posttoday
รับมือความเครียดจากภัยพิบัติ

รับมือความเครียดจากภัยพิบัติ

15 พฤศจิกายน 2559

ภัยพิบัติและความเครียดหลังเกิดภัยพิบัติเป็นผลกระทบทางจิตใจนั้น นับวันจะรุกเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที ทุกปี

โดย...สมแขก ภาพ รอยเตอร์ส

ภัยพิบัติและความเครียดหลังเกิดภัยพิบัติเป็นผลกระทบทางจิตใจนั้น นับวันจะรุกเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที ทุกปี มักมีข่าวคราวให้ได้เห็น ปีนี้ก็เช่นกัน แม้จะมีประกาศว่าล่วงเข้าหน้าหนาวแล้ว แต่บ้านเรายังเจอกับพายุฝนจนเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ผลกระทบจากปัญหาของภัยพิบัติเหล่านี้มีทั้งการสูญเสียตั้งแต่เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ สูญเสียทรัพย์สิน พืชผลทางการเกษตรเสียหาย

มิหนำซ้ำบางรายยังต้องแบกรับภาระหนี้สินซ้ำเดิมจากการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย แม้ว่าภัยพิบัตินั้นจางหายไปก็จริง แต่ปัญหาที่ตามมาหลังจากนั้นก็ไม่ได้จางหายไปด้วย แต่ยังจะมีผลกระทบตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะผลกระทบทางจิตใจที่มีทั้งความหวั่นวิตก อาการตื่นกลัว ที่ตกค้างในจิตใจ และเกิดเป็นความเครียด ในทางการแพทย์เรียกว่า Post-Traumatic Stress Syndrome หรือความผิดปกติทางจิตใจหลังเกิดภยันตราย

บางคนกลัวตาย (Fear) บางคนหมดกำลังใจ (Hopeless) ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ (Helplessness) จนกระทั่งบางคนก็มีความหวาดผวาอย่างรุนแรง (Horror) แม้เมื่อผ่านไปได้ระยะเวลาหนึ่ง อาการเครียดจะลดลงเพราะยังมีกิจกรรมในชีวิตประจำวันช่วยทำให้บรรเทาความเครียดลง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาใหม่ก็จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการหวาดผวาขึ้นมาอีกครั้ง

หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นในทันทีในระยเวลาไม่เกิน 1 เดือน ถือว่าเป็นอาการเครียดแบบฉับพลัน (Acute Stress Disorder) บางกรณีก็อาจหายไปเอง บางกรณีก็เป็นอยู่อย่างยาวนาน ผลกระทบในระยะยาวของความเครียดจากภัยพิบัติ บางกรณีมีปัญหากระทบถึงสุขภาพจิต ที่มีได้หลายรูปแบบ เช่น โรคหวาดผวา โรคประสาทวิตกกังวล โรคซึมเศร้า นอกจากนี้บางรายอาจส่งผลกระทบถึงปัญหาสุขภาพร่างกายด้วย เช่น ติดสุรา  ติดยา โรคความดันโลหิตสูง หอบหืด เป็นต้น

คนที่มีอาการเครียดจากสาเหตุภัยพิบัติ

-  เคยได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง และมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเหตุการณ์นั้นกรณีเกิดเหตุการณ์ซ้ำ เช่น ตกใจ หวาดกลัวอย่างรุนแรงจนแสดงออกมาให้เห็น

-  นอนไม่หลับ ฝันร้ายหรือสะดุ้งตื่นกลางดึก จนทำให้ร่างกายทรุดโทรมตามมา

-  อารมณ์แปรปรวน ระเบิดอารมณ์ได้ง่ายๆ เมื่อถูกกระตุ้น ขาดสมาธิในการทำงาน มีอาการเหม่อลอย

-  บางคนแยกตัวออกจากสังคม พยายามหลีกหนีปัญหา หลบเลี่ยงที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นอีก มีชีวิตอยู่ไปวันๆ ไร้จุดหมายและไม่มีแผนอนาคต

ดูแลจิตใจหลังภัยพิบัติ

กรณีที่พบเจอปัญหาไม่หนักหนามากนัก หากจะดูแลรักษาด้วยตนเองต้องทำความเข้าใจสถานการณ์รอบด้านให้ดี โดยต้องไม่สร้างสถานการณ์เพื่อเป็นการซ้ำเติม หรือสะสมปัญหาให้มากขึ้น เพราะโดยมากแล้วคนใกล้ชิดจะเป็นผู้ที่รับรู้ปัญหามากที่สุด ซ้ำยังต้องเผชิญปัญหาด้วยตนเองอยู่ด้วย คนใกล้ชิดจึงอาจทำได้ดีหากแสดงความเข้าใจในฐานะหัวอกเดียวกัน อาจร่วมปรึกษาหารือกันเพื่อหาทางออกวิธีอื่นๆ ไปบอกเล่าผู้ที่ช่วยเหลือได้ 

 ส่วนการพูดคุยต้องทำด้วยความจริงใจ เคารพต่อผู้ประสบเหตุ (Respects) ต้องเป็นผู้ฟังที่ดี รับฟังปัญหาต่างๆ ด้วยความเข้าใจ และสุขุม ไม่จำเป็นต้องมีอารมณ์ร่วมมากเกินไปจนไปกระตุ้นให้ผู้ประสบเหตุ หรือบีบคั้นให้ผู้เจอภัยพิบัติเล่าเหตุการณ์แบบบรรยายเป็นภาพ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเสียหายด้านจิตใจให้มากขึ้น

ประเด็นสำคัญ คือ หากไม่แน่ใจว่าผู้ประสบภัยสามารถปรับตัวได้แล้ว อย่าปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพังโดยไม่จำเป็นหรือโดยที่ยังไว้วางใจไม่ได้ ควรหาทางออกให้ด้วยการทำงานต่างๆ ที่เรียกว่า กิจกรรมบำบัด อาจร่วมกันทำเป็นกลุ่ม เช่น ศิลปะ ดนตรี หรือกลุ่มละครเล็กๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการคิดที่วนเวียนซ้ำซากเมื่ออยู่คนเดียว ต้องหาความเพลิดเพลินอื่นๆ เป็นต้น ที่สำคัญหากเกินจะรับมือ การพบจิตแพทย์คือทางออกที่ดีที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท