posttoday
ทฤษฎีสมคบคิด อพอลโล 11 และรอยเท้าบนดวงจันทร์

ทฤษฎีสมคบคิด อพอลโล 11 และรอยเท้าบนดวงจันทร์

02 ตุลาคม 2559

คนแต่ละคนมักจะเป็นเหมือนคนพิการ ในเวลาที่เผชิญหน้ากับการสมคบคิดที่ชั่วร้ายรุนแรงสุดๆ

โดย...เพรงเทพ

“คนแต่ละคนมักจะเป็นเหมือนคนพิการ ในเวลาที่เผชิญหน้ากับการสมคบคิดที่ชั่วร้ายรุนแรงสุดๆ จนเขาไม่สามารถเชื่อว่ามันมีอยู่จริง จิตใจของคน (อเมริกัน) ทั่วไปไม่อาจสำเหนียกถึงความชั่วที่แสดงตัวในท่ามกลางความวุ่นวายของสถานการณ์ ไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่ามนุษย์เราสามารถยึดมั่นในหลักการบางอย่าง ที่จุดสูงสุดของมันคือการทำลายความดีงามทั้งหลายทั้งปวง”

เป็นคำกล่าวของ เจ เอดการ์ ฮูเวอร์ ผู้ก่อตั้งและผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Bureau of Investigation) กระทรวงยุติธรรม สหรัฐอเมริกา ที่ยาวนานที่สุด (ค.ศ. 1935-1972)

โลกในวันที่ชุดข้อมูลและข้อเท็จจริงท่วมท้นบ่าไหลเข้ามาในทุกช่องทางจนไม่รู้ว่าอะไรจริงหรือปลอมได้ทำให้ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) ยิ่งมีเสน่ห์อย่างน่าค้นหามากขึ้น การอนุมานจาก “ผล” ไปหา “เหตุ” ล้วนเปี่ยมด้วยสีสันที่สามารถจินตนาการไปได้ร้อยแปดพันเก้า เพื่อผนึกแน่นความเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีเงื่อนงำและเบื้องหลัง โดยนำหลักฐานบ่งชี้ที่ต้องสงสัยต่างๆ เพื่อนำไปสู่ผลหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วมาปะติดปะต่อเรียงร้อยไปสู่ข้อสันนิษฐานว่าเรื่องหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีตมีเบื้องหลังอย่างไร? แตกต่างจากความจริงที่นำเสนอและคนทั่วไปรับทราบและเข้าใจอย่างไร?

การมีคำตอบไว้ก่อน แล้วค่อยหาเหตุผลมารองรับ และเรื่องราวส่วนใหญ่ที่ใช้ทฤษฎีสมคบคิดในการวิเคราะห์มักจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น น่าคิด น่าสนใจ หนึ่งในกรณีที่คลาสสิกและผู้คนต่างสนใจมากมาย รวมถึงมีสารคดีที่พยายามล้วงค้นหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ “Moonlanding”

ทฤษฎีสมคบคิด อพอลโล 11 และรอยเท้าบนดวงจันทร์

 

การลงจอดบนดวงจันทร์ของยานอพอลโล 11 และมนุษย์เดินลงเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์คือเรื่องโกหก มีทฤษฎีที่ออกมาบอกว่า ทุกอย่างที่ออกมาบอกว่าสหรัฐอเมริกาคือชาติแรกที่ลงเหยียบบนพื้นดวงจันทร์นั้น เป็นเรื่องที่หลอกโดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซ่า (National Aeronautics and Space Administration - NASA) และองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ซึ่งผู้ที่สนับสนุนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องโกหกนั้น ต่างตรวจสอบอย่างละเอียดจากรูปถ่ายที่ออกมา และวิดีโอที่ชี้ว่าหลายๆ สิ่งไม่น่าถ่ายขึ้นที่ดวงจันทร์ แต่เป็นภาพจากสตูดิโอมากกว่า ได้แก่ ภาพธงที่สะบัดบนดวงจันทร์ เพราะสภาพอากาศบนดวงจันทร์ไม่น่าจะทำให้ลมแรงขนาดทำให้ธงกระพือได้ หรือจะเป็นเรื่องแสงเงาในภาพที่ผิดธรรมชาติไม่ขนานกัน ทั้งๆ ที่บนดวงจันทร์มีแหล่งของแสงแหล่งเดียวคือดวงอาทิตย์ เงาทุกเงาควรขนานกัน ไม่ใช่หยักไปมาเหมือนได้ไฟจากสตูดิโอแบบนี้ เป็นต้น

เพราะฉะนั้น นีล อาร์มสตรอง พร้อมทั้งยานอพอลโล 11 ไม่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์ นาซ่าและรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดฉากขึ้นเพื่อแสดงศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ว่าก้าวหน้ากว่ารัสเซีย มีผู้เกี่ยวข้องที่รู้ความลับบางคนถูกเก็บหรือฆ่าตาย

ทั้งหมดจึงเป็นแรงบันดาลใจและที่มาของภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า “Operation Avalanche” ปฏิบัติการลวงโลก ที่เลียนอย่างภาพยนตร์สารคดีในการตีแผ่เบื้องหลังด้วยนำเรื่องราวที่เป็นข้อสงสัยในทฤษฎีสมคบคิดเรื่องอพอลโล 11 และการลงจอดบนดวงจันทร์ มาเล่าเรื่องโดยมีเส้นเรื่องตามนั้นทุกกระเบียดนิ้ว จะเห็นมุมมองในระดับโครงสร้างของสงครามเย็นผ่านปากประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี ที่ต้องการจะล้ำหน้าสหภาพโซเวียตหรือรัสเซียในขณะนั้น และในปี 1969 จึงประสบความสำเร็จ

ทฤษฎีสมคบคิด อพอลโล 11 และรอยเท้าบนดวงจันทร์

 

โครงการอวาแลนช์ คือกุญแจสำคัญที่เจ้าหน้าที่ซีไอเอหนุ่มสองคน และช่างภาพ ซึ่งมีฝีมือในการถ่ายทำภาพยนตร์ได้เสนอต่อซีไอเอ เป็นปมสำคัญของการเล่าเรื่อง โดยในท้ายที่สุดหลังจากที่มีการถ่ายทอดสดจากดวงจันทร์ถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติและสหรัฐอเมริกา หายนะต่างๆ ก็เกิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและอ้อม

ภาพยนตร์มีความยาวชั่วโมงครึ่งกำลังดี ดูสนุกแต่ไม่หวือหวามากนัก อาจจะเป็นเพราะโครงเรื่องบังคับให้เดินตามทฤษฎีสมคบคิดที่วางไว้ทุกกระเบียดนิ้ว เก็บความให้น่าเชื่อถือแบบหนังสารคดีว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจริง หากเปรียบเทียบกับหนังสารคดีที่เป็นสารคดีที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ การตั้งข้อสงสัยในการลงดวงจันทร์ของยานอพอลโล 11 และนักบินอวกาศ แมตต์ จอห์นสัน ซึ่งเป็นผู้กำกับฯ เขียนบท และร่วมแสดงเอง ทำได้ดีมากๆ สามารถตอบโจทย์เรื่องนี้ให้เป็นเรื่องราวที่จับต้องได้ มีอารมณ์ความรู้สึกของความเป็นมนุษย์ผ่านตัวละครที่มีเลือดเนื้อที่อยู่ในเหตุการณ์จริงให้เต้นเร่าออกมาเดินอยู่ได้เหมือนชีวิตจริง และสุดท้ายคนที่อยู่ในเหตุการณ์และล่วงรู้ความลับก็ไม่มีใครเหลืออยู่เพื่อเป็นพยานปากคำถึงการลวงโลกนี้เหลืออยู่เลย

แต่สิ่งที่พลาดของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ เมื่อทฤษฎีสมคบคิดถูกเฉลยออกมาทุกอย่างแบบหมดเปลือก ตอบคำถามทุกเงื่อนงำให้กระจ่างผ่านเรื่องราว ทุกอย่างก็หมดเสน่ห์น่าค้นหาไปเสียอย่างช่วยไม่ได้เช่นหนังเรื่องนี้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ