posttoday
มหาราชผู้ปรีชา ล้นเกล้านักกีฬาไทย

มหาราชผู้ปรีชา ล้นเกล้านักกีฬาไทย

15 ตุลาคม 2559

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายอิสริยาภรณ์โอลิมปิกขั้นสูงสุด (ทอง) จากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี)

โดย...ทีมข่าวกีฬาโพสต์ทูเดย์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายอิสริยาภรณ์โอลิมปิกขั้นสูงสุด (ทอง) จากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2530 เนื่องด้วยพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณทางด้านกีฬา

นอกจากพระปรีชาสามารถในการทรงเรือใบอันเป็นที่ประจักษ์ในประวัติศาสตร์วงการกีฬาโลก ในวโรกาสทรงชนะเลิศรางวัลเหรียญทอง คู่กับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในการแข่งขันเรือใบ ประเภทโอเค กีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยเสด็จฯ ขึ้นประทับรับเหรียญรางวัล เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2510 จนทางราชการได้ยึดถือเอาวันที่ 16 ธ.ค.ของทุกปีเป็นวันกีฬาแห่งชาติแล้ว พระองค์ยังโปรดการเล่นกีฬาหลายประเภทตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และทรงส่งเสริมกีฬาทุกประเภท

ดั่งพระราชดำรัสที่ว่า “การกีฬามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของแต่ละคนและชีวิตบ้านเมือง”

ศ.เจริญ วรรธนะสิน อดีตนายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย และอดีตนักแบดมินตันทีมชาติไทย ซึ่งเคยได้รับพระราชทานทุนส่วนพระองค์ให้ไปศึกษาต่อที่วิทยาลัย ซิตี้ ออฟ ลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พ่ออยู่หัวมีต่อวงการกีฬาและแบดมินตันไทยว่าหาที่เปรียบมิได้

“ในหลวงรัชกาลที่ 9 คือกษัตริย์ที่รักในกีฬาแบดมินตันมากที่สุดในโลกแล้ว ในยุคที่กีฬาแบดมินตันยังไม่ได้รับความนิยม เป็นยุคบุกเบิก เมื่อปี 2498 ในหลวงทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล มองว่าแบดมินตันน่าจะเป็นกีฬาที่คนไทยสามารถไปสู่ระดับโลกได้ เพราะไม่เสียเปรียบต่างชาติเรื่องสรีระร่างกาย หากมีความคล่องแคล่วและได้เรียนรู้เทคนิคที่ถูกต้องก็จะประสบความสำเร็จแน่นอน พระองค์ท่านจึงให้การสนับสนุนแบดมินตันไทยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นการพระราชทานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในนามบริษัท เอสซีจี มาสนับสนุนสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย รวมถึงเสด็จฯ ไปทรงให้กำลังใจนักกีฬาถึงสนามแข่งขันและสนามซ้อมด้วยพระองค์เอง จนส่งให้นักกีฬาทำผลงานได้ดี”

มหาราชผู้ปรีชา ล้นเกล้านักกีฬาไทย

 

นอกจากสายพระเนตรที่ยาวไกลแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงมีพระอัจฉริยภาพในการทรงแบดมินตันที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

“ตอนผมอายุประมาณ 21 ปี พระองค์ท่านมีพระราชกระแสให้ผมเข้าไปถวายคำแนะนำและเล่นแบดมินตันกับพระองค์ท่านเป็นประจำ สัปดาห์ละ 2-3 วัน แต่ละครั้งใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ตั้งแต่ 09.00-12.00 น. ซึ่งทำให้ผมรู้เลยว่าพระองค์ทรงเล่นแบดมินตันได้ดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะลูกโด่ง 45 องศา ที่สามารถตบได้อย่างรุนแรง และแม้ว่าคู่พาร์ตเนอร์ของพระองค์จะเล่นเสียก็ไม่ได้แสดงอาการโกรธแต่อย่างใด เพียงแต่ตรัสว่า ‘นั่นสิ’ เท่านั้น ซึ่ง หว่องเป็งสุน อดีตนักแบดมินตันระดับโลกชาวสิงคโปร์ ก็เคยมาร่วมเล่นแบดมินตันกับพระองค์ และชื่นชมในพระปรีชาสามารถการทรงแบดมินตันเป็นอย่างมาก”

อดีตนายกขนไก่ไทย เล่าว่า พระองค์ท่านจะทรงซักถามรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้ได้ทรงรู้จริง เช่น สาเหตุที่ลูกแบ็กแฮนด์ตีไม่แรงเท่ากับโฟร์แฮนด์ อีกทั้งยังศึกษาการเล่นของคู่แข่งสำคัญในขณะนั้นอย่างอินโดนีเซียเป็นอย่างดีด้วยพระองค์เอง พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องเทคนิคการเล่นให้เราได้ใช้แข่งขันกับคู่ต่อสู้อีกด้วย นับเป็นพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านอย่างมาก ถึงขนาดที่สื่อดังอย่าง สเตรต ไทม์ ของมาเลเซีย พาดหัวข่าวเกี่ยวกับการแข่งขัน โธมัส คัพ ว่า สยามมีอาวุธลับ คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสนับสนุนแบดมินตันจนผลงานก้าวไกลไปในระดับโลก

“ภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณตลอด 60 ปีที่ทรงมีให้แก่วงการแบดมินตันไทย ด้วยการนำความรู้ที่ได้รับมาสานต่อปลุกปั้นนักกีฬาไทยให้ประสบความสำเร็จสู่ระดับสากล โดยเฉพาะ รัชนก อินทนนท์ ที่ก้าวสู่การเป็นแชมป์โลก”

ขณะที่ พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ อดีตหัวหน้าทัพนักกีฬาไทย ผู้คร่ำหวอดในวงการกีฬามายาวนาน เล่าว่า เกือบทุกครั้งที่นักกีฬาไทยเข้าแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ระดับโลก พระองค์ท่านจะทรงส่งสาสน์เป็นกำลังใจให้โดยตลอด ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นกำลังใจที่ทำให้นักกีฬาทุกคนสู้เพื่อประเทศ

“ทุกคนต่างต้องการที่จะทำผลงานให้ประสบความสำเร็จเพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน นอกจากนี้พระองค์ท่านยังให้การสนับสนุนการแข่งขันกีฬาหลายประเภท ได้ทรงวางพื้นฐานการแข่งขันเรือใบและแบดมินตัน ขณะที่กีฬาอื่นๆ อีกหลายประเภทพระองค์ก็ทรงให้การดูแลเป็นอย่างดี สมาคมกีฬาไหนกราบบังคมทูลขอให้ได้เข้ามาอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระองค์ก็ทรงพระราชทานให้เสมอมา” เสธ.โต กล่าว

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลยังขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2534 และปี 2543 ไอโอซีได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “ลาลาลูนีส คัพ” เพื่อเป็นสัญลักษณ์สูงสุด ในการเชิดชูและประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลที่เคยเป็นนักกีฬาดีเด่น และเป็นแบบอย่างที่ดียิ่งต่อสังคมโลก ซึ่งยังไม่เคยมอบแก่ผู้ใดมาก่อน และรางวัลเครื่องราชอิสริยาภรณ์โอซีเอชั้นสูงสุด จากสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) เมื่อปี 2540

ขณะที่สหพันธ์แบดมินตันโลก (บีดับเบิ้ลยูเอฟ) ทูลเกล้าฯ ถวายอิสริยาภรณ์สูงสุด “เพรสซิเดนต์ เมดัล” สำหรับผู้บำเพ็ญคุณประโยชน์แก่วงการแบดมินตันโลกที่โดดเด่นที่สุดเท่านั้น โดยยังไม่เคยมอบให้แก่ผู้ใดมาก่อน และเป็นครั้งแรกที่มีการทูลเกล้าฯ วันที่ 27 พ.ย. 2555

นับเป็นโชคดีของปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่มี “พระมหากษัตริย์นักกีฬา” เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจสำคัญให้เข้าใจถึงแก่นแท้และคุณค่าของกีฬาจนมาสู่ความสำเร็จตลอดมา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท