
ปัจจัยส่ง ’ตั้ม’ ค่าตัวกระฉูด
กลายเป็นปรากฏการณ์สั่นสะเทือนวงการลูกหนังไทย กับการย้ายทีมของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติไทย
โดย...ชมณัฐ รัตตะสุข
กลายเป็นปรากฏการณ์สั่นสะเทือนวงการลูกหนังไทย กับการย้ายทีมของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติไทย ที่เปลี่ยนสีเสื่อจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ เชียงราย ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติสูงที่สุดของฟุตบอลไทย ภายใต้มูลค่าที่คาดกันว่าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีหลายปัจจัยที่ส่งให้เกิดการซื้อขายครั้งประวัติศาสตร์นี้
ธัญญะ วงศ์นาค อดีตผู้จัดการทีมบีอีซี เทโรศาสน ที่เป็นผู้ปลุกปั้นธนบูรณ์ มาตั้งแต่ระดับเยาวชน ได้กล่าวถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าตัวของ “เจ้าตั้ม” สูงขึ้นถึงระดับนี้ว่ามี 2 เหตุผลสำคัญ โดยประการแรกคือเรื่องฝีเท้า
“ฝีเท้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้นักเตะมีราคาแพง ซึ่งธนบูรณ์คือผู้เล่นไทยที่ดีที่สุดในตำแหน่งกองกลางตัวรับ และยังสามารถถอยไปเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้อีกด้วย ที่สำคัญคือมีฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอที่สุด ไม่ว่าจะเล่นให้กับบีอีซี เทโรฯ เอสซีจี เมืองทองฯ หรือทีมชาติไทย หากให้คะแนนก็เกือบจะ 8 เต็ม 10 ทุกนัด ต่างจากนักเตะอีกหลายคนที่ฟอร์มมีขึ้นมีลง นอกจากนี้อายุยังน้อยแค่ 23 ปี สามารถนำไปใช้งานได้นาน ในอนาคตถ้าย้ายทีมก็มีโอกาสที่จะขายได้แพงขึ้นอีก หรืออย่างต่ำก็ไม่ขาดทุน”
นอกจากเรื่องฝีเท้าแล้วอีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ “คาแรกเตอร์ของตัวนักฟุตบอล” ที่จะช่วยต่อยอดให้กับสโมสรในเรื่องนอกสนาม
“นักฟุตบอลจะมีค่าตัวสูงได้ ยังต้องมีเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองที่สำคัญไม่แพ้กับฝีเท้า ในกรณีของธนบูรณ์แม้จะไม่ใช่ผู้เล่นแนวรุกที่โดดเด่นเหมือนสตาร์ อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ แต่เขาก็เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นในเรื่องความประพฤติ นิสัยส่วนตัวที่ไปไหนใครก็รัก เป็นสุภาพบุรุษในสนาม ไม่เคยโดนใบแดงโดยตรงเลยสักครั้ง สามารถเป็นไอดอลของสโมสรให้แก่เด็กๆ และแฟนบอลได้อย่างดี สโมสรที่ได้ตัวไปสามารถนำไปเรียกเรตติ้งจากแฟนบอล รวมถึงทำธุรกิจอื่นๆ ต่อได้
ดังนั้นถ้าเชียงรายไม่ยอมทุ่มเงินมากถึงขนาดนี้ ทางเอสซีจี เมืองทองฯ คงไม่ปล่อยตัวจากทีมแน่นอน” ธัญญะ กล่าว
ขณะที่ “ต้น” หนึ่งในตัวแทนของบริษัท เคบี สปอร์ต เมเนจเม้นต์ บริษัทเอเยนต์ชื่อดังของไทยที่มีนักฟุตบอลไทยอยู่ในความดูแลหลายราย ให้ทัศนะว่ากรณีของ “ตั้ม” เป็นสิ่งที่ตลาดต้องการพอดี
“สิ่งที่ทำให้ค่าตัวของธนบูรณ์แพงขนาดนี้ ก็เพราะเป็นตำแหน่งที่ขาดตลาด นักฟุตบอลไทยที่สูง 180 ซม. และสามารถเล่นได้ 2 ตำแหน่ง ในสไตล์
บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ มีอยู่เพียง 1-2 คนเท่านั้น ซึ่งธนบูรณ์ถือว่าดีที่สุดทั้งเรื่องฝีเท้าและโปรไฟล์ที่ติดทีมชาติ ที่สำคัญคือนักบอลรุ่นใหม่ที่เล่นสไตล์นี้ก็ยังไม่สามารถขึ้นมาทดแทนได้ทัน” เอเยนต์ชาวไทย ระบุ
เพราะฉะนั้น ธนบูรณ์จึงเป็นตัวเลือกเดียวของไทยในตอนนี้ ขณะที่เชียงรายเองได้นายทุนรายใหม่เข้ามาสนับสนุน ต้องการพัฒนาทีมให้สูงขึ้นอีกขั้น และในฤดูกาลที่แล้วแนวรุกก็ทำผลงานได้ดี ขาดแต่เพียงนักเตะที่จะฉกบอลคู่แข่งตรงกลางสนามเพื่อพลิกเกมเท่านั้นธนบูรณ์จึงเป็นผู้เล่นที่ตอบโจทย์
เหนือสิ่งอื่นใดการซื้อขายนักเตะครั้งนี้ย่อมกลายเป็นบรรทัดฐานให้กับวงการฟุตบอลไทย ซึ่งอาจก่อให้เกิดทั้งผลดีและผลเสียในอนาคต
“ไม่ปฏิเสธว่าธนบูรณ์คือผู้เล่นตำแหน่งนี้ที่ดีที่สุดของไทย แต่หากมองในสายตาต่างชาติเขาน่าจะมีค่าตัวที่ประมาณ 2 แสนเหรียญสหรัฐ หรือราว 7 ล้านบาทเท่านั้น ดังนั้นเมื่อราคาขึ้นสูงถึงขนาดนี้ย่อมกลายเป็นมาตรฐานในการย้ายทีมของนักเตะไทยรายอื่นในอนาคต และอาจทำให้ราคาของนักเตะไทยเฟ้อ จนส่งผลให้สโมสรต่างประเทศไม่สนใจที่จะคว้าตัวไปร่วมทีม ซึ่งจะกระทบต่อภาพรวมของทีมชาติ” ต้น กล่าว
ตัวแทนเอเยนต์ ยกตัวอย่าง ชาติในเอเชียที่ซื้อขายนักฟุตบอลแพงเกินเหตุอย่างจีน คูเวต หรือแม้แต่ในยุโรปอย่างอังกฤษ แทบจะไม่มีนักฟุตบอลไปเล่นต่างประเทศ และทีมชาติก็เริ่มจะถอยหลังลง ต่างจากชาติที่ส่งออกนักเตะไปยุโรปอย่างญี่ปุ่นที่ทำผลงานได้ไปฟุตบอลโลกอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ในแง่ดีเมื่อนักฟุตบอลค่าตัวแพงขึ้น สำหรับเอเยนต์เองก็จะเป็นเรื่องดีขึ้นเช่นกัน เพราะจะได้รับส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์การย้ายทีมที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ธัญญะ มองว่า การที่นักเตะมีค่าตัวแพงขึ้นนั้นส่งผลดีต่อลีกไทยมากกว่าด้านลบ และยังไม่น่าเป็นห่วงเรื่องเงินเฟ้อและฟองสบู่แตก เพราะต้องยอมรับว่าการที่จะมีนักเตะย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงขนาดนี้คงมีไม่กี่คน ต้องเป็นนักเตะที่มีมูลค่าสูงจริงๆ เช่น พวกตัวหลักทีมชาติอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ หรือ ธีรศิลป์ แดงดา และที่สำคัญคือต้องมีสโมสรที่พร้อมจะทุ่มเงินซื้อด้วย
“ปัจจุบันระบบของลีกเริ่มที่จะอยู่ได้ด้วยตัวมันเองแล้ว หลายทีมเริ่มจะมีแนวทางการทำทีมแบบตัวเอง โดยเน้นไปที่การปั้นเยาวชนขึ้นมาแทน เช่น บางกอกกล๊าส หรือบุรีรัมย์ เพียงแต่ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นว่าจะดันขึ้นใช้งานเมื่อไหร่ ขณะที่ผลดีนั้นแน่นอนว่าการที่มีมูลค่าสูงขนาดนี้ทั้งค่าตัวและค่าเหนื่อย จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ที่อยากเป็นนักฟุตบอล รวมถึงผู้ปกครอง และช่วยให้ลีกมีสีสันเป็นที่สนใจทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น ไม่ได้มีแต่เพียงทีมเดิมๆ ที่ลุ้นแชมป์กัน” ธัญญะ ทิ้งท้าย







