posttoday
ปลดล็อกลูกน้อย สู่อัจฉริยะยุคมิลเลนเนียม

ปลดล็อกลูกน้อย สู่อัจฉริยะยุคมิลเลนเนียม

28 กันยายน 2559

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต มีการจัดสัมนา เรื่อง 5 Unlock Your Child’s Potential ปลดล็อกสู่อัจฉริยะลูกยุคมิลเลนเนียม

โดย...กันย์ ภาพ    คลังภาพโพสต์ทูเดย์

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต มีการจัดสัมนา เรื่อง 5 Unlock Your Child’s Potential ปลดล็อกสู่อัจฉริยะลูกยุคมิลเลนเนียม เพื่อต้องการที่จะช่วยให้พ่อแม่รุ่นใหม่ เข้าใจ 5 ปัจจัยและเป็นหัวใจสำคัญ ในการส่งเสริมพัฒนาการ อัจฉริยะภาพเด็ก ได้เรียนเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มาบรรยายพิเศษให้ความรู้ โดยจะเริ่มที่ ปลดล็อกที่ 1 เริ่มที่พ่อแม่คุณภาพ  ปลดล็อกที่ 2 การเตรียมพร้อมที่ดีในช่วง 9 เดือนระหว่างตั้งครรภ์ ปลดล็อกที่ 3 นมแม่สร้างโลก ทำไมนมแม่ถึงเป็นโภชนาการมื้อแรกที่ดีที่สุดของมนุษย์  ปลดล็อกที่ 4 การวางรากแก้วการเรียนรู้ให้ลูก ปลดล็อกที่ 5 สร้างฝัน จินตนาการอันยิ่งใหญ่ให้ลูก และทักษะชีวิตที่สำคัญอะไรบ้างที่โรงเรียนไม่ได้สอนลูกคุณ

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ นํกธุรกิจและนักวิชาการเด็ก กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ได้ด้วยการมีพื้นฐานที่ดี คุณธรรม จริยธรรม เพราะฉะนั้นคุณธรรม จริยธรรมเป็นบทบาทของพ่อแม่ที่สำคัญที่สุด ถ้าวันนี้คุณยังเป็นพ่อแม่ที่มีคุณภาพต่ำ ลูกก็จะเป็นประชากรที่มีคุณภาพต่ำต่อไป พ่อแม่จึงจะต้องเป็นตัวละครที่ทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของพ่อแม่เหล่านั้น บางทีแม่อาจจะเก่งภาษาไทย ก็ให้แม่ช่วยติวภาษาไทย หรือพ่ออาจจะเก่งการพาไป Study Tour แบ่งหน้าที่กันให้ดี พ่อแม่ต้องเป็นทีมเดียวกัน หรือพ่อแม่ต้องมีบทบาทในการให้เวลากับลูก ไม่จำเป็นต้องเยอะ แต่เน้นคุณภาพ

“ผมขอยกตัวอย่างการกินข้าว ไม่ว่าจะเป็นข้าวเช้า ข้าวเย็น ให้ลูกได้มีโอกาสใกล้ชิดพ่อแม่นี่สำคัญมาก มีวิจัยอันหนึ่งที่น่ากลัวมากก็คือผู้หญิงชอบเรียนหนังสือ ชอบทำงาน ดังนั้นต้องสร้างสมดุลระหว่างครอบครัวกับงานให้ดี เพราะฉะนั้นการจะดูแลทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต พ่อกับแม่ทำงานร่วมกัน ถ้ามีโอกาสพยายามให้คุณปู่ คุณย่าเข้ามามีบทบาทด้วย”

ศ.ดร.จีระ ยังแนะนำให้พ่อแม่ทุกคน ใช้แนวของพระเจ้าอยู่หัวในการเลี้ยงลูก คือมีคุณธรรม จริยธรรม เสียก่อน แล้วค่อยให้ลูกเป็นคนเก่ง และอยากให้ลูกคุณใช้ทฤษฎี 2r ที่ไม่ว่าจะเรียนอะไรก็แล้วแต่ลูกคุณต้องนำไปใช้กับความเป็นจริงให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี แล้วถามเขาว่ามันมีประโยชน์อะไรต่อเขา มีประโยชน์ยังไงต่อประเทศ มีประโยชน์อย่างไรต่อโลกภายนอก เพราะฉะนั้นในอนาคตลูกคุณก็จะต้องเป็น Global citizen (ความเป็นพลเมืองโลก) ถ้าโลกร้อน ลูกคุณก็จะต้องมีความสนใจที่จะแก้ปัญหา ถ้าประชาธิปไตยมีปัญหา ลูกคุณก็ต้องสนใจที่จะแก้ปัญหา

ทางด้าน บัณฑิต อึ้งรังษี วาทยากรชื่อดัง กล่าวว่า ทุกคนต้อง Creative ทุกคนต้องมีความคิดสร้างสรรค์ และนี่คือประเด็นที่เราจะพูดกันทำยังไงให้คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์และมีจินตนาการ

“การศึกษาส่วนใหญ่ไม่ว่าที่ไหนในโลก ก็คือจะเน้นท่องจำไม่เน้นการทำ และข้อเสียส่วนใหญ่คือถูกออกแบบมาโดยตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 เวลาที่เราส่งลูกไปเรียนที่ไหนก็ตาม ส่วนใหญ่เค้าจะออกแบบหลักสูตรมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ก็คือเพื่อรับใช้ระบบของยุคอุตสาหกรรม ประเภทที่ว่าคนมีงานงานเดียวไปตลอดชีวิตแล้วจบ แต่สมัยนี้มันไม่ใช่ ค่าเฉลี่ยของคนเปลี่ยนงาน 4 ครั้ง ตลอดช่วงชีวิต ตอนนี้เยอะกว่านั้นแล้ว เพราะว่าโลกมันเปลี่ยนเร็วเกินไป อะไรที่สอนกันในมหาวิทยาลัยตอนนี้ล้าสมัยแล้ว อย่าง Marketing ถ้ามหาลัยไหนไม่สอน Content Marketing แสดงว่าล้าสมัยแล้ว”

ทางด้านหนูดี-วนิษา เรซ นักวิชาการเด็ก กล่าวว่ามี 3 ข้อ ที่อยากจะฝากไปให้คุณพ่อคุณแม่ ก็คือหนึ่ง วิธีคิดในการเลี้ยงลูก อย่าตีกรอบให้ลูกอยู่ในโลกของเรา โลกของเราไม่ใช่ที่อยู่ของลูกแล้ว สอง อย่าให้ลูกทำความฝันแทนเราถ้าเราทำไม่ได้

“เช่น พ่อแม่ที่พูดอังกฤษไม่ได้ พ่อแม่ที่เต้นไม่เก่ง พ่อแม่ที่เล่นเปียโนไม่ได้ พ่อแม่ที่ทำอะไรเยอะแยะไม่ได้ในโลก ซึ่งหนูดีเห็นด้วยที่จะเปิดโอกาสให้ลูก แต่คิดว่ามันตีกรอบมากเกินไปถ้าลูกต้องทำให้ได้ อย่าคิดว่าดีที่สุดของคุณเหมาะกับลูกของคุณเสมอ พยายามเปิดกว้างให้มากที่สุด ไม่จำเป็นว่าสอบได้คะแนนสูงสุดแล้วต้องเข้าคณะที่คะแนนสูงสุด การสอบได้คะแนนสูงแสดงว่าลูกของเรามีตัวเลือกเยอะขึ้น แต่เขาจะเลือกอะไรไม่ใช่หน้าที่พ่อแม่ไปเลือกแทนให้

สุดท้ายต้องเลี้ยงลูกให้รู้จักความลำบากมากๆ อย่าปกป้องลูก มันไม่เวิร์กอีกต่อไปแล้ว สอนให้เขาลำบากบ้าง จะได้ฝึกความอดทนและเอาตัวรอดได้ ดีกว่าจะไปประคับประคองตลอดเวลาจนทำอะไรไม่เป็น ยิ่งยากลำบากลูกยิ่งแกร่ง สบายเกินไปอย่างเดียวไม่ดีแน่ๆ"

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท