
ค้านซาอุฯลงทัณฑ์โหดกำหนดโทษ‘อัมพาต’
กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกแล้วสำหรับกฎหมาย
“ตาต่อตาฟันต่อฟัน” ในซาอุดีอาระเบียเมื่อล่าสุดผู้พิพากษาของศาลซึ่งกำลังพิจารณาคดีทำร้ายร่างกายของ อับดุล อาซิซ อัล มิไตรี ชายวัย 22 ปี ที่ถูกทำร้ายร่างกายจนเป็นอัมพาต ได้ยื่นจดหมายไปยังหลายโรงพยาบาลในซาอุดีอาระเบียเพื่อสอบถามว่าจะสามารถตัดสินลงโทษผู้ต้องหาคดีดังกล่าวด้วยการตัดเส้นประสาทไขสันหลังเพื่อทำให้เป็นอัมพาตได้หรือไม่
เรื่องนี้ร้อนถึงองค์การพิทักษ์สิทธิมนุษยชนระดับโลก อย่างองค์การนิรโทษกรรมสากลต้องออกมาคัดค้าน และเรียกร้องให้ศาลยุติการกระทำดังกล่าวอันจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศ
“
จริงอยู่ว่าผู้ต้องหาจำเป็นจะต้องรับผิดชอบต่อความผิดข้อหาก่ออาชญากรรม ทว่าการจงใจทำให้ร่างกายของผู้ต้องหาเป็นอัมพาตนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการทรมาน ซึ่งเป็นการกระทำอันขัดต่อหลักการสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน” ฮาซซิบา ฮาดจ์ ซาห์ราอุยผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมสากลภาคพื้นตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือองค์การนิรโทษกรรมสากลระบุด้วยว่า แท้ที่จริงแล้วศาลซาอุดีอาระเบียมีอำนาจในการตัดสินใจว่าจะลงโทษผู้ต้องหาในคดีนี้ด้วยวิธีการใดก็ได้ จะใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟัน จะสั่งจำคุก จะปรับเงิน หรือจะให้ลงโทษด้วยการจับตัวไปโบยก็สุดแท้แต่
ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียเป็นหนึ่งในประเทศที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาวเรื่องกฎการลงโทษแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน อาทิ การควักตา การถอนฟัน หรือแม้แต่การฆาตกรรมอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว
และไม่ใช่แต่เฉพาะองค์การนิรโทษกรรมสากลที่คัดค้านการลงโทษแบบนี้ ทว่าบรรดานักเล่นอินเทอร์เน็ต บล็อกเกอร์ และนักคิดหัวก้าวหน้าต่างๆ ก็ต่อต้านรูปแบบการลงโทษดังกล่าว และเขียนบทความแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์คัดค้านวิธีการลงโทษที่พวกเขาเห็นว่าป่าเถื่อนล้าหลังอยู่อย่างสม่ำเสมอ







