posttoday
หฤดี วรพงศ์พิสุทธิ์  วัดกันที่คุณภาพตรงใจ

หฤดี วรพงศ์พิสุทธิ์ วัดกันที่คุณภาพตรงใจ

21 กันยายน 2559

โดย...ปอย   ภาพ  ทวีชัย ธวัชปกรณ์

โดย...ปอย   ภาพ  ทวีชัย ธวัชปกรณ์

กระแสการแข่งขันดุเดือด หฤดี วรพงศ์พิสุทธิ์ ผู้จัดการทั่วไป แบรนด์เครื่องสำอางโซลวาซู สนทนาพร้อมรอยยิ้มเบาๆ ส่งให้ดูเป็นเวิร์กกิ้งวูเมนบุคลิกเยือกเย็น ให้ข้อมูลว่าเคาน์เตอร์เครื่องสำอางสกินแคร์และน้ำหอม มีถึงร้อยกว่าเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า การวัดกันด้วยคุณภาพ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ใครดีใครก็อยู่รอด ความหลากหลายก็กลายเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคไปอีกด้วย

เครื่องสำอางโซลวาซูปีนี้เฉลิมฉลอง 50 ปี ของการก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลี และก้าวสู่ปีที่ 4 โซลวาซูในเมืองไทย โดยมียอดจำหน่าย 300 กว่าล้านบาท เป็นอันดับ 1 ในอาเซียน หฤดี กล่าวว่า การรับตำแหน่งในบริษัทเครื่องสำอางเกาหลีมีเป้าหมายต่อไป คือเคาน์เตอร์แบรนด์อันดับ 1 ในไทย เป็นโจทย์ท้าทายการทำงานในอีกรูปแบบหนึ่ง

“ความจริงจัง ขยัน และทำงานหนัก คือนิสัยการทำงานของคนเกาหลีและกลายเป็นวัฒนธรรมในการทำงานไปด้วยค่ะ เขาไม่เข้าหรือออกงานตามเวลา 09.00-17.00 น. ทุกคนเริ่มมาถึงตั้งแต่ 8 โมงเช้า แล้วออกหลัง 6 โมงเย็นกันทั้งนั้น การเข้าออกตามเวลาเป๊ะๆ ไม่ใช่วัฒนธรรมการทำงานของเขา ซึ่งก็ทำให้เขามองคนไทยเราว่าไม่ค่อยขยัน (บอกพลางยิ้ม) แล้วทุกอย่างอยู่ในกรอบความคิดเถรตรงมาก อย่างเช่นเคาน์เตอร์ห้างสรรพสินค้านี้ เงียบๆ นะไม่ค่อยมีลูกค้า เขาสั่งปิดทันที

ดิฉันเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว เป็นช่วงปรับตัวค่ะ สำหรับเรื่องการปิดเคาน์เตอร์ที่ยอดขายไม่ตรงเป้า ดิฉันก็ต้องค่อยๆ สื่อสารกับผู้บริหารแบรนด์ว่า ห้างใหญ่มีชื่อเสียงมีความสำคัญที่เราต้องไปเปิดสาขาอีกหลายๆ แห่งในอนาคต แล้วการทำธุรกิจสไตล์คนไทยบางครั้งก็ต้องยึดหลัก Give and take เราจะหักด้ามพร้าปิดทันทีไม่ได้ ก็ค่อยๆ ปรับไปค่ะ” หฤดี กล่าวพลางยิ้มใจเย็น

หญิงสาวในตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทความงามข้ามชาติ หฤดี บอกว่า คร่ำหวอดกว่า 20 ปี ในธุรกิจความงามตั้งแต่เรียนจบคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทำให้เห็นการเติบโตของธุรกิจนี้ที่ไม่มีวันตกไปตามเศรษฐกิจผันผวน

1  จานแบรนด์เนม

“ดิฉันและสามีชอบเข้าครัว จึงชอบสะสมภาชนะที่ไม่ได้เป็นเพียงของใช้บนโต๊ะอาหาร แต่มีศิลปะความงามด้วย จานชุดนี้ยี่ห้อลองแวง (Lanvin) ดิฉันเคยร่วมงานกับน้ำหอมแบรนด์นี้ช่วงเริ่มทำงานหลังเรียนจบ ได้ประสบการณ์การทำงานกับไฮแบรนด์ที่ดี เมื่อได้ไปฝรั่งเศสจึงซื้อจานชุดนี้กลับมา เป็นชุดแรกๆ ที่เริ่มสะสมเลยค่ะ”

2 จานมิกกี้เมาส์

“หน้าตาหนูมิกกี้คลาสสิกมากค่ะ ซึ่งตอนนี้หน้าตามิกกี้เมาส์ก็ไม่ใช่แบบนี้นะคะ เป็นของที่ระลึกจากการเดินทางไปทำงานเช่นกันค่ะ ได้มาจาก ดิสนีย์แคลิฟอร์เนีย แอดเวนเจอร์ พาร์ก เวลานั้นดิฉันเปลี่ยนบริษัททำงานกับเครื่องสำอางสหรัฐ ไม่ค่อยได้หยิบใช้ในชีวิตประจำวัน กลัวแตกซิคะ (หัวเราะ) ลิมิเต็ด เอดิชั่นหาไม่ได้แล้ว”

3 จานดอกไม้อุงกาโร

“งานบิวตี้แฟร์ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลกคืออิตาลี ดิฉันได้ไปก็ได้จานอุงกาโร (Ungaro) ชุดนี้กลับมา ชอบลวดลายดอกไม้เล็กๆ น่ารักๆ ค่ะ หยิบมาใช้ก็รู้สึกสดชื่นมาก เป็นจานที่ระลึกจากงานช่วงได้ไปประชุมบ่อยๆ ของเหล่านี้ใช้ต้อนรับเมื่อแขกพิเศษที่มารับประทานอาหารที่บ้านเท่านั้นค่ะ”

4 ชุดชาญี่ปุ่น

“ดีไซน์ภาชนะญี่ปุ่นโดดเด่นและนิยมไปทั่วโลก ชุดนี้ใช้บ่อยๆ เลยค่ะ แทบทุกวันหยุดที่ครอบครัวเล็กๆ ดิฉันสามีและลูกสาวขอใช้เวลานี้อยู่ด้วยกันไม่ค่อยออกไปไหน วันเสาร์-อาทิตย์ จิบกรีนชาช่วงบ่ายๆ กับขนม ผลไม้ คือเวลาพักผ่อนทั้งกายและใจที่ดีมากค่ะ แล้วการออกแบบภาชนะแฮนด์เมด เน้นความเรียบง่าย ก็ยิ่งทำให้รู้สึกสงบ” 

5 เครื่องสำอางติดกระเป๋า

“คุชชั่นโซลวาซู คือ ของติดกระเป๋า ขาดไม่ได้ แป้งตลับนี้ผสมครีมกันแดด ใช้ง่ายมากและช่วยลดขั้นตอนการแต่งหน้าเติมระหว่างวันได้สะดวกเมื่อต้องออกกลางแจ้ง คุชชั่นมาแรงเพราะเป็นได้ทั้งสกินแคร์และเมกอัพ ซึ่งนี่คือการสร้างผลิตภัณฑ์ได้ตรงใจผู้ใช้และคือคีย์ซัคเซสของเครื่องสำอางเกาหลี ไม่ใช้คิดเพื่อสวยๆ งามๆ เท่านั้นนะคะ ส่วนลิปสติกทั้งของโซลวาซูและลาเนจ ก็ต้องติดไว้แต่งหน้าบางเบา เทรนด์เมกอัพโนเมกอัพเป็นสไตล์การแต่งหน้าหญิงสาวเกาหลีค่ะ”  

6 อนุสรณ์เรือนเวลา

“ดิฉันรักนาฬิกาเรือนนี้ไม่ใช่ว่าราคาแพง แต่นาฬิกาคืออนุสรณ์ชีวิตวันประสบเหตุการณ์จุดเศร้าที่สุด สิ่งของไม่ว่าราคาแพงขนาดไหนก็คือของนอกกายทั้งสิ้น หยิบขึ้นมาใส่ทำให้ได้คิดถึงเหตุการณ์โจรยกเค้าของมีค่าไปแทบเกลี้ยงบ้านเลยค่ะ นาฬิกาแพงหลายสิบเรือนโดนขโมยกวาดไป แต่ลองจินส์หลงหูหลงตาเหลือรวมอยู่กับคาสิโออีก 3-4 เรือน

แต่เรื่องเศร้าที่สุดคือหมาร็อตไวเลอร์โดนวางยาเบื่อตาย ส่วนอีกตัวที่ไม่ดุ ลาบราดอร์โดนฟันจนหางขาดเห็นกระดูก ดิฉันเศร้ามากคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะสะสมอีกต่อไป ของมีราคาคือสิ่งล่อใจให้คนมาทำร้ายสัตว์เลี้ยงที่เรารักถึงในบ้าน คาสิโอ ลองจินส์ ก็ดูเวลาได้ไม่ต่างกัน ทุกครั้งที่หยิบนาฬิกาขึ้นมาสวมจึงเตือนใจได้ทุกครั้งค่ะ”

7 มานาประจำวัน

“ดิฉันเป็นคริสเตียนค่อนข้างเคร่ง หนังสือเล่มเล็กๆ นี้เป็นคำสอนในคริสตศาสนา คำสอนพระผู้เป็นเจ้าเรียกว่าคำพยานชีวิตคริสเตียน พระเยซูกำหนด 3 อย่าง คือ ความรัก ความหวัง ความศรัทธา แต่สิ่งยิ่งใหญ่ที่สุดคือความรักค่ะ และเป็นธรรมดานะคะที่ชีวิตคนเราทุกวันก็ต้องเจอปัญหา แต่คำสอนที่ว่า...ให้รักเพื่อนบ้านเหมือนกับรักตนเอง เพื่อนบ้านไม่ใช่หมายความแค่คนข้างๆ บ้านนะคะ แต่คือคนรอบข้างเรา

เช่น ถ้าเราเจอคนไม่ชอบ เกลียดเรา มีคำสอนที่ว่าถ้าเขาตบแก้มซ้ายเรา ให้ยื่นแก้มขวาให้เขาตบ ไม่มีใครทำแบบนั้นได้หรอกค่ะ (หัวเราะ) แต่นี่คือการลดความเคียดแค้นให้กันและกัน เป็นคำสอนให้กำลังใจเติมพลังให้แก่เราได้ดีค่ะ”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท