
‘ยุคผมสิงโตจะคำราม’
โดย...ราชันเบอร์23
โดย...ราชันเบอร์23
กลายเป็นข่าวช็อกเมื่อ แซม อัลลาร์ไดซ์ ต้องลาออกจากการเป็นกุนซือทีมชาติอังกฤษ เมื่อวันอังคารที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่ตกเป็นข่าวฉาว เมื่อโดนนักข่าวปลอมตัวเป็นนักธุรกิจจากตะวันออกกลาง นัดไปรับประทานอาหารกันที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองแมนเชสเตอร์ ก่อนที่ “บิ๊กแซม” จะใช้ตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติเรียกร้องเงิน 4 แสนปอนด์ (ราว 19.2 ล้านบาท) เพื่อช่วยแหกกฎการโยกย้ายนักเตะ
ขณะที่เจ้าตัวยินดีตอบแทนเงินจำนวนดังกล่าวด้วยการตกลงเดินทางไปประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียในฐานะทูต
เรื่องดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์ของวงการฟุตบอลอังกฤษ ทำให้ เทรซี เคราช์ รมว.กีฬาหญิงของอังกฤษ ต้องออกมาเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างเต็มที่เกี่ยวกับเรื่องทุจริตในวงการฟุตบอลอังกฤษ จากกรณีที่ “บิ๊กแซม” ต้องแยกทางกับ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ฐานส่อเจตนาใช้อำนาจหน้าที่ของตนเจรจารับเงินเพื่อช่วยเลี่ยงกฎในเรื่องการถือครองนักเตะด้วยบุคคลที่สาม
“ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวพันกับฟุตบอลอังกฤษที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่น่ากังวล และเราจะหารือกันร่วมกับเจ้าหน้าที่แห่งวงการฟุตบอล หลักฐานทุกชิ้นที่พวกเขาได้รับจะต้องถูกนำไปสอบสวนอย่างเต็มที่ และเราพร้อมจะให้ความช่วยเหลือในทุกทางที่สามารถทำได้”
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินการต่อ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ได้แต่งตั้ง แกเร็ธ เซาท์เกต อดีตกองหลังคนดัง เพิ่งถูกดันขึ้นมารับงานคุมอังกฤษแทนที่ อัลลาร์ไดซ์ เป็นการชั่วคราว ซึ่งมีผลงานที่ดีพอตัวจากการเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี โดยกุนซือวัย 45 ปี จะทำงานในตำแหน่งกุนซือทีมชาติอังกฤษ 4 นัด ตั้งแต่เกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกกับ มอลตา และสโลวีเนีย ช่วงเดือน ต.ค. ต่อด้วยคัดบอลโลกกับ สกอตแลนด์ และอุ่นเครื่องกับสเปน ช่วงเดือน พ.ย.
ภารกิจเร่งด่วนของเอฟเอ คือเร่งกู้คืนภาพลักษณ์ของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ที่ต้องโปร่งใสและหาตัวบุคคลที่เหมาะสมเข้ามารับงานในตำแหน่งนายใหญ่สิงโตคำราม
สิ่งที่หลายคนกังวลไม่แพ้กันคือ เซาท์เกต กุนซือชั่วคราว มีกึ๋นหรือบารมีพอที่จะมาคุมทีมชาติชุดใหญ่หรือไม่ เพราะสมัยเป็นกุนซือชุดเล็กผลงานก็ไม่ได้เข้าตากรรมการ
เล่นเอากุนซือทีมชาติอังกฤษป้ายแดงออกมายืดอกประกาศลั่น จะทำให้ “สิงโต” กลับมาคำรามอีกครั้งในยุคของตัวเอง
“มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากของเอฟเอ แต่มันเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะยึดหลักความมั่นคงและต่อเนื่องให้กับทีมชาติ” เซาท์เกต แถลงการณ์ผ่านเอฟเอ
“สำหรับผมมันเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราจะเดินไปข้างหน้าและต้องชนะให้ได้ในเกมเหล่านี้ ตอนนี้เราต้องลืมเรื่องอัปยศทั้งหลาย และโฟกัสแค่เรื่องฟุตบอลเท่านั้น หน้าที่ของผมคือต้องโชว์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อที่จะได้ผลการแข่งขันที่เราต้องการ โดยเฉพาะแมตช์ที่เราเปิดบ้านพบ มอลตา ที่สนามเวมบลีย์ วันที่ 4 ต.ค.นี้ แต่ทั้ง 4 นัดเป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ ความท้าทายกำลังรออยู่ข้างหน้า ผมมั่นใจว่าเราจะมีผลงานที่ดี และหวังจะกอบกู้ชื่อเสียงของวงการฟุตบอลอังกฤษให้กลับมาเหมือนเดิม”
มีเพียง ไบรอัน ร็อบสัน ตำนานแข้งทีมชาติอังกฤษ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เชื่อมั่นในฝีมือของ เซาท์เกต ว่าสามารถใช้โอกาสที่ได้คุมทีมชาติอังกฤษชั่วคราว พิสูจน์ตัวเองว่าเหมาะเป็นกุนซือเต็มตัว ด้วยการทำผลงานให้ดีที่สุดในการคุมทีม 4 นัด
“ถ้าหาก แกเร็ธ ชนะ 4 เกมรวดก่อนคริสต์มาส มันก็เป็นโอกาสดีของ แกเร็ธ ที่อาจจะได้รับงานนี้ ถ้าหากไม่ใช่แบบนั้น และแกเร็ธไม่อยากได้งาน หรือเอฟเอคิดว่าต้องก้าวต่อไป และหาคนที่อาจจะมีประสบการณ์มากกว่า มันก็เป็นการตัดสินใจของเอฟเอ แต่ผมหวังว่า แกเร็ธ จะมาทำงาน และทำให้ทีมชาติอังกฤษเล่นให้ดีที่สุดในตอนนี้ และเราจะสามารถทำผลงานยอดเยี่ยมต่อเนื่อง แบบที่เราทำได้ในการเล่นรอบคัดเลือก 2-3 รายการที่ผ่านมา” ตำนานแข้ง “ผีแดง” กล่าวสนับสนุน







