posttoday
น้ำหนึ่งใจเดียวกัน

น้ำหนึ่งใจเดียวกัน

22 สิงหาคม 2553

คาเฮน สะท้อนให้เห็นว่า โลกช่างมีความซับซ้อนยุ่งเหยิง โลกเลวร้ายลงทุกวัน แต่ขณะเดียวกันก็ยังมองเห็นแสงสว่างอยู่ลิบๆ ให้พอมีหวังสำหรับลูกหลานพลโลกในวันข้างหน้า...

คาเฮน สะท้อนให้เห็นว่า โลกช่างมีความซับซ้อนยุ่งเหยิง โลกเลวร้ายลงทุกวัน แต่ขณะเดียวกันก็ยังมองเห็นแสงสว่างอยู่ลิบๆ ให้พอมีหวังสำหรับลูกหลานพลโลกในวันข้างหน้า...

โดย...พิเชษฐ์ ชูรักษ์ 

ชายวัยราว 30 ตั้งคำถามด้วยความสงสัย “เอาฝรั่งมาแก้ปัญหา เขาจะรู้จักบ้านเราดีหรือ” ขณะที่เพื่อนร่วมงานพูดถึงเรื่องเดียวกันว่า “คุณได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คุณได้คิดก้าวข้ามความเป็นสื่อไปแล้ว”

ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 1993 ชายวัย 32 ตัดสินใจลาออกจากงานในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลก เพียงเพราะเขาอยากมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องผิวสีของชาวแอฟริกาใต้ เป็นความหวังที่เขาอยากจะสร้างความแตกต่างขึ้นบนโลก

แน่นอนว่า การทำตามฝันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาก็ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้วในกาฬทวีป

17 ปีผ่านไป อีกหลายประเทศทั่วโลกหลุดพ้นจากความขัดแย้ง หลายประเทศสามารถหันหน้าเข้ากันร่วมสร้างกระบวนการหาทางออกให้ประเทศตัวเองได้สำเร็จ โดย อดัม คาเฮน นักสร้างกระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี หรือนักวาดภาพจำลองในอนาคต (Scenarios) เป็นผู้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเหล่านั้น

ปี พ.ศ. 2553 อดัม คาเฮน ในวัย 49 ปี ได้รับเชิญจากคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งให้เดินทางมาร่วมค้นหากระบวนการในการออกจากความขัดแย้งของสังคมไทย ด้วยหวังจะใช้ประสบการณ์ของเขาเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะนำไปสู่ “เป้าหมายร่วมกัน”

ผมเองเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายความคิดในการชักชวนอดัม คาเฮน มาเรียนรู้ปัญหาความขัดแย้งสังคมไทย เป็นความคิดที่ผุดขึ้นภายหลังอ่านหนังสือ “วิธีสร้างปาฏิหาริย์เมื่อสถานการณ์ถึงทางตัน” หรือ Solving Tough Problems พ็อกเกตบุ๊กเล่มแรกที่อดัม คาเฮน ถ่ายทอดประสบการณ์การร่วมแก้ปัญหาความขัดแย้งจากทั่วทุกมุมโลก

น้ำหนึ่งใจเดียวกัน

คาเฮน สะท้อนให้เห็นว่า โลกช่างมีความซับซ้อนยุ่งเหยิง โลกเลวร้ายลงทุกวัน แต่ขณะเดียวกันก็ยังมองเห็นแสงสว่างอยู่ลิบๆ ให้พอมีหวังสำหรับลูกหลานพลโลกในวันข้างหน้า เป็นความหวังที่ข้ามพ้น “การยอมจำนน” ต่อปัญหา แต่พร้อมแสวงหาวิธีการใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา

อดัม คาเฮน เชื่อว่า ด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่อาจใช้วิธีการเดิมๆ หรือคิดแบบเดิมๆ ในการแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่งได้อีกต่อไป --- เพื่อนนักข่าวเพื่อคนยาก พูดในทำนองเดียวกันเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “เราจะคิดแบบเราไม่ได้อีกแล้ว เราต้องคิดแบบเขาด้วย ถึงจะสำเร็จ”

ผู้ข้ามพ้นความอคติ มักเชื่อเช่นนั้น...

โลกไม่ได้มีไว้ให้แบก — เป็นคำกล่าวติดปากของนักหนังสือพิมพ์ใหญ่ที่นับถือ แต่ก็ใช่ว่าโลกมีไว้ให้เหยียบย่ำ ทำลาย

โครงการส่งมอบประเทศไทยให้ลูกหลาน ด้วยคณะบุคคลดังกล่าว (เข้าร่วมเพิ่มเติมอีกมาก) กำลังเดินหน้าต่อไป มีการกำหนดระยะเวลาในการวาดภาพอนาคตประเทศไทย ไว้อย่างน้อย 2 ปี นับจากนี้ภายใต้แนวคิด “เราจะส่งมอบประเทศไทยแบบไหนให้ลูกหลาน” ด้วยตั้งเป้าหมายแค่เพียงให้คนไทยหันหน้ามาร่วมคิด ร่วมสร้างวิธีการในการหาทางออกร่วมกัน

เหมือนที่ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล หวังต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปเพียง “ให้เขากับเราจะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และผลประโยชน์จะตกอยู่ที่เขา”

มีคำถามเชิงทักท้วงขึ้นว่า หากโครงการนี้ล้มเหลว นั่นหมายถึง ไม่สามารถใช้เครื่องมืออย่าง อดัม คาเฮน ค้นหากระบวนการนำไปสู่เป้าหมายได้ — จะอธิบายอย่างไร ตำตอบก็คือ “ความล้มเหลว” จากสถานการณ์หนึ่ง ก็สามารถเป็น “ความสำเร็จ” ได้เช่นกัน อย่างน้อยก็ทำให้เราได้บทเรียนใหม่ๆ และเริ่มเรียนรู้ในการแสวงหาวิธีการใหม่ๆ ร่วมกันต่อไป

อดัม คาเฮน เป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่สูตรสำเร็จรูป!!!

ทำให้เราได้เข้าใจอีกว่า “การย่ำอยู่กับที่” และ “คิดแบบเดิมๆ” ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา --- เหมือนที่หลายคนกล่าวไว้ว่า นักวิพากษ์ย่อมย่ำอยู่กับที่ต่อภาระการวิพากษ์ แต่ไม่มีหน้าที่เสนอทางออก

“คุณรู้ว่าเห็ดโตในที่มืด...คุณกำลังจะเปลี่ยนโลก” อดัม คาเฮน กล่าวก่อนเดินทางกลับเคปทาวน์ เมืองที่พำนักในประเทศแอฟริกาใต้

****************************

“สิ่งที่ได้จากการพูดคุยเพื่อหาทางออกของปัญหา จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่สำคัญเท่ากับ ‘สิ่งนั้น’ ไม่ได้เกิดขึ้นจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการดำเนินการร่วมกัน” คำกล่าวของ ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม กรรมการสมัชชาปฏิรูป ระหว่างเข้าร่วมแลกเปลี่ยนในงานสัมมนาหัวข้อ “เราจะส่งมอบประเทศไทยแบบไหนให้ลูกหลาน ถอดบทเรียนการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ในแอฟริกาใต้ โคลัมเบีย และที่อื่นๆ” --- “Scenarios to shape the future” โดย อดัม คาเฮน

“แต่ละองค์กรจะต้องช่วยกัน ร่วมกันหาโอกาสเปิดใจ ให้ฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะคู่ขัดแย้ง หันหน้าเข้าหากัน หันมาพูดคุยกัน หากดำเนินการได้ สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ต่อๆ ไป นอกจากพบแนวทางที่เหมาะสมแล้ว อาจจะรวมไปถึงโอกาสที่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย”

“แนวทางที่คาเฮน เสนอแตกต่างจากแผนปรองดอง 5 ข้อ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ เพราะนโยบายดังกล่าวเป็นเพียงการพูดข้างเดียว คิดข้างเดียว ขณะที่แนวทางที่ถูกเสนอขึ้นในการสัมมนา เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงร่วมกันได้ แนวทางนี้สามารถชดเชยสิ่งที่แผนปรองดองยังขาดแคลนอยู่อย่างยิ่ง” ไพบูลย์ ระบุ

****************************

“ตอนนี้หรือตอนไหนๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ทุกคนมองตรงกัน คือ ต้องการสิ่งที่ดีส่งมอบให้กับคนรุ่นลูกหลาน ขณะที่สิ่งควรจะเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการพูดคุยกัน ในทุกๆ วงสนทนาก็คือ ควรจะถอดหัวโขน หรือวางบทบาทที่ตัวเองมีอยู่ในสังคม ก่อนที่จะคุยกัน คนที่จะคุยเคยเป็นนายกฯ จะคุยต้องไม่คุยในฐานะนายกฯ ตำแหน่งอื่นๆ ที่เคยมีในสังคมก็เช่นกัน สิ่งที่ต้องตระหนักก็คือ ตอนนี้บ้านเมืองเรากำลังแย่ เราซึ่งเป็นคนไทยคนหนึ่งจะทำอย่างไร” พล.อ.พลางกูร กล้าหาญ ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย ระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์