
งูสวัดภัยร้ายรุกรานผู้สูงวัย
โดย...พุสดี
โดย...พุสดี
อายุที่เพิ่มมากขึ้นสวนทางกับภูมิคุ้มกันร่างกายที่อ่อนแอลง ทำให้ผู้สูงอายุกลายเป็นวัยที่มีโอกาส ติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคงูสวัดที่ไม่เพียงเป็นแล้วทำให้เกิดความเจ็บปวดต่อร่างกาย แต่ยังนำไปสู่โรคแทรกซ้อนจนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้
พญ.อรพิชญา ไกรฤทธิ์ หน่วยเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า โรคงูสวัดเกิดจากเชื้อไวรัสอีสุกอีใสที่หลบซ่อนอยู่ในปมประสาทใต้ผิวหนังหลังจากมีการติดเชื้อชนิดนี้ครั้งแรก เชื้อไวรัสจะแฝงตัวอยู่เป็นเวลานานหลายสิบปี จนเมื่อใดที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะจากการที่อายุมากขึ้น เชื้อที่แฝงตัวอยู่จะกระจายตัวตามปมประสาททำให้เส้นประสาทถูกทำลาย โดยจะแสดงอาการออกมาเป็นผื่นแดงและตุ่มน้ำใสๆ เรียงตัวเป็นกลุ่มตามแนวเส้นประสาท ทำให้ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการปวดแสบปวดร้อนตรงบริเวณผิวหนัง แม้ถูกสัมผัสเพียงเบาๆ
"ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคงูสวัดนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนสูง ยิ่งอายุมากจะยิ่งเป็นรุนแรงและนานขึ้น เช่น แม้อาการปวดตามแนวเส้นประสาทเรื้อรังแม้ผื่นได้รับการรักษาจนหายแล้ว แต่มักมีอาการปวดลึกๆ เรื้อรัง และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่บริเวณดวงตา บางรายรุนแรงจนทำให้ตาบอด หรือหากงูสวัดขึ้นบริเวณหูด้านนอกหรือแก้วหู อาจทำให้ใบหน้าซีกนั้นเกิดอัมพาต ปากเบี้ยว หรือไม่สามารถหลับตาข้างนั้นให้สนิทได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากติดเชื้องูสวัดชนิดแพร่กระจายออกนอกแนวเส้นประสาท เชื้อไวรัสอาจกระจายเข้าสู่สมองและอวัยวะภายในอื่นๆ เช่น ตับ ปอด หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้"
ความรุนแรงและการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสงูสวัดภายในร่างกายนั้นยิ่งทวีคูณตามอายุ ดังนั้น แนวทางการป้องกันโรคงูสวัด จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เริ่มจากการเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด ควบคู่ไปกับการรักษาสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน เช่น การล้างมือให้สะอาด และรักษาความสะอาดของใช้ส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงพื้นที่ผู้คนแออัด อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี และรักษาร่างกายให้อบอุ่น







