posttoday
‘ใส่สูท และเป็นผู้ฟังที่ดี’ บุคลิกภาพของนักบริหารรุ่นใหม่

‘ใส่สูท และเป็นผู้ฟังที่ดี’ บุคลิกภาพของนักบริหารรุ่นใหม่

24 ตุลาคม 2559

ปัญหาของนักบริหารรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ อาจขาดหลายสิ่งที่ควรปฏิบัติรวมทั้งทายาทนักธุรกิจรุ่นที่ 2 หรือ 3

โดย...วราภรณ์

ปัญหาของนักบริหารรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ อาจขาดหลายสิ่งที่ควรปฏิบัติรวมทั้งทายาทนักธุรกิจรุ่นที่ 2 หรือ 3 ที่ต้องขึ้นมาบริหารธุรกิจต่อจากรุ่นคุณพ่อคุณแม่ มักมีปัญหาเรื่องบุคลิกภาพและการตัดสินใจ ดร.ประณม ถาวรเวช ผู้อำนวยการสถาบันจอห์น โรเบิร์ต พาวเวอร์ส ผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ดังนั้นเรื่องบุคลิกภาพไม่ต้องพูดถึง

ดร.ประณม ให้คำแนะนำถึงประเด็นดังกล่าวว่า ทายาทรุ่นใหม่ที่ขึ้นมาสืบสานธุรกิจมักมีปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือ ไม่รู้ว่าตนเองควรวางตัวอย่างไร การพูดจาที่เขาต้องระวัดระวัง เป็นสองสิ่งที่เขากังวล

“ข้อดีของนักบริหารหรือทายาทรุ่นใหม่มีความคิดทันสมัยครบในตัว แต่ปัญหาใหญ่ๆ ที่มักมาขอคำปรึกษา เช่น พ่อแม่เปิดทางไว้ดีแล้ว มีคอนเนกชั่นกับหน่วยงานราชการ เอกชน พอถึงรุ่นเขา เขารู้สึกอึดอัดมาก จะทำอย่างไร ดิฉันบอกเขาเสมอว่า ถ้าเขาไปกับพ่อแม่ ให้สังเกตว่าพ่อแม่มีวิธีการพูดคุยอ้อนน้อมถ่อมตนอย่างไร แต่คำชี้แนะคืออ่อนน้อมไว้ก่อน เจอใครให้ไหว้ เพราะวัฒนธรรมไทยคนรุ่นใหม่เข้ามาแล้วมือไม้อ่อนก็น่าเอ็นดู ยิ้มแย้มแจ่มใส่ ให้ความเคารพทุกคน”

เทคนิคการพูดคุยคือ เวลาพูดคุย ณ วินาทีแรก เด็กอย่าพูดเปิดฉากก่อนว่า มีความคิดอย่างนู้นอย่างนี้ ควรฟังความคิดของผู้ใหญ่ก่อนเสมอ เมื่อฟังผู้ใหญ่พูดเสร็จแล้ว ก็อาจพูดเสริมไปว่า คุณคิดดีแล้ว แต่หากเพิ่มอันนี้เข้าไปอีกนิดน่าจะดีนะครับ นะคะ

“ปัญหาของคนรุ่นใหม่คือ มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ผู้หลักผู้ใหญ่อาจถูกมองว่า ไม่ทันสมัย แต่อย่าลืมว่าเขามีประสบการณ์และผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่า ดังนั้นควรให้ผู้ใหญ่พูดก่อน และขออนุญาตเพิ่มตรงนี้ๆ อีกทั้งอย่าพูดแซงผู้ใหญ่ ขอให้เป็นผู้ฟังที่ดี แต่เด็กรุ่นใหม่คิดว่าตนเองมีความรู้แน่น ขอพูดก่อนอันนี้ไม่ได้ เวลาผู้ใหญ่พูดให้ฟังแล้วจับประเด็นให้ได้ แล้วค่อยๆ เสนอไอเดียเข้าไป จำไว้เสมอว่าต้องให้เกียรติผู้ใหญ่ อย่าหักหน้าผู้ใหญ่เด็ดขาด”

สำหรับปัญหาเรื่องการวางตัวและการแต่งกายก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องใส่ใจ แม้คุณเป็นทายาทที่เก่งมาก จบปริญญาตรีตั้งแต่อายุ 19 ปี แต่เมื่อต้องเข้าไปช่วยบริหารงานที่บริษัท เวลามีการประชุมบอร์ด ผู้บริหารคนอื่นๆ ก็คาดคิดว่าจะได้เข้ามาพบผู้บริหารรุ่นคุณพ่อ ทำให้ทายาทรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง ปัญหานี้ ดร.ประณม แนะวิธีคิดคือ อยู่ที่การวางตัว ท่วงท่าการเดิน รวมทั้งการแต่งกายต้องไปในทิศทางเดียวกัน

“การแต่งตัวเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยคำนึงเรื่องการแต่งกาย ชอบแต่งตัวสบายๆ แต่ด้วยตำแหน่งผู้บริหารและแบรนด์ที่เขาจะต้องทำให้น่าเชื่อถือ อาจจะต้องทำให้ตัวเองดูภูมิฐาน การใส่สูททำให้เราดูดี ซึ่งในปัจจุบันมีสูทตั้งหลายแบบ ดูไม่อาวุโส อย่าแคชวลมากเกินไป หรือจะใส่เบลเซอร์กับกระโปรงคนละสีกับสีเสื้อก็ได้ ส่วนกางเกงยีนส์ควรหลีกเลี่ยงที่สุด สำหรับการเข้าพบผู้ใหญ่ สำหรับผู้ชายควรใส่กางเกงสแล็กส์ สำหรับผู้หญิงเวลาไปพบหน่วยงานราชการใส่กระโปรงดีกว่า”

นอกจากการแต่งกาย ต้องระวังน้ำเสียงด้วย เพราะเด็กรุ่นใหม่ชอบพูดด้วยน้ำเสียงเล็กๆ เหมือนออดอ้อน เหมือนเสียงแมว พูดไม่เต็มคำ พูดท้ายประโยคลอยๆ ปัญหานี้ต้องฝึกฟังเสียงเสียงตนเองเวลาพูด ให้ฟังจังหวะในการพูด ความเร็วความช้า มีเว้นวรรคชัดเจนไหม ซึ่งต้องฝึกพูดให้ดูน่าเชื่อถือ

“หากใครปรับได้จะสามารถก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้เป็นอย่างดี พูดจังหวะต้องช้า เน้นประเด็นให้ชัดเจน อธิบายให้ได้จังหวะ การพูดมีจังหวะ 8 คำต่อหนึ่งประโยค และต้องระวังเสียงสูงกลางต่ำ เวลาจะอธิบายอะไรต้องใช้เสียงกลาง เสียงต่ำคืออำนาจซึ่งเด็กไม่ควรใช้ เสียงสูงคือความเป็นเพื่อนทักทายกัน แต่ปัญหาคือเด็กรุ่นใหม่จะพูดด้วยเสียงสูงเสียส่วนมาก ซึ่งฟังแล้วน่ารำคาญสำหรับผู้ใหญ่  ดังนั้นการฝึกต้องอัดเสียงแล้วฟังเสียงตัวเอง แล้วฝึกพูดอย่างมีจังหวะ กำหนดน้ำเสียงให้ได้ เวลาการฝึกพูดต้องใช้เวลา ทุกคนฝึกได้”

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน