
ไว้ใจ ‘ซิโก้’ คุมทีมต่อ เชิญกูรูสร้างฐานระยะยาว
โดย...ชมณัฐ
โดย...ชมณัฐ
ความหวังในการลุ้นไปฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายที่รัสเซียของ “ช้างศึก” ดับลง ท่ามกลางคำถามเกี่ยวกับอนาคตของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในฐานะกุนซือ หลังพาทีมแพ้ 4 นัดรวดในรอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย ซึ่งหลายฝ่ายยังคงสนับสนุนซิโก้ทำหน้าที่ต่อไป
หลังจบเกมพ่ายอิรัก 0-4 เกิดเครื่องหมายคำถามกับเทรนเนอร์วัย
43 ปี ว่ายังคงเหมาะสมที่จะได้คุมทีมต่อหรือไม่ เพราะมีกระแสวิจารณ์จำนวนมากที่มุ่งเป้าไปที่ความผิดพลาด โดยเฉพาะในส่วนของการจัดตัวผู้เล่นที่ดึงดันใช้แข้งชุดเดิมมาตลอด จนนำมาซึ่งการต้องเปลี่ยนแท็กติกระหว่างเกมก่อนเวลา และกลายเป็นจุดบอดช่วงท้ายเกมเมื่อมีผู้เล่นเจ็บ แต่ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนตัวใหม่ลงไปได้
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยืนยันว่าซิโก้ยังมีสัญญาอยู่จนถึงเดือน พ.ค. 2017 และคงจะยังไม่พูดถึงในตอนนี้ เพราะเขายังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อ และไม่อยากที่จะด่วนสรุปเร็วเกินไป
“สิ่งที่เกิดขึ้นหลายอย่างไม่ได้เกิดจากโค้ชหรือนักเตะเรา ดังนั้นผมจึงไม่โทษใคร ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีแล้ว ถึงแม้หลายอย่างที่ปรากฏเราอาจจะเป็นรองเขา ทั้งรูปร่าง สภาพอากาศ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องยอมรับว่าเรามีจุดอ่อนอย่างไร และเอาความผิดพลาดเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนแก้ไข เพื่อพัฒนาในวันข้างหน้า” นายกลูกหนังไทย กล่าว
เช่นเดียวกับ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล อุปนายกฝ่ายเทคนิค สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่มองว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การจัดตัวผู้เล่นของโค้ชเท่านั้น พร้อมสนับสนุนให้กุนซือทีมช้างศึกอยู่คุมทีมจนจบทัวร์นาเมนต์เป็นอย่างน้อย
“ผมไม่อยากให้เขาลาออกหรือเลิกทำกลางคัน เพราะจะส่งผลถึงเกมที่เหลือ ต้องยอมรับตามจริงว่าตอนนี้ต่อให้โค้ชต่างชาติเข้ามาทำหน้าที่ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะตลอด 4 เกมเรายังมีข้อบกพร่องอยู่หลายจุดทั้งแท็กติกและตัวนักเตะเอง ส่วนตัวผมไม่ได้มองว่าการที่ซิโก้เลือกใช้ผู้เล่นหน้าเดิมเป็นสิ่งที่ผิด แน่นอนว่าโค้ชแต่ละคนอยากเลือกใช้ผู้เล่นที่ตัวเองเชื่อใจได้ เพียงแต่บางครั้งนักเตะไม่สามารถทำออกมาได้อย่างที่ต้องการ” อดีตโค้ชมือเก๋า กล่าว
อีกปัจจัยสำคัญที่หลายฝ่ายยังคงให้การสนับสนุน “ซิโก้” สืบเนื่องมาจากผลงานที่ผ่านมา หลังเป็นผู้พาทีมชาติไทยทวงบัลลังก์เจ้าอาเซียนกลับคืนมาอีกครั้งในรอบ 10 ปี ต่อยอดสู่การท้าชนในเวทีระดับเอเชียอยู่ในตอนนี้ อีกทั้งยังเป็นโค้ชสัญชาติไทยคนแรกที่พาทีมทะลุเข้าถึงรอบ 3 ศึกคัดฟุตบอลโลก โซนเอเชีย ส่วนลูกทีมทุกรายก็ไม่เคยมีใครมีประสบการณ์ระดับนี้มาก่อน ทุกคนจึงรับสภาพตั้งแต่ก่อนลงแข่งขันแล้วว่าเป็นรองทุกทีมในสาย
ดังนั้น ปัญหาที่ต้องเร่งหารือมากที่สุดคือ จะทำอย่างไรให้ต่อยอดผลงานนี้เพื่อเป็นมาตรฐานในอนาคต
“ที่ผ่านมาการพัฒนาฟุตบอลไทยยังไม่มีแบบแผนที่ชัดเจน วันนี้ทางสมาคมจึงตัดสินใจตั้งสภาปฏิรูปและพัฒนากีฬาฟุตบอลแห่งชาติ พร้อมเชิญผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เข้าร่วมเขียนแผนพัฒนาฟุตบอลไทยในอนาคต โดยการพัฒนาจะครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเรื่องโค้ช ผู้ตัดสิน วิทยาศาสตร์การกีฬา โภชนาการ ต้องคิดว่าจะแก้ไขอย่างไรกับจุดอ่อนเรื่องรูปร่างที่เสียเปรียบ ไม่ใช่แค่เรื่องการฝึกซ้อม หรือมีแมตช์แข่งขัน เราต้องเริ่มวันนี้และหวังผลอีก 10 ปีข้างหน้า หากเราไม่คิดวันนี้ อีก 10 ปีข้างหน้าก็เป็นอยู่แบบนี้ แล้วเราก็โทษกันไปกันมา โทษนักกีฬาบ้าง โทษผู้ฝึกสอนบ้าง ผมอยากให้แฟนฟุตบอลไทยให้กำลังใจนักกีฬา เพราะผมเชื่อว่าไม่มีนักกีฬาหรือผู้ฝึกสอนคนไหนอยากให้ทีมแพ้” ประมุขลูกหนังไทยทิ้งท้าย
ขณะที่ขุนพลช้างศึกได้เดินทางกลับถึงเมืองไทยแล้ว เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา โดย “ซิโก้” ได้ปล่อยนักเตะกลับคืนสู่ต้นสังกัด พร้อมเล็งหารือกับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพื่อเตรียมทีมในอีก 6 เกมที่เหลือทันที
“หลังจากนี้อีก 6 เกมจะต้องเตรียมทีมกันใหม่ เรายังมีเกมในบ้านเหลืออีก 4 นัด พบ ออสเตรเลีย ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิรัก ซึ่ง 3 ทีมหลังหากเราเก็บชัยชนะได้จะเป็นการเรียกความมั่นใจกลับมา แต่หากแพ้ก็ต้องยอมรับว่ามาตรฐานของเรายังสู้กับทีมเหล่านี้ไม่ได้ ส่วนในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ที่จะเริ่มนัดแรกวันที่ 19 พ.ย.นี้ ซึ่งห่างจากเกมคัดบอลโลกกับออสเตรเลีย (15 พ.ย.) เพียงแค่ 4 วันนั้น ผมอยากใช้ผู้เล่นชุดฟุตบอลโลกผสมกับผู้เล่นชุดสอง ซึ่งเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้ดีในฟุตบอลลีก แต่การฝึกซ้อมคงต้องหารือกับสมาคมอีกครั้งว่าจะให้ฝึกซ้อมร่วมกันอย่างไร” ซิโก้ เผย
พร้อมกันนี้ กุนซือช้างศึกยืนยันว่าจะไม่ทำรายงานเรื่องการทำหน้าที่ผิดพลาดของผู้ตัดสินชาวจีนในเกมล่าสุด ส่งให้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (เอเอฟซี) พิจารณา เนื่องจากมองว่าไม่มีประโยชน์ที่จะทำ เพราะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันได้ รวมถึงไม่ยื่นอุทธรณ์โทษใบแดงของ กรวิทย์ นามวิเศษ กองหลังตัวเก่งด้วยเช่นกัน แม้จะยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเลวร้ายกับทีมเกินไป
ด้านอาการบาดเจ็บบริเวณศีรษะของ ประทุม ชูทอง นั้นปลอดภัยแล้ว และไม่พบว่ากระดูกหักแต่อย่างใด โดยจะเดินทางกลับถึงไทยวันที่ 13 ต.ค. ส่วน ธนา ชะนะบุตร ที่โดนเตะจนขากะเผลกต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน เผยว่าอาการดีขึ้นแล้ว แต่ต้องเอกซเรย์กระดูกอย่างละเอียดอีกครั้ง







