
"ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อพ่อ" แพทย์อาสาแห่งสนามหลวง
"แพทย์มาจากหลายพื้นที่ เช่น อำนาจเจริญ นั่งรถออกมาตั้งแต่เมื่อคืน มาถึงนี่ตอนเช้ารวมกว่า 500 กิโลเมตร เพื่อตรวจแล้วคืนนี้ก็กลับเลย"
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
หนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่ให้บริการแก่ประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัยและถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวังก็คือ กลุ่มแพทย์อาสา ที่ต่างหมุนเวียนกันเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลประชาชนที่ท้องสนามหลวง
พล.อ.ต. นพ.อิทธิพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ในฐานะผู้อำนวยการโครงการแพทย์อาสาร่วมใจถวายเป็นพระราชกุศล เปิดเผยว่า ทีมแพทยสภา มองเห็นว่าในช่วงเคลื่อนพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีประชาชนจำนวนมากไม่สบาย เป็นลม ดังนั้นจึงรวมตัวกันมาตั้งเต๊นท์ที่สนามหลวง โดยติดต่อขอพื้นที่จากกรุงเทพมหานคร ซึ่งแพทย์อาสาจะเป็นหน่วยที่ 11 ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเป็นหน่วยที่มาจากอาสา ส่วนอีก 10 หน่วยเป็นของหน่วยงานราชการ
หน่วยของแพทยสภานั้น ในแต่ละวันจะมีแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ สับเปลี่ยนกันมาทั้งที่มาจากในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หน่วยหลักก็จะมีคณะแพทยศาสตร์ศิริราช โรงพยาบาลรามาธิดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งจะส่งตัวแทนโรงพยาบาลเอกชนหมุนเวียนมาร่วมวันละ 1 แห่ง
แนวคิดในการทำงานของหน่วยแพทย์อาสาที่นี่ คือร่วมใจ ร่วมมือ ทุกคนมาที่นี่เพราะรักพ่อเหมือนกัน อยากมาทำงานเพื่อพ่อ ซึ่งหากแพทย์ พยาบาล เภสัชกรคนไหนอยากเป็นจิตอาสามาร่วมก็มาติดต่อได้ จะมีทีมงานตรวจสอบอยู่ว่าเป็นแพทย์จริงหรือไม่ก่อนที่จะเข้าร่วม โดยหน่วยนี้เน้นดูแลคนต่างจังหวัดที่เข้ามากรุงเทพฯ แล้วไม่สบาย แต่สู้ค่ารักษาโรงพยาบาลเอกชนไม่ไหว หรือถ้าให้เดินทางไปโรงพยาบาลใกล้เคียงก็ไม่สะดวก
"แพทย์มาจากหลายพื้นที่ เช่น อำนาจเจริญ ที่นั่งรถออกมาตั้งแต่เมื่อคืน มาถึงที่นี่รวมกว่า 500 กิโลเมตรถึงตอนเช้าเพื่อตรวจแล้วคืนนี้ก็จะกลับเลย นอกจากนี้ก็มีมาจากกระบี่ นครสวรรค์"
พล.อ.ต. นพ.อิทธิพร กล่าวว่า อยากฝากถึงทุกคนว่า พวกเราคนไทยรักในหลวง อยากเห็นคนไทยไม่ใช่แค่รักพ่อมาร้องเพลงเพื่อพ่อหรือบอกรักอย่างเดียว แต่อยากให้ทุกคนรักในหลวงภาคปฏิบัติ ถ้าทุกคนทำดีเพื่อพ่อ เพื่อประเทศไทย ทำเพื่อคนอื่นตามรอยพระราชดำริ ก็จะทำให้ความขัดแย้งลดลง เป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศต่อไป
นพ.มัยธัช สามเสน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาชัย ในฐานะหัวหน้าหน่วยแพทย์อาสาประจำวันที่ 23 ต.ค. กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงบ่ายสามโมงกว่ามีคนใช้บริการแล้ว 300 คน 30% เป็นคนไข้ที่มีโรคเดิม พอมาเจอสภาพแวดล้อมที่ร้อนอบอ้าวก็อาการกำเริบ ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนไข้ที่โดนแดดแล้วเป็นลมแดดแบบไม่รุนแรง เมื่อเข้าที่เย็น ลดความร้อนก็ดีขึ้น มีอีก 10-20 คน ที่มีอาการมาก เช่น ตัวอุ่น สับสน มึนงง ก็จะต้องได้รับยา ได้สารน้ำทางเส้นเลือด หรืออาจมีต้องส่งต่อโรงพยาบาล
สำหรับแพทย์อาสาที่มาเข้าร่วม ทุกคนไม่มีค่าตอบแทน ล้วนมาด้วยใจ พยาบาล และเภสัชกรก็เช่นกัน ขณะที่ยาที่นำมาใช้ที่นี่ก็จะมีการเก็บสต็อกไว้ที่นี่เลยภายในตู้คอนเทนเนอร์ติดแอร์ ที่สนับสนุนโดยสมาคมโรงพยาบาลเอกชน
นพ.ดนัย ปานแดง รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ในฐานะหัวหน้าหน่วย วันที่ 23 ต.ค. กล่าวว่า วันนี้เพิ่งมา โดยเพิ่งเจอคนไข้ที่เบาหวานขึ้น ต้องนำส่งโรงพยาบาลไปเลย ก็อยากให้คนที่จะมาเตรียมสุขภาพให้พร้อม ถ้าเป็นผู้สูงอายุควรมีคนติดตามมาด้วย หากยังไม่พร้อมก็ไม่ควรรีบมา เพราะพระบรมศพยังตั้งอีกเป็น 100 วัน รอให้แข็งแรงก่อนค่อยมาก็ได้
พญ.สุวิมล คันธธาศิริ แพทย์จากโรงพยาบาลลำปาง กล่าวว่า เดิมตั้งใจมาหาหอพักที่กรุงเทพฯ และมากราบท่านที่พระบรมมหาราชวัง แต่ก็คิดว่าอยากทำประโยชน์อะไรบ้างจึงมาเข้าร่วมโครงการแพทย์อาสาวันนี้ ก่อนที่จะเดินทางกลับ และถ้าอนาคตมีโอกาสก็คงมาทำอีก
ทั้งนี้อยากบอกว่าแพทย์ทุกคนต่างก็รักพระองค์ท่านหมือนกันทั้งนั้น ตอนที่ทราบข่าวการสวรรคตก็เสียใจ แต่เชื่อว่า การทำหน้าที่ให้ดีที่สุด คือสิ่งที่จะทำเพื่อพระองค์ได้ แพทย์หลายคนอาจไม่มีโอกาสได้มาร่วมงานที่สนามหลวง หรือไม่ได้มาเป็นแพทย์อาสาเพราะไม่ว่าง ติดรักษาคนไข้ แต่เชื่อว่าแค่ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว
ภญ.ชนนิกานต์ สำราญอินทร์ เภสัชกร โรงพยาบาลมาบอำมฤต อ.ปะทิว จ.ชุมพร กล่าวว่า เมื่อวานมาถึงกรุงเทพฯ ตอนค่ำๆ ทันมาร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีรอบสี่ทุ่ม วันนี้เลยถือโอกาสมาร่วมเป็นเภสัชกรในหน่วยแพทย์อาสาก่อนจะกลับไปที่ชุมพรพรุ่งนี้ เพราะอยากทำเพื่อพระองค์ ซึ่งปกติก็เคยไปทำงานใน พอ.สว.อยู่แล้ว เชื่อว่าหากเราทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และสานต่อแนวพระราชดำริของพระองค์ก็คือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำเพื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ในอนาคต
นี่คือหนึ่งในกลุ่มแพทย์อาสาที่พร้อมทำหน้าที่ให้ดีที่สุดโดยไม่หวังผลตอบแทนเพื่อพ่อแห่งแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งของปวงชน







