
ย้อนวันวาน The Jazz King
บทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้นเคยถูกอัญเชิญมาบรรเลง
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
บทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้นเคยถูกอัญเชิญมาบรรเลงโดยศิลปินหลากหลายที่ต่างชื่นชมในพระปรีชาสามารถ รวมถึง ลาร์รี คาร์ลตัน ศิลปินแจ๊ซชั้นแนวหน้าของโลกที่เมื่อปี 9 ปีก่อนทำอัลบั้มชุด The Jazz King ออกมา
ลาร์รี คาร์ลตัน เป็นหนึ่งในศิลปินแจ๊ซที่คนรักดนตรีบ้านเรารู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นอกจากเขาจะมีผลงานวางขายในบ้านเราแล้ว ลาร์รี คาร์ลตัน ยังเคยเดินทางมาแสดงในเมืองไทยหลายครั้ง แต่คงจะไม่มีครั้งไหนพิเศษเท่ากับการแสดงของเขาในวันอาทิตย์ที่ 28 ม.ค. 2550 เมื่อ ลาร์รี คาร์ลตัน นำผลงานจากอัลบั้ม The Jazz King มาเปิดการแสดงที่ บีอีซี เทโร ฮอลล์ สวนลุม ไนท์บาซาร์ (ปัจจุบันปิดไปแล้ว) แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่คอนเสิร์ตนั้นยังคงประทับใจอยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืม
ปัจจุบัน ลาร์รี คาร์ลตัน อายุ 68 ปี เขาเป็นเจ้าของ 3 รางวัลแกรมมี่ และเป็นมือกีตาร์ในสตูดิโอที่ใครๆ ก็อยากให้มาทำงานด้วย ตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมา ชื่อของเขาจึงไม่เคยห่างหายไปจากวงการ ลาร์รีเล่นกีตาร์ในอัลบั้มของศิลปินชั้นนำของโลกมากมายนับไม่ถ้วน รวมทั้ง จอห์น เลนนอน ไมเคิล แจ็กสัน บาร์บรา สตรัยแซนด์ เอริค แคลปตัน ดอลลี พาร์ตัน ฯลฯ
ลาร์รี คาร์ลตัน เป็นนักดนตรีซึ่งมีสไตล์และลีลาการเล่นกีตาร์เป็นตัวของตัวเอง ทั้งยังสามารถ “ครอสโอเวอร์” เล่นได้ในหลากหลายแนวทาง ทั้ง บลูส์ ป๊อป และแจ๊ซ เขามักจะมีกีตาร์ Gibson รุ่น ES-335 เป็นอาวุธคู่กาย นั่นจึงเป็นที่มาของฉายา Mr.335 เขามีอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกออกมาในปี 1968 ผลงานที่โดดเด่นและได้รับการยกย่องมากที่สุด คือ อัลบั้มชื่อเดียวกับชื่อตัวซึ่งออกมาในปี 1978 รวมทั้งอัลบั้มแสดงสด No Substitutions : Live in Osaka ในปี 2001 นอกจากนี้เขายังมีงานในนามกลุ่ม ครูเซเดอร์ส และ โฟร์เพลย์ (ซูเปอร์กรุ๊ปที่รวมสุดยอดนักดนตรีหลายๆ คนไว้ด้วยกัน)
เกือบสิบปีที่แล้ว ลาร์รี คาร์ลตัน ได้สร้างสรรค์ผลงานสุดพิเศษออกมา เมื่อเขาได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาบันทึกเสียง เพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉลองครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ผลงานชุดนี้นำออกจำหน่ายโดยรายได้หักค่าใช้จ่ายทูลเกล้าฯ ถวายสมทบทุนมูลนิธิโครงการหลวง
อัลบั้ม The Jazz King ประกอบด้วยเพลง Blue Day (อาทิตย์อับแสง) Candelight Blues (แสงเทียน) H.M.Blues (ชะตาชีวิต) Love At Sundown (ยามเย็น) Lullaby (ค่ำแล้ว) - ร้อง Magic Beams (แสงเดือน) When (ไกลกังวล) Never Mind The Hungry Men’s Blues (ดวงใจกับความรัก) Love Light In My Heart (แก้วตาขวัญใจ) Lullaby (ค่ำแล้ว) - บรรเลง และบทเพลงพิเศษ Celebration แต่งขึ้นใหม่โดย ลาร์รี คาร์ลตัน กับการทำอัลบั้มนี้ ลาร์รี คาร์ลตัน ยังชักชวนศิลปินแจ๊ซชั้นนำ อย่าง เอิร์ล คูลห์ เนธาน อีส ฮาร์วีย์ เมสัน ทอม สก๊อต และ มิเชล พิลลา มาร่วมงานด้วย
ต่อมาในวันที่ 28 ม.ค. 2550 ลาร์รี คาร์ลตัน เดินทางมาเปิดการแสดงที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้มีแขกรับเชิญ อาทิ มิเชล พิลลา (นักร้อง) อับราฮัม ลาบอเรียล (เบส) เจฟฟ์ แบบโค (คีย์บอร์ด) ทอม สก๊อต (แซ็กโซโฟน) อับราฮัม ลาบอเรียล จูเนียร์ (กลอง) รวมทั้งสมาชิกวงแซฟไฟร์ บลู ฮอร์น เซ็กชั่น อย่าง มาร์ค โดธิท (แซ็กโซโฟน) ดั๊ก มอฟเฟตต์ (บาริโทน) แซ็ก ไมค์ เฮย์เนส (ทรัมเป็ต) และ บาร์รี กรีน (ทรอมโบน) ร่วมกันอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาแสดงในคอนเสิร์ตครั้งนั้น
เมื่อเดินทางมาถึงเมืองไทย ลาร์รี คาร์ลตัน ได้เปิดใจเล่าถึงการทำงานในโปรเจกต์นี้ว่า เป็นสิ่งที่พิเศษมาก “เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต” เขาหวังอย่างยิ่งว่า ใครก็ตามที่ได้ฟังผลงานชุดนี้จะปลื้มปีติตามไปด้วย
เขายังบอกว่า บทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแสดงถึงพระอัจฉริยภาพทางดนตรี “ไม่ว่าแจ๊ซหรือบลูส์ แต่ละโน้ตในแต่ละเพลง ล้วนแสดงให้เห็นพระปรีชาสามารถทางด้านการประพันธ์ดนตรี ทุกโน้ตในแต่ละบทเพลงล้วนยอดเยี่ยม”
ลาร์รี คาร์ลตัน ยังบอกว่า เป็นเรื่องยากมากในการเลือกบทเพลงมารวมในอัลบั้ม เพราะทุกเพลงล้วนแล้วแต่ไพเราะ เขาจึงเลือก 10 เพลงที่ชื่นชอบที่สุด แม้ว่าในการทำงานเขาจะบรรเลงในแนวทางของตนเอง แต่ยังคง “ให้ความเคารพต่อบทเพลงอย่างมากที่สุดไปพร้อมกันด้วย”
ด้วยอัลบั้มและการแสดงคอนเสิร์ต The Jazz King ทำให้ทุกคนได้ประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งแม้แต่ศิลปินระดับโลกยังให้การยอมรับและสดุดี
ในวันนี้ อัลบั้ม The Jazz King ของ ลาร์รี คาร์ลตัน นับเป็นหนึ่งสิ่งล้ำค่า เพื่อรำลึกถึงราชาผู้ยิ่งใหญ่ในหัวใจปวงชนชาวไทยตลอดไป







