
ปีนี้ไม่อยากโสด เรื่องสับสนระคนความสุข
ความจริงอย่างหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญ คือ เราแก่ตัวขึ้นทุกวัน จำครั้งสุดท้ายที่เราบอกว่าอยากโตเร็วๆ
โดย...โสภณ ศุภมั่งมี
ความจริงอย่างหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญ คือ เราแก่ตัวขึ้นทุกวัน จำครั้งสุดท้ายที่เราบอกว่าอยากโตเร็วๆ ได้ไหมครับ ใช่ เหมือนผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้เอง ตอนเป็นเด็กเราก็อยากโตเร็วๆ เพื่อจะได้ใช้ชีวิตแบบอิสระไม่ต้องมีพ่อแม่ผู้ปกครองมาบังคับ แต่เมื่อแก่ตัวถึงจุดหนึ่งจะเริ่มมีความรู้สึกที่ว่า “ทำไมเวลามันผ่านไปเร็วจัง”
นั่นเป็นจุดสังเกตง่ายๆ ของการสิ้นสุดวัยเยาว์อันหอมหวาน ถ้าใครกำลังอยู่ตรงนี้ ยินดีต้อนรับสู่คลับของวัยกลางคนในโลกของความเป็นจริง
ตัวเอกของหนังสือเล่มนี้เป็นชายหนุ่มชาวอังกฤษวัยยี่สิบเก้าปี ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเขาต้องก้าวเข้าสู่วัยเลขสาม แต่กลับรู้สึกว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเลยสักนิดเดียว งานที่ทำอยู่ก็มีการปรับเปลี่ยนโยกย้าย แฟนสาวที่คบหาดูใจกันมาได้สักพักก็เลิกรากันไป เพราะต่างคนต่างหมดความเสน่หา แถมไม่พอช่วงระหว่างที่รอการเริ่มต้นงานที่ใหม่เขาต้องย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านเกิด ถึงแม้ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นไม่ได้แย่อะไร แต่หลังจากหลายปีที่เขาใช้ชีวิตอย่างอิสระด้วยตัวเอง การกลับมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันอีกครั้งทำให้เขาแทบเสียสติ
บ้านเกิดซึ่งเต็มไปด้วยความหลัง สถานที่แห่งความทรงจำมากมายตั้งแต่ไฮสกูล ร้านขายของสะดวกซื้อ ผับที่ชอบไปแฮงเอาต์ กลุ่มเพื่อนสนิทที่เติบโต หัวเราะ ร้องไห้ ทำวีรกรรมสุดแสบสันมาด้วยกัน ยังไม่พอดันกลับไปเจอผู้หญิงที่เคยมีสถานะ Complicated แฟนก็ไม่ใช่/เพื่อนก็ไม่เชิง (จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น) ยิ่งทำให้ชีวิตช่วงโค้งสุดท้ายของวัยยี่สิบเก้านั้นชวนปวดหัวมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
มันเป็นหนังสือโรแมนติกคอมเมดี้ ที่ชวนให้ผมนึกถึงช่วงเวลานั้นของตนเองที่วุ่นวายไม่แพ้กัน มันเป็นช่วงเวลาที่ผมเพิ่งย้ายกลับมาจากการใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศถึงสิบปี การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ทั้งที่เป็นสภาพแวดล้อมเก่านั้นไม่ง่ายนัก แถมไม่พอกำลังเตรียมตัวจัดงานแต่งงานกับแฟน (ซึ่งตอนนี้ก็คือภรรยานั่นแหละ) โดยเราทั้งคู่พยายามช่วยกันจัดสรรงบประมาณรายจ่ายอันมากโขของพิธีการต่างๆ ให้อยู่ในระดับที่พอจะนอนหลับได้ในช่วงกลางคืน โดยไม่ต้องห่วงเงินในกระเป๋ามากเกินไปนัก แต่จนแล้วจนรอดไม่ว่าพยายามมากจนเลือดตาแทบกระเด็น ทุกอย่างก็ต้องบานปลายและมีรายจ่ายมากมายที่ไม่คาดคิดโผล่ขึ้นมาให้เครียดอยู่เสมอ
ยุ่งมากจนกระทั่งลืมคิดถึงไปเลยว่าตนเองนั้นสามสิบเข้าไปแล้ว การย้ายบ้าน งานใหม่ ชีวิตคู่ที่กำลังเริ่มต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชวนให้ตั้งคำถามกับชีวิตในอนาคตว่าต่อจากนี้จะเป็นยังไงต่อไป เพราะเราทุกคนต่างมีคาดหวังและกังวลสงสัยด้วยกันทั้งนั้น
ซึ่งถึงตอนนี้เวลาผ่านมาสามปีทุกอย่างเหมือนจะเข้าที่เข้าทางดี ถ้าเป็นไปได้อยากกลับไปบอกตัวเองตอนนั้นว่า “มันเป็นเรื่องที่ดีในการมองไปข้างหน้า ความอยากรู้นั้นไม่ผิดหรอก ใครๆ ก็เป็นกัน แต่อย่าไปจดจ้องปลายทางจนไม่ใส่ใจสิ่งรอบๆ ตัวในเวลานั้น เพราะสามสิบปีก่อนหน้านี้เราอาจจะก้าวเดินมาคนเดียวก็จริง แต่หลังจากนี้จนแก่เฒ่า เราต้องคอยดูแลคนที่เดินข้างๆ เราด้วย ส่วนปลายทางนั้นมันจะทำหน้าที่ดูแลตัวมันเอง”







