
‘แฟชั่นไทย’ ควรคู่การลงทุน?!!
แต่ละชุดบนรันเวย์ไทย นำเสนอความหรูหราตระการตา เป็นการระดมสมองของทั้งสามดีไซเนอร์
โดย...ปอย ภาพ... เสกสรร โรจนเมธากุล
แต่ละชุดบนรันเวย์ไทย นำเสนอความหรูหราตระการตา เป็นการระดมสมองของทั้งสามดีไซเนอร์ นำโดยพี่ใหญ่ พลพัฒน์ อัศวะประภา แห่งแบรนด์อาซาว่า (Asava) อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ แห่งแบรนด์วิคธีร์รัฐ (Vickteerut) ภูภวิศ กฤตพลนารา แบรนด์อิสชู่ (Issue) รูปแบบโชว์ผสานแฟชั่นและงานศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน ในมุมมองใหม่ธีมแกลเลอรี่อิสระไร้ขีดจำกัด
สินค้าแฟชั่นมาพร้อมกับภาพลักษณ์ความดูดีมีราคา แล้วบางครั้งก็มีบรรดาขาแฟชั่นแอบๆ บ่นๆ ว่าแพงไป คุ้มหรือไม่ที่จะลงทุนสวยด้วยแบรนด์ไทยดีไซเนอร์กันสักชุด? ในแง่มุมของคนทำงานวงการแฟชั่นจะมาบอกการกำหนดราคาตั้งแต่ต้นน้ำสู่ ปลายน้ำคือคนซื้อ ลองมาฟังกันดูว่า คุ้มค่าหรือไม่ในความสวยที่มีเอกลักษณ์ด้วยแบรนด์ไทย ...?!!
แบรนด์ไทย ‘...ทำไมแพง?!!’
หนึ่งในเนื้อผ้าหลักที่แบรนด์หรูหราและเรียบโก้ อาซาว่า (Asava) เลือกใช้ในซีซั่นรับลมหนาว ยังคงเป็นผ้าลูกไม้เพิ่มความพิเศษ ด้วยวัตถุหลากหลายชนิด ทั้งลูกไม้เส้นใยฝ้าย (Cotton Lace) ลูกไม้เส้นใยเนื้อผสม (Synthetic Lace) ไปจนผ้าไหมชีฟอง (Silk Chiffon) ผ้าทุกชนิดสั่งซื้อจากต่างประเทศจึงทำให้ราคาเดรสในรันเวย์นี้ที่ต้องจ่ายโดยเฉลี่ย 1 หมื่นบาท
สาวไทยเลือกใช้แฟชั่นราคาแพง มีลูกค้ากลุ่มนี้อยู่กลุ่ มใหญ่มาก แต่ด้วยเหตุผลที่ต้องการขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ อาซาว่า จึงผุดแบรนด์น้องในชื่อ เอเอสวี บาย อาซาว่า (asv by Asava) ขึ้นมาเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าอายุน้อยกว่าแบรนด์หลัก เลือกใช้วัสดุคุณภาพรองลงมา ราคาจึงเบาขึ้น จ่ายกันได้ง่ายขึ้น เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สาวกแบรนด์เลือกใส่ในวันชิล
“เอเอสวีเป็นแบรนด์น้องสาวอาซาว่า แต่คอนเซ็ปต์การสร้างแบรนด์ผมไม่ได้คิดแค่เรื่องราคานะครับ แต่ทำเพื่อให้ใส่สะดวกในชีวิตประจำวันได้บ่อย และง่ายขึ้น เช่น ลูกไม้ไม่ได้ใช้จากสวิตเซอร์แลนด์ แต่ก็เป็นลูกไม้ทอโรงงานของเราในไทย แต่ก็สั่งเส้นใยญี่ปุ่น เนื้อไม่พลิ้วไหวเท่าครับ อย่างไรก็ตาม คงยึดปรัชญาความงามในแนวคิดเดียวกับแบรนด์หลัก คือ ความเรียบง่ายในสไตล์มินิมัลลิสม์ ส่วนเรื่องราคาที่มีคำถามว่าทำไมแบรนด์ไทยราคาแพง? ลูกไม้แบรนด์แม่อาซาว่า สั่งมาจากโรงงานเดียวกับแบรนด์ระดับโลกนะครับ ซึ่งนี่คือการมองที่ไม่ให้ค่าไม่ชื่นชมคนไทยด้วยกันเอง แล้วด้วยกระบวนการผลิตเดียวกัน เสื้อ
คร็อปอาซาว่า 6,000 บาท แต่แบรนด์นอก 2 หมื่นบาทนะครับ
ถ้าคนไทยยังมีมุมมองดูถูกคนไทยด้วยกันเอง คือไม่ให้มูลค่าคนไทยด้วยกันเอง ผมยกตัวอย่างไปตั้งแต่อาหารไทยไม่ควรแพงเท่าอาหารฝรั่ง หรือเสื้อผ้าไทยไม่ควรแพงเท่าแบรนด์นอก เราก็จะไม่มีวันเติบโตในทางความคิดสร้างสรรค์ได้เลย
ไม่ใช่เพียงทัศนคติของคนไทยหรอกนะครับ แต่ในอาเซียนก็ยังมองภาพใหญ่ของแฟชั่นไทย ว่าเป็นตลาดค้าส่งเสื้อผ้าราคาถูก ขายของก๊อบปี้ หรือเพียงตลาดผลิตเสื้อผ้าโรงงาน เรายังไปไม่ถึงไหนกันเลยในเรื่องนี้ เราจะแก้ไขอย่างไร? ผมคิดว่านโยบายภาครัฐต้องมาช่วยเรื่องนี้ครับคือช่วยรณรงค์หรือมีแคมเปญสร้างภาพลักษณ์ในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ผมเข้าใจครับว่าการสร้างแบรนด์คือการแสวงหากำไร ผมไม่ได้ให้รัฐมาสนับสนุนเรื่องเงินทุนอะไรแบบนั้นนะครับ ถ้าใครคิดว่าต้องให้ภาครัฐมาจุนเจือธุรกิจผมว่าไปได้ไม่ไกลหรอกครับ สุดท้ายการรอความช่วยเหลือ ก็ทำให้ธุรกิจคุณอ่อนแอ” พลพัฒน์ กล่าว
แล้วตลาดเสื้อผ้าดีไซเนอร์ไทยจะเติบโตไหม พลพัฒน์ตอบภาพรวมไม่ได้ แต่ขอตอบในแง่การทำงานของตัวเองดีกว่าว่ายังคงยึดความฝันที่ว่า ทำเสื้อผ้าที่รัก ทุกวันนี้ไม่ได้ตื่นมาเพื่อทำเสื้อผ้าขายไปวันๆ หรือทำธุรกิจแค่ให้รอดไปแค่นั้น
“อาซาว่า เป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆ ในสายธุรกิจสร้างสรรค์อย่างที่ผมเชื่อมั่นในศักยภาพคนไทยนะครับ ผมอยากให้คนไทยด้วยกันเชื่อมั่นกันในเรื่องนี้ด้วยว่า เราสามารถขายสินค้ามีดีไซน์ได้ในตลาดโลก เครื่องสำอางเกาหลีเขาตีตลาดโลกได้ก็เพราะแนวคิดนี้ ไม่ต้องไปพูดเรื่องแฟชั่นเลยครับ เขาแซงเราไปไกล แล้วถ้าเรายังคิดแบบนี้เวียดนามก็แซงเราได้อีก แต่ผมไม่ได้บอกว่าเราดีเราเก่งมีแต้มต่อเรื่องครีเอทีฟนะครับ วงการแฟชั่นก็ยังมีจุดอ่อน คือคอนเนกชั่นนักออกแบบ ผมอยากให้เราแน่นแฟ้นกันกว่านี้ โลจิสติกส์ทั้งวงจรไม่เติบโตทุกอย่างต้องพึ่งพาสั่งซื้อวัสดุจากต่างประเทศ ต่อยอดไปถึงผู้บริโภคต้องกระตุ้นธุรกิจให้แข็งแรงด้วยการซื้อของแบรนด์ไทยด้วยกันเองด้วยนะ เพราะถ้าเรายังอ่อนแอในบ้านของเราเองก็คงไปต่อสู้กับใครไม่ได้หรอกครับ” พลพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายที่ได้เห็นภาพใหญ่ของวงการแฟชั่นไทย
ความสวยครีเอทได้ทุกระดับราคา
Reasonable Prices คือคำจำกัดความในเรื่องราคาของแบรนด์ วิคธีร์รัฐ อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ กรรมการบริหารแบรนด์และดีไซเนอร์หลัก เผยว่าชุดผ้าไหมสีขาวฟินาเล่ราคา 1.8 หมื่นบาท จากแต่ก่อนชุดโชว์ตัวท็อปราคาแบรนด์นี้เฉลี่ยชุดละ 3 หมื่นบาท และสำหรับชุดอื่นราคาหลักพันบาทเท่านั้น เพราะต้องการให้เสื้อผ้าเข้าถึงหญิงสาววัยทำงานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายใหญ่ของแบรนด์
“ใส่ทำงานได้เรื่อยๆ ค่ะ เพราะไม่ใช่เสื้อผ้าใส่ปาร์ตี้จ๋า แต่อย่างชุดที่ พลอย-เฌอมาลย์ (บุญยศักดิ์) ใส่ไปได้ทั้งกลางวันกลางคืน 7,900 บาท บางคนมองว่าเสื้อผ้าเรียบๆ ทำไมแพง ดิฉันก็อยากอธิบายว่าเราใช้ไหมอิตาเลียน ไหมจีน และไหมญี่ปุ่นเป็นหลักค่ะ คนก็ถามว่าแล้วทำไมไม่ใช้ผ้าไทยล่ะ ถ้าตอบจริงๆ เลยนะคะ ผ้าไทยแฮนด์เมดของเราสวยมาก แต่มีปัญหาเรื่องคุณภาพใยผ้าไม่ทิ้งตัว ยับ ใส่แล้วไม่ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกในชีวิตประจำวันสาวๆ วัยทำงานที่เร่งรีบ ดิฉันอยากทำเสื้อผ้าให้สาวทำงานใส่ก็ต้องใส่สะดวกสบาย อีกเหตุผลผ้าไทยสีก็ตกง่าย เมื่อดีไซเนอร์จะหยิบผ้าไหมไทยมาใช้ก็ต้องเลือกใช้ได้แค่ จิมทอมป์สัน ซีซั่นนี้ชุดฟินาเล่ก็ใช้ผ้าไทยยี่ห้อนี้นะคะ แล้วก็ทำให้เราปรับราคาลงมาได้แค่หมื่นกว่าบาทเองค่ะ
หรือเสื้อผ้าไหมจีนที่ดิฉันใส่วันนี้ 3,500 บาท ดิฉันเดาไม่ถูกนะคะว่าลูกค้าจะชอบหรือเปล่า ซึ่งนี่คือเรื่องยากที่สุดในการทำงานแฟชั่น ตัวนี้ดีไซน์ว่าใส่ง่ายๆ คนน่าจะชอบ ลงทุนผลิตออกมาด้วยเงินที่สูงนะคะแต่ถ้าคนไม่ซื้อก็ม้วนเสื่อกลับบ้านแล้วค่ะ ธุรกิจแฟชั่นไทยลงทุนสูงค่ะ แค่ค่าใช้จ่ายโชว์เดียวก็ต้องใช้เงิน 7 หลัก แล้ว 7 หลักนี่แค่ค่าทำโชว์เท่านั้น (ย้ำอีกครั้ง) แต่ถามว่าแล้วจำเป็นต้องทำไหมล่ะ? เราทำด้วยความหวังค่ะว่าจะต้องสร้างโชว์สร้างสีสันขึ้นมาเพราะเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดที่ทำให้วงการแฟชั่นไทยเติบโตได้” อรประพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มสู้ๆ เบาๆ
อิสชู่ มีสาวกมากที่สุดอีกหนึ่งแบรนด์ ภูภวิศ กฤตพลนารา ดีไซเนอร์คร่ำหวอดในวงการมาร่วมสิบปีแล้ว ยังคงเอกลักษณ์โดดเด่นของแบรนด์ ทั้งการปัก ถักทอผ้า และพิมพ์ลาย ผนวกกับเทคนิค Pop-Up ชิ้นลอยให้ดูน่าตื่นเต้นน่ายิ่งขึ้น เป็นอีกแบรนด์ที่เซเลบมาเกาะรันเวย์อัพเดทเทรนด์ A/W 2016 สุดคึกคัก
แจ็กเกตปักมุกหรูหราจัดใหญ่อลังการ คือชิ้นพิเศษสุด ภูภวิศ บอกเสื้อผ้าบนรันเวย์ผลิตขึ้นมา อาจไม่ขายเลยก็ได้เพราะใช้เวลาปักเป็นเดือนๆ แต่ทำออกมาด้วยความฟิน ทำออกมาเพียงหนึ่งชิ้น เพียงหนึ่งเดียว และพิเศษที่สุดไปกว่านั้นก็คือถ้าลูกค้ากลุ่มที่ต้องการชิ้นพิเศษต้องการ ก็ทำให้ได้ แต่ต้องรีเควสความรักในงานดีไซน์ของเขาอย่างแท้จริง
“ประเด็นไม่แค่อยู่ที่ขาย ไม่ขาย ผมทำธุรกิจแฟชั่นสร้างแบรนด์มายาวนาน 17 ปีจนเป็นที่รู้จัก มีคนซื้อใส่อยู่แล้วนะครับ และแบรนด์ก็ได้วางโพสิชั่นหรือกลุ่มผู้ซื้อไว้ชัดเจน คือผู้หญิงแบ่งเป็น 70% ผู้ชาย 30% โดยมีลูกค้าแบ่งเป็น 3 กลุ่ม และตั้งราคาขายจากราคาทุน มีสินค้าครบวงจรตั้งแต่เครื่องประดับราคาไม่กี่ร้อยบาท ไปจนถึงเสื้อผ้าราคาสูง 5 หมื่นบาทก็มีให้เลือก
เด็กวัยรุ่นสาวกอิสชู่ก็ซื้อหมวก 690 บาท ไปแมตชิ่งกับยีนส์ของตัวเอง ไอเท็มชิ้นเด็ดของแบรนด์ คือ ผ้าพันคอ กระเป๋า เชิ้ตขาวราคาไม่แพงก็ซื้อไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับยี่ห้ออื่นๆ ก็ได้สวยนะครับ แฟชั่น
คือการเปิดหูเปิดตาและไม่ตกเป็นทาสเสื้อผ้า ถ้าคุณอยากใส่เดรสชุดที่ เข็มอัปสร(สิริสุขะ) ใส่ ก็ต้องถามว่าใส่ไปไหน ราคาหลักหมื่นคุ้มค่าไหม ใช้ได้กี่ครั้ง
แจ็กเกตปักมุกผมดีไซน์ขึ้นมาโดยไม่ได้วางขายหน้าร้าน ก็เพราะผมรู้ว่าสาวกอิสชู่ชอบใส่เสื้อผ้าไม่เหมือนใคร และมีตัวเดียวเพื่อไม่ต้องไปซ้ำ ชนกับใคร แต่ถ้ามีเงินไม่ถึง 1,000 บาท คุณก็ใส่แบรนด์ของเราได้ อย่างที่บอกว่าเลือกหมวกไปแมตชิ่งกับกางเกงยีนส์เสื้อยืดที่มี แฟชั่นไทยแบรนด์ไทยไม่ใช่เรื่องที่จับต้องไม่ได้ เพียงคุณมีสไตล์เป็นของตัวเองแค่นี้ คุณก็เก๋ได้เช่นกันครับ”
ภูภวิศ บอกอย่างมั่นใจในสไตล์ทุกเข้าถึงขาแฟชั่นได้ทุกกลุ่ม แล้วสิ่งสำคัญไม่ใช่ดีไซเนอร์ที่สร้างความสวยให้ได้ สมองของไม้แขวนนี่สิ... สำคัญไม่แพ้กัน







