
รถติดแก้ที่ใคร?
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
สัปดาห์ที่ผ่านมาปัญหารถติดกลายเป็นเรื่องที่สังคมพูดถึงเป็นพิเศษ เพราะหลังจากฝนตกหนักในช่วงเย็นในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ จนเกิดน้ำท่วมรอระบายที่สูงจนเกือบมิดล้อรถ ก็ทำให้การจราจรทั่วเมืองกลายเป็นอัมพาตอย่างหนัก
ผู้คนพากันแชร์ความสาหัสของบรรยากาศรถติดผ่านสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก บ้างก็ว่า 4 ชั่วโมง รถขยับได้แค่ 5 เมตร ขณะที่บางคนก็โชว์ภาพสั่งพิซซ่ามากินในรถขณะจอดติดอยู่กลางถนน
แต่ไม่ว่าจะมีฝนตกหนักหรือไม่ เมืองใหญ่อย่าง กทม.ก็ดูจะอยู่คู่กับปัญหารถติดมายาวนาน และปัญหาก็มีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้นจากปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มอย่างรวดเร็ว
แล้วใครจะแก้ได้?
ส่วนหนึ่งก็หนีไม่พ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องนำแนวคิดในการแก้ไขที่หลายฝ่ายเสนอไว้เป็นจำนวนมากไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อย่างการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้มีความสะดวกรวดเร็ว การปรับปรุงกฎหมายดูแลการทำผิดกฎจราจรอย่างเข้มงวด
แต่อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ เราๆ ท่านๆ ผู้ใช้รถใช้ถนนที่จำเป็นต้องปรับตัวแบบ “คิดใหม่ ทำใหม่” เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาการจราจรส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นผู้ก่อขึ้น
หลายครั้งที่สาเหตุของรถติดยาวเหยียดมาจากรถยนต์เพียงไม่กี่คันที่จอดกีดขวางการจราจรจนทำให้ช่องทางบนถนนเหลือน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อถนนกลายสภาพเป็นคอขวดรถที่ตามมาก็ย่อมติดขัด
อีกสาเหตุที่น่าจะสร้างปัญหาการจราจรไม่แพ้กันก็คือ การแทรกเลนในจุดที่เป็นเส้นทึบ อย่างคอสะพาน ทางเบี่ยงจากคู่ขนานเข้าทางหลัก หรือทางหลักออกคู่ขนาน ที่นอกจากจะกีดขวางการจราจรแล้วยังเป็นที่มาของการเฉี่ยวชน รวมทั้งการกระทบกระทั่งของผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยกัน
การปรับพฤติกรรมการขับรถด้วยการหันมาปฏิบัติตามกฎจราจรให้เคร่งครัดมากขึ้น แม้จะไม่สามารถช่วยแก้ปัญหารถติดได้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยลดปัญหาลงได้ไม่น้อย
จริงอยู่ที่อาจจะทำให้ท่านรู้สึกอึดอัดบ้าง เพราะท่านทำถูกกฎแต่ก็ยังมีคนอื่นที่ทำผิดอีกจำนวนมาก ท่านอาจถูกปาดถูกแทรกจากผู้ที่ยังไม่สนใจกฎจราจร ท่านอาจจะยังเห็นผู้ที่จอดรถกีดขวางถนนอยู่เช่นเดิม แต่เชื่อเถอะครับว่า การ “เห็นเขาทำผิด แล้วเราไม่ทำตาม” แค่นั้นก็นับว่าท่านได้เริ่มลงมือช่วยแก้ไขปัญหารถติดให้ดีขึ้นแล้ว







