
90 ปี ชัค เบอร์รี บิดาแห่งร็อก แอนด์ โรลล์
ครั้งหนึ่ง จอห์น เลนนอน เคยพูดไว้ว่า ถ้าจะตั้งชื่ออื่นให้กับร็อก แอนด์ โรลล์ มันจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก ชัค เบอร์รี !
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
ครั้งหนึ่ง จอห์น เลนนอน เคยพูดไว้ว่า ถ้าจะตั้งชื่ออื่นให้กับร็อก แอนด์ โรลล์ มันจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก ชัค เบอร์รี !
ผู้ยิ่งยงแห่งวงการเพลงร็อก ไม่ว่าจะ เดอะ บีเทิลส์, โรลลิง สโตนส์, เลด เซพพีลิน ฯลฯ ต่างมี ชัค เบอร์รี เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งาน และยกย่องให้เขาเป็นผู้ก่อกำเนิดดนตรีร็อก แอนด์ โรลล์ วันนี้อิทธิพลต่อแวดวงดนตรีของ ชัค เบอร์รี ยังอยู่
เจ้าของเสียงเพลง Johnny B Goode อันสุดแสนคลาสสิก ชาร์ลส เอ็ดเวิร์ด แอนเดอร์สัน เบอร์รี เกิดเมื่อปี 1926 และเพิ่งจะอายุครบ 90 ปี ไปเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา
พร้อมกับการฉลองขวบปีอันสำคัญนี้ ชัค เบอร์รี ประกาศว่า เขาจะมีงานชุดใหม่ออกมาให้ได้ฟังกัน หลังจากที่ไม่มีผลงานมานานเกือบ 40 ปีแล้ว (และไม่แสดงคอนเสิร์ตมานานกว่า 30 ปีเช่นกัน) นี่จึงเป็นข่าวที่คนรักดนตรีรู้สึกตื่นเต้นและรอคอย
ปู่ชัค เบอร์รี บอกว่า อัลบั้มใหม่ของเขาจะเป็นผลงานที่อุทิศให้กับ เธอร์เน็ตตา “ทอดดี้” เบอร์รี ภรรยาของเขา ผู้เฒ่าบอกว่า เขาทำงานชิ้นนี้มานานแล้ว เมื่องานเสร็จและพร้อมจะออกเผยแพร่ หลังจากนั้นก็สมควรแก่เวลาที่จะ “แขวนรองเท้า”
เกิดในครอบครัวชนชั้นกลางที่เซนต์หลุยส์ มิสซูรี สหรัฐ ตอนเป็นเด็ก ชัค เบอร์รี ชอบไปร้องเพลงที่โบสถ์แบ๊บติสต์ของพ่อ ต่อมาตอนอายุได้ 18 ปี เขาต้องคดีลักทรัพย์ติดคุกรับโทษนาน 3 ปี ระหว่างนั้นเขาก็ตั้งคณะนักร้องขึ้นมา และผู้คุมก็ปล่อยให้ชัคและเพื่อนออกมาร้องเพลงข้างนอกได้ หลังพ้นโทษเขาดิ้นรนอยากจะเป็นนักดนตรีอาชีพ โดยหาเลี้ยงชีพด้วยงานภารโรง ช่างทำผม และช่างไม้ไปด้วย
ชัค เบอร์รี ได้รับอิทธิพลจากนักดนตรีบลูส์อย่าง มัดดี วอเทอร์ส และ ที-โบน วอลเกอร์ มาสร้างสรรค์เพลงสไตล์ตัวเองที่ภายหลังถูกเรียกว่า ร็อก แอนด์ โรลล์ เขาแจ้งเกิดได้สำเร็จในปี 1955 เมื่อมีผลงานขึ้นอันดับ 1 ในบิลบอร์ด อาร์ แอนด์ บี ชาร์ต และขายงานได้เป็นล้านก๊อบปี้ เพลงฮิตก็ติดตามกันมาเป็นขบวน รวมถึง Johnny B Goode, Roll Over Beethoven, My Ding-A-Ling, Sweet Little Sixteen และ Memphis Tennessee
การแสดงบนเวทีของเขานั้นก็เต็มไปด้วยสีสัน ไม่ว่าจะลีลาการขยับร่างกาย โดยเฉพาะท่าเต้นที่เรียกว่า “เป็ดเดิน” ซึ่งโด่งดังมาก ขณะที่พลังขับของเสียงกีตาร์และเนื้อหาเพลงแบบติดดิน อาจจะไม่สัมผัสคล้องจองราวบทกวี แต่เล่าเรื่องจริงของชีวิตวัยรุ่น ซึ่งกลายเป็นเพลงในแบบที่ศิลปินหลายคนทำตามในเวลาต่อมา
ด้วยการบุกเบิกทำงานทำให้เขากลายเป็นราชาแห่งร็อก แอนด์ โรลล์ ชัค เบอร์รี ออกทัวร์ทั่วอเมริการ่วมกับ บัดดี้ ฮอลลี และ ดิ เอเวอร์ลี บราเธอร์ส
แต่ในปี 1962 เขาก็ต้องกลับเข้าคุกอีกครั้งเพราะคดีมีเพศสัมพันธ์กับพนักงานเสิร์ฟอายุ 14 ปี หลังออกจากคุกมาก็มีเพลงดังออกมาอีก No Particular Place To Go, You Never Can Tell และ Nadine ต่อมาความนิยมของเขาก็เสื่อมถอย เขามีชีวิตอยู่ด้วยการเล่นเพลงเก่าวนๆ ซ้ำๆ ออกทัวร์ในเมืองเล็กๆ และรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น
ถึงอย่างนั้นดนตรีของเขาก็ยังยอดเยี่ยม นักดนตรีแบ็กอัพของชัค ในตอนนั้นรวมถึงหนุ่มๆ หน้าใหม่อย่าง สตีฟ มิลเลอร์ และ บรูซ สปริงสทีน เพราะการรับเฉพาะเงินสดก็ทำให้ ชัค เบอร์รี ถูกเล่นงานเรื่องภาษี เขาจึงติดคุกอีกรอบ และต้องทำงานบริการชุมชนโดยเล่นดนตรีเพื่อการกุศลด้วย
กลางทศวรรษ 1980 ชัค เบอร์รี ซื้อร้านอาหารในมิสซูรีเพื่อมาทำคลับ ตามมาด้วยคดีอื้อฉาวเมื่อผู้หญิง 59 คน ถูกแอบถ่ายในห้องน้ำ ข้อกล่าวหานี้ก็ไม่เคยได้รับการพิสูจน์ว่าจริง แต่ ชัค เบอร์รี ก็ต้องจ่ายค่าเสียหายและค่าธรรมเนียมตามกฎหมายเป็นล้านเหรียญ เขายังถูกตั้งข้อหาครอบครองกัญชา และภายหลังได้รับคำสั่งให้จ่าย 5,000 เหรียญสหรัฐ ให้กับโรงพยาบาลท้องถิ่น
จากนั้นอาชีพทางดนตรีของ ชัค เบอร์รี ก็ค่อยๆ เสื่อมถอย กระทั่งในสัปดาห์นี้ที่เขาประกาศจะมีอัลบั้มใหม่ออกมา และงานนี้จะยอดเยี่ยมเหมือนอัลบั้มที่ผ่านมาของเขา อย่างเช่น After School Session (1957) Chuck Berry Is on Top (1959) St. Louis to Liverpool (1964) Concerto in B Goode (1969) Rock It (1979) ฯลฯ หรือไม่ ... ต้องรอติดตาม
แม้ชีวิตส่วนตัวของเขาจะเป็นเยี่ยงอย่างให้กับใครไม่ได้ แต่พรสวรรค์และความสามารถทางด้านดนตรีของ ชัค เบอร์รี นั้นเปล่งประกายเจิดจ้า ชีวิตอันชวนทึ่งของเขาอาจจะสรุปสั้นๆ ด้วยเนื้อเพลง Johnny B Goode ที่ว่า “He never ever learned to read or write so well but he could play his guitar like he was ringing a bell.”
และ Old rockers never die. เชื่อปู่สิหลานๆ







