
"ช้างศึก"จับตาย2แข้งยูเออี ลุ้นแต้มซื้อเวลาคัดบอลโลก
ทัพ “ช้างศึก” เตรียมจับตาย 2 แนวรุกทีเด็ด ยูเออี หวังเก็บแต้มแรกเพื่อเป็นการซื้อเวลาลุ้นเข้ารอบคัดบอลโลก
ทัพ “ช้างศึก” เตรียมจับตาย 2 แนวรุกทีเด็ด ยูเออี หวังเก็บแต้มแรกเพื่อเป็นการซื้อเวลาลุ้นเข้ารอบคัดบอลโลก
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์-ไทย
สนาม มูฮัมหมัด บิน ซายิด
วันที่ 6 ต.ค. เวลา 23.00 น.
เกรียติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย สั่งจับตาย โอมาร์ อับดุลราห์มาน กับ อาเหม็ด คาลิล สองแนวรุกตัวเก่งคู่แข่ง เพื่อหวังเก็บแต้มแรก ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย หลัง “ช้างศึก” ปราชัยมา 2 นัดรวด ต่อ ซาอุดิอาระเบีย 0-1 และญี่ปุ่น 0-2 รั้งอันดับบ๊วย กลุ่มบี
“หลายคนคิดว่ากลุ่มนี้ ญี่ปุ่น กับ ออสเตรเลีย เป็น 2 ทีมที่ดีที่สุด แต่ยูเออี แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเป็นอีกหนึ่ง ทีมที่น่ากลัว มีผู้เล่นฝีเท้าดีมากมาย ที่เราต้องระวังเป็นพิเศษ คือ โอมาร์ อับดุลราห์มาน กับ อาเหม็ด คาลิล ซึ่งคงต้องหาคนตามประกบ แต่ภาพรวมเขาเป็นทีมที่เล่นด้วยแท็กติก ฉะนั้นต้องไม่ประมาทคนใดคนหนึ่ง เราต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเก็บแต้มให้ได้ เพราะ 2 นัดที่ผ่านมาเราแพ้รวด ดังนั้นจึงต้องการคะแนนเพื่อซื้อเวลาในการลุ้นเข้ารอบในเกมต่อๆ ไป อย่างไรก็ตามเราเป็นทีมน้องใหม่ ไม่ได้เข้ามาเล่นในรอบนี้นานมากแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความกดดันอะไร เราจะใช้พลังของวัยรุ่นแสดงพลังในสนามให้เต็มที่” ซิโก้ กล่าว
ส่วนสภาพทีมนั้น เฮดโค้ช วัย 43 ปี เผยว่า สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมลงสนามทุกคน โดยที่ผ่านมาได้ลองซ้อมแท็กติกที่หลากหลาย รวมถึงการใช้ระบบกองหน้า 2 คน ยามที่ต้องการประตู
“ขณะนี้ผู้เล่นทั้ง 23 คน พร้อมเต็มที่ ทุกคนมีความกระหายเกม เราได้เดินทางมาปรับตัว และสภาพอากาศก็ไม่ได้มีปัญหาเหมือนเกมแรก ซึ่งเวลานี้อากาศใกล้เคียงกับประเทศไทย เรารู้ดีว่ายูเออีหวังกับเกมนี้ เพราะเล่นในบ้าน และมีศักยภาพที่แข็งแกร่ง ส่วนเรื่องผู้เล่นตัวจริงเราซ้อมมา 2 เกมแล้ว โดยลองใช้ผู้เล่นหน้าเดิม แต่แข่งจริงอาจมีเปลี่ยนแปลงบ้าง ต้องเช็กอีกครั้ง และมีโอกาสที่เราจะใช้แท็กติกหน้า 2 คน หากเกิดสถานการณ์ที่ถูกตามหลัง เพราะเรามีอยู่ 2-3 ระบบ ในการเล่นอยู่แล้ว” ซิโก้ กล่าว
สำหรับ 11 ผู้เล่นคนแรก ที่คาดว่าจะลงสนามในระบบ 4-3-3 ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ แบ็กซ้าย ธีราทร บุญมาทัน แบ็กขวา ทริสตอง โด คู่เซ็นเตอร์ กรวิทย์ นามวิเศษ กับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กองกลางได้ สารัช อยู่เย็น พ้นโทษแบนคืนสนาม โดยจะเดินเกมร่วมกับ ชาริล ชัปปุยส์ และชนาธิป สรงกระสินธ์ ปีกซ้าย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ปีกขวา มงคล ทศไกร และศูนย์หน้าตัวเป้า ธีรศิลป์ แดงดา
“ยูเออีบุกชนะญูี่ปุ่นได้ พวกเขามีสุดยอดนักเตะอย่าง อับดุลราห์มาน ผมหวังที่จะได้ลงเล่นเกมนี้ ‘ซิโก้’ รู้จักผู้เล่นทุกคนดี และเชื่อในตัวผม” ชัปปุยส์ กล่าวกับอีเอสพีเอ็น
ด้าน สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายด่านมือเก๋า เชื่อการที่ทัพ “เดอะ ไวท์” ชนะญี่ปุ่นได้ ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ และเกมนี้จะหนักแน่นอน
“เกนนี้เป็นเกมที่หนักแน่นอน เราเห็นแล้วว่ายูเออีชนะญี่ปุ่นมาในเกมนอกบ้านด้วย ซึ่งไม่ใช่การเซอร์ไพรส์ด้วย อย่างที่โค้ชซิโก้บอกว่ายูเออีมีนักเตะที่มีความสามารถ เกมในระดับนี้กดดันอยู่แล้ว การที่แพ้ 2 ครั้ง เราก็ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไร แต่ก็ทำให้เราทำงานหนักมากขึ้น หาข้อผิดพลาดและแก้ไข ส่วนการที่แฟนบอลจะมาดูเยอะเชื่อว่าจะทำให้เกมสนุก ที่สำคัญจะช่วยให้เรามีความกระตือรือร้นที่จะโชว์การเล่นให้แฟนๆ ได้ดู” เจ้าตี๋ กล่าว
ขณะที่เจ้าถิ่น มี 3 คะแนน จากการบุกชนะญี่ปุ่น 2-1 และแพ้คาบ้านต่อ ออสเตรเลีย 0-1 รั้งอันดับ 4 ของตาราง มีทีเด็ดอยู่ที่ขุมกำลังแนวรุกที่กระหน่ำรวม 19 ประตู ในรอบที่แล้ว ประกอบด้วย
โอมาร์ อับดุลราห์มาน เพลย์เมกเกอร์
ตัวเก่ง เจ้าของฉายา “พ่อมดลูกหนัง” ที่ทำไป 3 ประตู กับ 7 แอสซิสต์ อาลีห์ มาบคูด หอกเจ้าของสถิติติดทีมชาติ 43 นัด ยิง 33 ประตู โดยในรายการนี้ทำไปแล้ว 5 ตุง และ อาเหม็ด คาลิล ศูนย์หน้ากัปตันทีม รองดาวซัลโวรอบคัดเลือก
11 ประตู และเพิ่งบวกเพิ่มอีก 2 ประตู จากการเบิ้ลดับทัพซามูไรในเกมแรก
อย่างไรก็ตาม ไทยอาจมีข่าวดีเมื่อ คาลิล วัย 25 ปี อาจชวดลงสนามเนื่องจากยังไม่ฟิต
“เรามีปัญหาเล็กน้อย เพราะมีนักเตะ 3-4 คน บาดเจ็บมาจากเกมลีก ขณะที่ อาเหม็ด คาลิล ก็ไม่ได้ซ้อมมา 3-4 วันแล้ว เพราะบาดเจ็บเช่นกัน ซึ่งต้องเช็กความฟิตอีกครั้ง ส่วน โอมาร์ อับดุลราห์มาน จะออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนเดิม อย่างไรก็ตามเราต้องการเก็บชัยชนะให้ได้ ซึ่งอยากให้แฟนบอลเข้ามาเต็มสนามเพื่อกดดันไทย” มะห์ดี อาลี เฮดโค้ชยูเออี เผย
นอกจากนี้ อาลี เผย ว่า รู้ถึงแท็กติกของไทยเป็นอย่างดี หลังเคยยกทัพมาร่วมรายการ คิงส์ คัพ ครั้งที่ 44 เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้ปะทะกันแต่ก็ได้ศึกษาฟอร์มการเล่นไว้แล้ว
ความน่าจะเป็น : ทีมชาติไทยเป็นรองเรื่องสภาพแวดล้อมและเสียงเชียร์ แต่มีจุดเด่นเรื่องความฟิตและวินัยเยี่ยม บดไปบดมา ทีมไทยต้านไม่ไหว เจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายชนะหวิว
สถิติการพบกันของทั้งคู่ ในรายการที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) รับรอง ทั้งหมด 7 ครั้ง ยูเออี ชนะ 7 เสมอ 5 แพ้ 1 โดยเกมสุดท้ายที่พบกัน คือ เมื่อปี 2007 ซึ่งไทยเปิดบ้านเสมอ 1-1 ในเกมอุ่นเครื่องแมตช์พิเศษ อำลาการเล่นทีมชาติของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
ส่วนโปรแกรมอีก 2 คู่ ในกลุ่มบี ที่จะฟาดแข้งวันเดียวกัน คือ ญี่ปุ่นทีมอันดับ 3 พบ อิรัก (5) เวลา 17.35 น. และ ซาอุดิอาระเบีย (2) พบ ออสเตรเลีย (1) เวลา 00.45 น. ตามเวลาไทย







