
5 เหตุผล ‘ผีแดง’ ชวดท็อปโฟร์
โดย...ราชันเบอร์23
โดย...ราชันเบอร์23
การเข้ามารับไม้ต่อจาก หลุยส์ ฟาน กัล ของ โจเซ มูรินโญ กุนซือฝีมือดีชาวโปรตุกีส ดูจะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของสาวก “เรด เดวิลส์” เพราะฤดูกาลที่ผ่านมา “ผีแดง” ภายใต้การคุมทีมของกุนซือดัตช์ทำได้ดีที่สุดแค่จบอันดับ 5 ได้สิทธิไปเล่นฟุตบอลยูโรป้า ลีก ในฤดูกาลนี้เท่านั้น
ทว่า มูรินโญ พาลูกทีมออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ ด้วยผลงาน ชนะ 4 เสมอ 1 และแพ้ 2 จาก 7 นัด รั้งอันดับ 7 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูง แมนฯ ซิตี้ 5 แต้ม ทำให้แฟน “ผีแดง” อดหวั่นใจไม่ได้ว่าฤดูกาลนี้จะจบลงอย่างไร
เดอะซัน สื่อชื่อดังอังกฤษ ได้วิเคราะห์ 5 เหตุผล ที่แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเจอกับงานที่ยากลำบากที่จะทวงแชมป์พรีเมียร์ลีก รวมถึงติดท็อปโฟร์เพื่อคว้าสิทธิไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า
“ผีแดง” ออกสตาร์ทฤดูกาลแย่สุด
เทียบสถิติออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ 7 นัด กับ หลุยส์ ฟาน กัล เมื่อปีที่ผ่านมา กุนซือดัตช์ทำได้ 16 แต้ม ขณะที่ มูรินโญทำได้แค่ 13 แต้ม และ ฟาน กัล ชนะถึง 5 นัด แต่ “เฮียมู” ชนะแค่ 4 นัด ยิ่งเหลือบมองไปที่ตัวเลขการซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมราว 150 ล้านปอนด์ (ราว 6,750 ล้านบาท) ไม่ว่าจะเป็น เอริก ไบญี, ปอล ป็อกบา, เฮนริก มคิตาร์ยาน และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิ่งทำให้อดีตกุนซือเรอัล มาดริด ดูแย่ลงไปอีก โดยเฉพาะเกมล่าสุดทำได้แค่เสมอกับสโตก ซิตี้ ทีมรองบ่อน 1-1
หากย้อนกลับไปถึงปี 1992 มีเพียง 4 นัดเท่านั้น ที่แมนฯ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทฤดูกาล 7 นัด ได้แย่กว่าฤดูกาลนี้ นั่นคือ ฤดูกาล 2013-14 (10 แต้ม), 2002-03 (11 แต้ม), 2014-15 (11 แต้ม) และ 2004-05 (12 แต้ม)
เสียประตูมากกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา
เทียบกับเดือน ต.ค.ปีที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด เสียประตูเพียง 5 ประตู แต่ยุค มูรินโญ เสียไปแล้ว 8 ประตู การเติมเต็มแนวรับของทีมลงตัวเมื่อได้ เอริก ไบญี กองหลังทีมชาติไอวอรีโคสต์ กับ คริส สมอลลิง ทำงานร่วมกัน ดูเป็นคู่เซ็นเตอร์ที่ลงตัวมากกว่า ไบญี กับ ดาลีย์ บลินด์ที่ดูเหมือนจะไม่เข้าขากันเท่าไหร่ นั่นคือจุดบอดในแนวรับของ “ผีแดง” ที่ทำให้เสียประตูมากในการออกสตาร์ทฤดูกาลนี้
อิบราฮิโมวิชแก่เกินไป
สิ่งที่เป็นปัญหาของแมนฯ ยูไนเต็ด ตอนนี้คือเรื่องการยิงประตู ซึ่งดูเหมือนว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อองโตนี มาร์กซิยาล น่าจะได้รับโอกาสมากกว่านี้ เพราะดูเหมือนว่า มูรินโญ จะฝากความหวังไว้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้ารุ่นดึก ที่จะมีอายุครบ 35 ปี สุดสัปดาห์นี้ มากกว่ากองหน้าดาวรุ่งคนอื่น แน่นอน อิบราฮิโมวิช ยังมีร่างกายที่ยอดเยี่ยมในตอนนี้ แต่การเล่นในพรีเมียร์ลีก เป็นลีกที่ขึ้นชื่อว่าเข้าบอลหนัก ต้องใช้แรงปะทะมากกว่าลีกอื่นๆ ในยุโรป อาจจะทำให้กองหน้าสวีดิชยืนระยะไม่ถึงสิ้นฤดูกาล และหากอิบราฮิโมวิช เกิดเจ็บขึ้นมา จะเพิ่มปัญหาให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอน
“ผมไม่รู้สึกว่าร่างกายแย่ตามอายุที่มากขึ้น ตรงกันข้าม ผมรู้สึกว่าผมสามารถพัฒนาได้อีก เรียกว่ายิ่งแก่ยิ่งคึกก็ได้นะ” อิบราฮิโมวิช กล่าว
คู่แข่งล้วนแต่แข็งแกร่ง
ไม่ว่าจะเป็น แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล หรือแม้กระทั่งสเปอร์ส มีการพัฒนาที่ยอดเยี่ยม และเป็น 3 ทีมที่ฟอร์มดีวันดีคืน ยังไม่แผ่วให้เห็น โดยเฉพาะแผงกองกลางของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่สู้ทีมเหล่านี้ไม่ได้ เพราะ มูรินโญ ยังไม่มีสูตรที่ลงตัว โดยเฉพาะไม่รู้จะให้ เวย์น รูนีย์ ยืนตำแหน่งไหนกันแน่ ล่าสุดดร็อปกองหน้าทีมชาติอังกฤษไว้ที่ม้านั่งสำรองในเกมชนะเลสเตอร์ 4-1 และเกมเสมอสโตก 1-1 ขณะที่ ป็อกบา นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก 89 ล้านปอนด์ (ราว 4,005 ล้านบาท) เพิ่งยิงไปได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น ดูเหมือนว่าจะไม่คุ้มกับเงินที่ลงทุนไป
แบกรับความกดดันจาก “เรือใบ”
หากเทียบผลงานกับคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ของ เปป กวาร์ดิโอลา ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องแบกความกดดันใหญ่หลวง เพราะผลงานต่างกันลิบลับ แม้การขาดหายของ เควิน เดอ บรอยน์ ทำให้เกมแดนกลางของแมนฯ ซิตี้ ลดความน่ากลัวลง เป็นสาเหตุทำให้แพ้สเปอร์ส 0-2 และเป็นความพ่ายแพ้นัดแรกของฤดูกาล เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สิ่งที่แฟน “เรือใบ” คาดหวัง อยากให้มิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียมหายจากบาดเจ็บกลับมา เพื่อช่วยทีมอย่างเร็วที่สุด จะเห็นได้ว่าเกมที่ผ่านๆ มาเกมรุกของแมนฯ ซิตี้ ยิ่งลงตัวหากมี เดอ บรอยน์ มาทำงานร่วมกับ อิลคาย กุนโดกัน และ ดาบิด ซิลบา ทำให้ผลงานของแมนฯ ซิตี้ เปรี้ยงปร้าง เพราะทำให้ แซร์จิโอ อกูเอโร ผลิตสกอร์ได้อย่างสม่ำเสมอ
สถานการณ์ตอนนี้ ผ่านไป 7 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด มีแต้มตามหลังแมนฯ ซิตี้ 5 คะแนน ซึ่งผีแดงต้องเจอกับงานยากลำบากในการแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกโดยทั้งคู่จะโคจรมาพบกันในศึกอีเอฟแอล คัพ รอบ 16 ทีม เดือน พ.ย.นี้ ดูว่าแมนฯยูจะใช้แท็คติกอะไรสู้







