
อย่าให้เกิดวิกฤต ในวิกฤต
ดิฉันเขียนเรื่องนี้ในวันที่เพิ่งผ่านความโศกเศร้าอย่างหาที่สุดไม่ได้ของประเทศชาติและของคนไทยทั้งปวง
โดย...จิรวรา วีรยวรรธน ภาพ วิชาญ เจริญเกียรติภากุล
ดิฉันเขียนเรื่องนี้ในวันที่เพิ่งผ่านความโศกเศร้าอย่างหาที่สุดไม่ได้ของประเทศชาติและของคนไทยทั้งปวง ในเวลาที่ทุกคนโศกสลด เคว้งคว้าง บางคนรู้สึกเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความจริง เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยตั้งแต่ดิฉันเกิดมา
ยามนั้นคนไทยทั้งปวงพร้อมใจกันแสดงออกถึงความรักความเทิดทูนและความไว้อาลัยผ่านโซเชียลมีเดีย เราเป็นเพียงหนึ่งในหลายสิบล้านคนที่ทำในสิ่งที่เราทำได้ เพื่อแสดงออกถึงความรักและจงรักภักดีอย่างสูงสุด เกิดเป็นปรากฏการณ์สีดำของรูปโปรไฟล์ของตัวเอง รูปของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ข้อความแสดงความรู้สึก บทกลอน ทุกอย่างทำด้วยความใจภักดีและสามัญสำนึกล้วนๆ ที่น่าปลาบปลื้มคือทุกอย่างล้วนถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของการถวายความเคารพและความเทิดทูน
แต่ที่ไม่น่าเชื่อคือท่ามกลางความโศกเศร้าของคนทั้งแผ่นดินครั้งนี้ ก็ยังมีคนที่ฉวยโอกาสเอาประโยชน์กับความรู้สึกของคนทั้งประเทศ อย่างวินมอเตอร์ไซค์ที่ขึ้นราคาเป็นสองเท่าในวันที่รถติดทั่วกรุงเทพฯ เพราะคนพร้อมใจพากันไปส่งเสด็จจากโรงพยาบาลศิริราชไปยังพระบรมมหาราชวัง แต่นั่นก็ยังไม่น่าตกใจเท่าสินค้าบางยี่ห้อที่ลุกขึ้นมาแจกเสื้อยืดฟรี แต่มีข้อแม้ที่แฝงผลประโยชน์ทางการตลาดพ่วงเอาไว้ด้วย นี่เป็นความผิดพลาดที่หลายบริษัทมักจะให้อำนาจการจัดการโซเชียลมีเดียอยู่ในมือและความไม่รู้ของคนตัวเล็กๆ ไม่กี่คนที่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะเข้าใจ Sentiment ของมหาชนในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้
หากคิดจะใช้โซเชียลมีเดีย เคยเขียนไปแล้วว่ามันให้ได้ทั้งคุณและโทษอย่างมหาศาลภายในเวลาชั่วพริบตาเดียว ความชะล่าใจและความไม่รู้ไม่ถนัดกับเทคโนโลยีใหม่ของผู้บริหาร ที่มักจะมอบความรับผิดชอบในส่วนนี้ไปให้กับเด็กเป็นคนดูแลนั้นคือความน่ากลัวที่สุด
ผู้บริหารหลายคนที่ขอดูและอนุมัติข่าวแจกขององค์กรและของแบรนด์ทุกครั้งด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นยังมีเวลาที่จะพอแก้ไขได้ แต่กลับปล่อยให้ข้อความและชิ้นงานบนโซเชียลมีเดียดำเนินการและเผยแพร่ได้โดยตรง ถ้ามีทีมงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญผ่านประสบการณ์มากก็เป็นโชคดี เพราะเมื่อกดปุ่มเดียวทุกอย่างก็ถูกเผยแพร่และส่งต่อได้ในเสี้ยววินาที หลายแบรนด์สร้างภาพลักษณ์มาแทบตายมาพังเอาง่ายๆ เพราะโพสต์อันเดียวก็มีให้เห็นมานักต่อนัก
ถ้าไม่แน่ใจใช้มืออาชีพเถอะค่ะ เดี๋ยวนี้บ้านเรามีผู้เชี่ยวชาญมากขึ้นเลือกให้เหมาะกับแบรนด์และองค์กร จะเลือกให้เข้ามาดูแลบริหารและทำงานด้านนี้ให้ทั้งหมดก็ได้ หรือให้มาช่วยวางกลยุทธ์วางแนวทางและคอยดูแลให้คำปรึกษาแนะนำทีมของเราอีกทีก็ได้ทั้งนั้น เลือกให้ดี แต่เชื่อเถอะค่ะว่า ถ้าเลือกได้คนเก่งมามันคุ้มค่ากว่า เพราะค่าใช้จ่ายที่องค์กรต้องเสียไปเมื่อเกิดวิกฤตมันมหาศาลกว่าหลายเท่านัก
เกี่ยวกับผู้เขียน
จิรวรา วีรยวรรธน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ แอดเวอร์ไทซิ่ง ประเทศไทย ทำงานกับกลุ่มบริษัท โอกิลวี่ ในประเทศไทยมานานถึง 20 ปี จึงมีประสบการณ์มากในด้านการสื่อสารแบบครบวงจร 360 องศา รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานในองค์กร ดูแลลูกค้าที่เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ทั้งในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร ค้าปลีก สุขภาพ สินค้าแฟชั่น โภชนาการเด็ก ไอทีและการสื่อสาร ตลอดจนองค์กร NGO และหน่วยงานภาครัฐ







