posttoday
‘บางคนอาจเดินสวนทางเราไป’ บัญชา อ่อนดี

‘บางคนอาจเดินสวนทางเราไป’ บัญชา อ่อนดี

16 ตุลาคม 2559

เพิ่งรับรางวัลหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 13 ไป สำหรับ บัญชา อ่อนดี จากหนังสือประเภทกวีนิพนธ์

โดย...พริบพันดาว ภาพ กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

เพิ่งรับรางวัลหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 13 ไป สำหรับ บัญชา อ่อนดี จากหนังสือประเภทกวีนิพนธ์ เรื่อง“บางคนอาจเดินสวนทางเราไป” และกำลังลุ้นรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีไรต์) ประจำปี 2559 ของประเทศไทย อย่างใจจดจ่ออีกด้วย

บัญชาเป็นคนที่ทำงานด้านการเขียนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ มีนวนิยาย “เสือตีตรวน” เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ รวมถึงรวมเล่มกวีนิพนธ์เล่มก่อนหน้าของเขาด้วย เพราะฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่างานเขียนของเขากลั่นออกมาอย่างเปี่ยมคุณภาพเท่าที่จะทำได้สูงสุดของนักเขียนหรือกวีคนหนึ่งที่พึ่งจะเป็น

“ว่ากันตามความจริง ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นกวีเลยนะครับ เป็นนักหนังสือพิมพ์ที่ชอบอ่านหนังสือแล้วก็พอจะเขียนเรื่องแต่ง หรือเขียนกลอนได้อยู่บ้างเท่านั้น ผมอาจจะมีชื่อเป็นที่คุ้นหูของคนอ่าน รวมทั้งคนในวงการนี้อยู่บ้างอาจเป็นไปได้มากกว่า งานเขียนพอจะมีปรากฏอยู่บ้าง ซึ่งว่าไปแล้วก็น้อยมากเมื่อเทียบกับเพื่อนพ้องน้องพี่คนอื่น ผมไม่ได้เขียนร้อยกรองเป็นประจำสม่ำเสมอ ยกเว้นเรื่องอ่านที่ติดตามเป็นประจำ บังเอิญว่าย้อนเวลากลับไปสักสี่ซ้าห้าปีที่ผ่านมาค่อนข้างหาบทกวีอ่านได้น้อยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้านั้น เป็นเพราะโลกของการอ่านเทไปที่โซเชียลมีเดีย ในกระดาษมีให้เห็นแต่ก็ประปราย นิตยสารรายสัปดาห์ที่เคยคึกคักก็ทยอยหายไปจากแผง พื้นที่ของบทกวีจึงลดน้อยถอยลงไปด้วย” บัญชาร่ายยาวเริ่มต้นพูดคุย

“ผมไม่มีเฟซบุ๊ก ไม่เล่นไลน์ เลยไม่ค่อยรู้ความเคลื่อนไหวในโลกอินเทอร์เน็ต ยังดีที่มีพรรคพวกนำข่าวคราวมาบอกเล่า รู้ว่ายังมีคนเขียนบทกวีกันอยู่ หลายคนเขียนลงเป็นประจำในเฟซบุ๊กของตัวเอง มีแฟนประจำสม่ำเสมอ มีคนกดไลค์ให้เป็นจำนวนมาก ผมไม่เล่นจึงไม่รู้อารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ แต่หากย้อนไปสัก 10-15 ปี ต่อให้เมามายแค่ไหน วันใดที่นิตยสารการเมืองรายสัปดาห์ที่มีมากกว่าปัจจุบันนี้เยอะวางแผง ผมต้องรีบตื่นไปแผงหนังสือปากซอยเพื่อเปิดแต่ละหน้าดู มือก็สั่น ใจเต้นตึ้กๆ ฉบับนี้จะมีงานของเราลงตีพิมพ์ไหม มีงานของใครได้ลงบ้าง มันเป็นระยะเวลาที่ทั้งลุ้น ทั้งมีความสุข พอเห็นว่าสัปดาห์นี้มีงานของเราลงเปิดอ่านเป็นสิบๆ รอบ ตัวลอย ปัจจุบันคงมีคนอย่างผมน้อยมาก ผมหลงเหลือความสุข ความอิ่มใจ ชื่นหัวใจในแบบที่ตัวเองชมชอบก็ต่อเมื่อส่งงานไปประกวดในสนามต่างๆ แล้วลุ้นว่าผ่านรอบแรกไหมเท่านั้น”

สำหรับหนังสือรวมบทกวีนิพนธ์ “บางคนอาจเดินสวนทางเราไป” บัญชาเล่าว่าจุดเริ่มต้นมาจากการเขียนงานไว้ 4-5 ชิ้น อยากให้ใครสักคนอ่าน

“ก็อย่างที่บอกว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป นิตยสารแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ลงเหมือนราวสิบปีก่อน ผมจึงตัดสินใจลองส่งไปประกวดรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ส่งไปแค่อยากให้คณะกรรมการคัดเลือกได้อ่าน ถ้าผ่านเข้ารอบแสดงว่างานของเราพอใช้ได้ อารมณ์คือโหยหาช่วงยามอย่างตอนที่ตื่นนอนไปร้านหนังสือหน้าปากซอย คนอื่นๆ อาจบอกไม่ลุ้น ไม่รู้สึกอะไร ส่งแล้วก็แล้วกันไป แต่ผมบอกไม่อายว่าลุ้น อยากรับรู้ความรู้สึกของคนผู้เป็นคณะกรรมการที่อ่านของเราว่าพอใช้ได้ไหม ทีนี้พอผลรอบแรกออกมา มีงานของผมจากที่ส่งไป 5 ชิ้น ผ่านรอบแรก 4 ชิ้น ก็มีกำลังใจ ยิ่งสุดท้ายได้รางวัลชนะเลิศ คือได้รางวัลยอดเยี่ยมก็ยิ่งมีแรงผลักดันให้เขียนเพิ่มเติมเพื่อที่จะเสนอสำนักพิมพ์ใดสำนักพิมพ์หนึ่ง หรือแม้กระทั่งพิมพ์เองเป็นหนังสือสักเล่ม แล้วเนื่องจากผมมีประสบการณ์มาบ้าง เล่มนี้จึงคิดถึงองค์รวมของงานที่จะประกอบกันมาเป็นรวมเล่มที่เขาเรียกกันว่ากวีนิพนธ์ ผมใช้ ‘คน’ เป็นธีมของเล่ม บางคนอาจเดินสวนทางเราไป”

‘บางคนอาจเดินสวนทางเราไป’ บัญชา อ่อนดี

 

แรงบันดาลใจและการกระตุ้นที่สร้างพลังในการเขียนบทกวี บัญชาบอกว่า แรงกระตุ้นอย่างแรกคือการอ่าน

“อ่านมากก็อยากลองเขียนดูบ้าง อยากเขียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเขียน อยากนำเสนอ อยากบอกเล่าในสิ่งที่เข้ามากระทบต่อความรู้สึก ต่อความทรงจำ ต่อความนึกคิดของตัวเองโดยไม่ตีกรอบว่าเรื่องนั้นจะเป็นแบบไหน ถ้าเรื่องดราม่าผมก็นำเสนอออกมาเป็นดราม่า เป็นเรื่องตลกก็ตลก ที่ขื่นขันก็เขียนไปตามนั้น มีข้อสำคัญคือเขียนด้วยอารมณ์ความรู้สึกซื่อๆ เขียนไปตามความเป็นจริงของหัวใจ ไม่เว้นแม้กระทั่งเขียนถึงมิตรสหายอย่าง ไอ้เตี้ย หมาข้างถนนที่พบเจอผูกพันกันเกือบสิบปีข้างถนนราชดำเนิน ผมเล่าถึงความเป็นจริงและความรู้สึกอย่างที่มันเป็น”

การมองโลกการเขียนบทกวีในยุคโซเชียลมีเดีย บัญชาย้ำว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธหรือต่อต้านโลกออนไลน์  เพียงแค่ไม่มีความสันทัดกับนวัตกรรมแบบนี้

“ผมยังคงมีความรู้สึกดีๆ กับการอ่านหรือเขียนงานแล้วส่งไปให้บรรณาธิการตัดสินเพื่อนำลงตีพิมพ์ในหน้ากระดาษ บางคนที่เขียนลงในหน้าเฟซบุ๊ก มีคนมีเพื่อนมากดไลค์ ในขณะที่ผมเองยังปรารถนาที่จะทำงานร่วมกับบรรณาธิการ หรือเพื่อนพ้องน้องพี่ที่อ่านงานของผมอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วติติงเพื่อขัดเกลาให้งานชิ้นนั้นๆ ดีขึ้น มีบางคนบอกว่าเชียร์ผม ชอบหนังสือของผมทั้งๆ ที่ไม่ได้อ่านสักชิ้น ผมก็แค่ยิ้ม ไม่ปลาบปลื้มอะไร บางเรื่องเราให้กำลังใจ นิยมชมชอบกันได้ แต่สำหรับผมถ้าเป็นงานเขียนผมอยากฟังรายละเอียดมากกว่า จะตำหนิก็ได้ จะชื่นชมก็ได้ ขอให้มีเหตุผลประกอบแต่ก็นั่นแหละ คนเราไม่เหมือนกัน คนหนึ่งอาจรู้สึกชื่นใจเมื่อมีคนมากดไลค์เยอะแยะ ถือเป็นทางออกคนละทางกับผม อย่าลืมว่าถ้ารอเพื่อจะเห็นงานของตัวเองรวมเล่ม บางทีมันยาก เอาง่ายๆ ตรงๆ บางคนอาจเดินสวนทางเราไปพิมพ์ ด้วยจำนวนน้อยมาก ขนาดได้รางวัลยอดเยี่ยมเซเว่นบุ๊คอวอร์ดแล้วต่อด้วยเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ยังไม่พิมพ์ใหม่เลย”

สุดท้าย เขาฝากถึงคนอ่านกวีนิพนธ์ในฐานะคนเขียนบทกวีว่า คงไม่ขอร้องให้ใครอ่านทั้งบทกวี เรื่องสั้น นิยายหรืองานเขียนประเภทอื่นๆ

“มันเหมือนคนที่ไม่รัก ไม่ชอบหน้ากัน ซึ่งผมคงไม่ไปคุกเข่าอ้อนวอนให้มาไยดีเป็นแน่ สิ่งที่จะทำคือผมต้องทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุด เพื่อเผื่อว่าวันหนึ่งคุณอาจเห็นสิ่งที่น่าสนใจในตัวผม ในเนื้องานของผม แล้วเริ่มต้นหยิบมาอ่าน อ่านแล้วคิดเห็นว่าตัวงานของผมหรือคนเขียนคนอื่นๆ เป็นอย่างไร นั่นคือประเด็นน่าสนใจมากกว่า”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท