตรีหมายเลขหนึ่งที่สวยที่สุดและเป็นคนแรกที่มาจากประเทศที่ปกครองโดยคอมมิวนิสต์ (ยูโกสลาเวียเดิม ปัจจุบันคือสโลวีเนีย) รวมถึงการคาดเดาต่างๆ นานาเรื่องการเข้าไปอยู่ในทำเนียบขาวของทรัมป์ว่าเขาจะอยู่ได้ไหม เพราะเป็นมหาเศรษฐี มีรายได้มากกว่าเงินเดือนประธานาธิบดีหลายเท่า และลูกคนไหนของทรัมป์ที่จะเข้าไปอยู่ในทำเนียบขาวด้วย และอื่นๆ อีกมากมาย
แต่มีบางประเด็นที่ผมอยากจะแชร์ถึง ทั้งตัวของทรัมป์เอง และการเลือกตั้งที่ผ่านมา
การถ่ายสดคือสุดยอดแห่งความบันเทิง
หากคุณดูการเลือกตั้ง ตั้งแต่ 8 ปีที่แล้วที่ บารัก โอบามา เข้ามาเป็นประธานาธิบดีครั้งแรก เมื่อปี 2008 ตอนนั้นโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะแบล็คเบอร์รี่ถูกพูดถึงกันมากว่า ถูกใช้เป็นเครื่องมือของการส่งสารออกไปอย่างกว้างขวางสู่ฐานเสียงเดโมแครต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางในเมืองและค่อนข้างมีอายุน้อยกว่าฝั่งของรีพับลิกัน ผ่านมาถึงยุคนี้คงไม่ต้องบรรยายถึงความสามารถของการทะลุทะลวงของโซเชียลมีเดีย ว่ามันไปไกลขนาดไหน ทวิตเตอร์ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักของการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ในการเดินทางไปหาเสียงตามที่ต่างๆ ของผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งสองคนและมากมายด้วยเทคนิคในการชิงพื้นที่สื่อ โดยเฉพาะทรัมป์ ซึ่งผมว่าจากประสบการณ์ของการเป็นทั้งพิธีกรรายการโทรทัศน์ การเป็นนักขายตัวยงและการวนเวียนอยู่ในธุรกิจสื่อของเขา ทำให้เขารู้ดีว่าการจะช่วงชิงพื้นที่สื่อนั้นต้องทำอย่างไร มีการประเมินกันคร่าวๆ ว่ามูลค่าของสื่อที่ทรัมป์ได้ไปจากการเดินทางหาเสียงนั้นมากมายมหาศาล อาจจะสูงเกิน 80 ล้านเหรียญสหรัฐด้วยซ้ำ แถมหลายครั้งผู้สื่อข่าวก็กลายเป็นเหยื่อของเขาไปด้วย (เช่น การไปกล่าวปราศรัยหาเสียงในโรงแรมของตัวเอง) จุดนี้เองที่ทำให้แคมเปญหาเสียงปีนี้ดูสนุกสนานและตื่นเต้นไม่แพ้ดูเกมโชว์
ส่วนในวันเลือกตั้งก็ยิ่งสนุก เทคโนโลยีการประมวลผล การรวบรวมข้อมูล การทำฐานข้อมูลของสำนักข่าวต่างๆ ในอเมริกาทำได้น่าสนุกมาก และแข่งกันน่าดูที่จะรายงานผลให้เร็วที่สุดและแทรกด้วยสถิติ ตัวเลขเชิงประวัติศาสตร์ การทำอินโฟกราฟฟิกที่ดึงดูด ทั้งหมดนี้เปลี่ยนการรายงานข่าวธรรมดาให้กลายเป็นการลุ้นเกมการแข่งขัน ให้ความรู้สึกเหมือนการลุ้นผลอเมริกันฟุตบอล อีกทั้งท่าทีของสื่ออเมริกันที่เลือกข้างอย่างชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายไหน (คุณดู CNN อาจถูกเหมาว่าเป็นเดโมแครต แต่ถ้าเป็นแฟน Fox News คุณก็อาจถูกมองว่าเป็นรีพับลิกัน) ยิ่งทำให้การเปลี่ยนช่องไปมาดูมีสีสันมากขึ้น ผิดกับบ้านเราซึ่งสื่อต้องพยายามสร้างภาพว่าเป็นกลางให้ได้มากที่สุด
แน่นอนสำหรับประเทศที่มีสินค้าทางวัฒนธรรมชื่อฮอลลีวู้ด ผมว่ามันสมน้ำสมเนื้อและเชื่อได้ว่าในอีกสี่ปีข้างหน้า การเลือกตั้งประธานาธิบดีอาจถูกใส่เข้าไปในทำเนียบของช่วงรายการข่าวที่มีค่าโฆษณาสูงสุดก็เป็นได้
ทรัมป์ผู้สร้างปรากฏการณ์
“ผู้นำเป็นตัวสะท้อนคนในประเทศได้ดีประมาณหนึ่ง” ผมว่าคุณก็ต้องเคยได้ยินประโยคนี้มาบ้าง การที่ทรัมป์ชนะในการเลือกตั้งด้วยเสียง Electoral Vote ที่ค่อนข้างเด็ดขาด สะท้อนอะไรได้ไม่น้อย ในความเห็นของผม สรุปได้เป็นประเด็นก็คือ 1.คนอเมริกันลึกๆ แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองถูกรุกรานจากผู้อพยพ แม้ว่าปากจะพูดว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้าง แต่การหลั่งไหลของคนฮิสแปนิก เอเชีย และอื่นๆ ก็ทำให้คนผิวขาวแต่เดิมรู้สึกสั่นคลอน ซึ่งคงไม่แตกต่างจากที่ฝรั่งเศสหรือเยอรมนีเป็นอยู่ตอนนี้ ฉะนั้นแคมเปญทั้ง Make American Great Again และท่าทีของการกีดกันคนต่างด้าวที่ชัดเจน อาจเป็นจุดขายที่ชนะใจคน 2.อย่าลืมว่ากว่าครึ่งหนึ่งของคนอเมริกันที่มีสิทธิเลือกตั้งเป็นคนที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไปแล้วและยังมีความคิดอนุรักษนิยมอยู่มาก ผมว่าการที่เดโมแครตเอาผู้หญิงมาลงชิงตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีผิวสี ถือเป็นทั้งความแปลกใหม่ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเดิมพันก้อนโตของพรรคด้วยเช่นกัน สิ่งที่น่าจับตามองกันต่อไปก็คือ ทรัมป์จะทำอย่างไรกับปัญหาเรื่องการเหยียดผิวและเชื้อชาติในสหรัฐ ซึ่งตอนนี้ก็เหมือนเริ่มเห็นเค้าลางของความวุ่นวายเกิดขึ้นแล้ว 3.เมื่อนักธุรกิจที่ขายตัวเองเก่งที่สุดคนหนึ่งจะต้องมาทำในสิ่งที่ตัวเองขายไว้ตลอด 4 ปี เขาจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เขาได้ลั่นวาจาไว้ แม้มีคนพูดทำนองว่า “การหาเสียงก็คือการหาเสียง มันคนละเรื่องกับการลงมือทำจริงๆ นะ” แต่ผมเชื่อว่าคนที่เลือกทรัมป์มีความคาดหวัง โดยเฉพาะการทำให้ “อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”
แน่นอนประเด็นหาเสียงของทรัมป์นั้นชัดเจน แต่ต่อจากนี้เป็นเรื่องของรายละเอียด ทรัมป์ถือเป็นของใหม่ เขาสร้างประวัติศาสตร์หลายอย่างให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้ และเขาถูกคาดหวังให้สร้างประวัติศาสตร์สำหรับการทำงานในฐานะผู้นำของประเทศมหาอำนาจของโลกไว้แล้วเรียบร้อย แต่เชื่อแน่ว่าคณะรัฐมนตรีของเขาคงไม่มีผู้หญิง
สำหรับประเด็นที่เหลือ ผมจะมาเล่าต่อในสัปดาห์หน้าครับ







