
ฉาวกระฉ่อน ขาอ่อนจักรวาล
เมื่อใดก็ตามที่คุณนำเอาเรื่องการถ่ายแบบวาบหวิวมาเป็นส่วนสำคัญของการประกวด ความงามและความรู้ความสามารถของบรรดาสาวงามก็จะไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป....
เมื่อใดก็ตามที่คุณนำเอาเรื่องการถ่ายแบบวาบหวิวมาเป็นส่วนสำคัญของการประกวด ความงามและความรู้ความสามารถของบรรดาสาวงามก็จะไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป....
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ใกล้แล้วๆๆ ใกล้จะถึงโค้งสุดท้ายที่เราจะได้รู้แล้วว่าใครจะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในจักรวาลประจำปีนี้!!!
แน่นอนเลยว่าถ้าพูดซะขนาดนี้แล้วคงไม่ได้หมายถึงเรื่องอื่นใดนอกจากเวทีการประกวดสาวงามระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นั่นก็คือ การประกวดมิสยูนิเวิร์ส ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 59 แล้ว
สำหรับการประกวดในปีนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยสีสัน และความสดใสจากบรรดาสาวงามผู้เข้าประกวดเหมือนเช่นทุกๆ ปี แต่ทว่าในปีนี้ดูจะร้อนแรง และเป็นที่จับตามองเป็นพิเศษ เพราะเพียงแค่กองประกวดเริ่มทำการเก็บตัวและให้บรรดาสาวงามมาทำกิจกรรมร่วมกันได้เพียงไม่กี่วัน ก็เกิดเรื่องฉาวคาวกระฉ่อน สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ชนิดดังลั่นสนั่นวงการนางงามกันเลยทีเดียว
ที่จริงแล้วกระแสความฉาวของเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2010 เริ่มมาตั้งแต่กองประกวดตัดสินใจเลือกสถานที่จัดการประกวด โดยทันทีที่ทีมผู้จัดประกาศว่าจะใช้โรงแรมมันดาเลย์ เบย์ ในนครลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นสถานที่สำหรับจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหูว่า เมืองที่ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองคนบาป (Sin City) เป็นศูนย์รวมของการพนัน และบ่อนกาสิโน อย่างลาสเวกัสดูจะไม่ค่อยไปด้วยกันกับการประกวดนางงามที่ทางผู้จัดประกาศนักประกาศหนาว่าจะเฟ้นหาสาวงามที่ชาญฉลาดและมีอิสรภาพทางความคิด
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีหลายคนที่ดูจะพออกพอใจกับการเลือกให้ลาสเวกัสเป็นสถานที่จัดงาน หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น ออสการ์ กู๊ดแมน นายกเทศมนตรีของลาสเวกัส ซึ่งภาคภูมิใจกับการรับหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน และต้อนรับขับสู้สาวงามจาก 83 ประเทศทั่วโลกอย่างออกหน้าออกตา ขณะที่บรรดาสาวงามจากหลายๆ ชาติก็ดูจะตื่นเต้นกับเมืองคนบาปแห่งนี้ไม่แพ้กัน
“เมืองนี้ตั้งอยู่กลางทะเลทราย มันเป็นอะไรที่น่าอัศจรรย์ใจมาก” วีนัส ราช ผู้เข้าประกวดจากฟิลิปปินส์ระบุ
กระแสเรื่องสถานที่จัดการประกวดยังไม่ทันจางหาย ล่าสุดเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2010 ก็ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อีกเมื่อกองประกวดจัดให้บรรดาสาวงามโพสท่าถ่ายรูปในชุดว่ายน้ำสุดวาบหวิว รวมทั้งให้นางงามบางคนเปลือยท่อนบนและวาดลวดลายโชว์สรีระในนามศิลปะแบบของบอดี้เพนต์ชนิดที่เบียดหนังสือปลุกใจเสือป่าชิดซ้ายตกเวที
แองจี เมเยอร์ ผู้ที่เคยทำงานใกล้ชิดกับกองประกวด วิพากษ์วิจารณ์การให้สาวงามถ่ายแบบวาบหวิวในครั้งนี้ว่า เป็นการทำให้การประกวดเหมือนกับการถ่ายหนังสือเพลย์บอยเข้าไปทุกที
“เมื่อใดก็ตามที่คุณนำเอาเรื่องการถ่ายแบบวาบหวิวมาเป็นส่วนสำคัญของการประกวด ความงามและความรู้ความสามารถของบรรดาสาวงามก็จะไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป จุดสนใจจะเปลี่ยนไปอยู่ที่ผิวพรรณ รูปร่าง และทรวดทรงองค์เอวของบรรดาผู้เข้าประกวด ยิ่งไปกว่านั้น ก็จะเป็นการจำกัดความความสวยว่าหมายถึงเรือนร่างทางกายภาพที่ได้ส่วนสัดงดงาม ซึ่งนั่นเป็นอันตรายต่อวัยรุ่นหรือเด็กสาวทั่วโลกที่อาจจะยึดติดกับความคิดแบบนี้” แองจี กล่าว
พฤติกรรมสุดฉาวของกองประกวดในครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังตั้งคำถามว่า ที่กองประกวดทำไปเพราะต้องการเรียกเรตติ้ง และต้องการให้การประกวดเป็นที่จับตามองของสื่อต่างๆ ใช่หรือไม่
งานนี้ทางกองประกวดก็เลยต้องรีบออกมาแก้ตัว (ซึ่งไม่รู้ว่าฟังขึ้นหรือไม่) ว่า การถ่ายภาพวาบหวิวพวกนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงผลงานทางศิลปะของบรรดาผู้เข้าประกวดจากประเทศต่างๆ กองประกวดไม่ได้บังคับเหล่าสาวงามให้ต้องเปลือยท่อนบน พร้อมกับระบุว่า กองประกวดเคารพการตัดสินใจของผู้เข้าประกวดทุกคนไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจถ่ายภาพดังกล่าว
“บรรดาสาวงามที่เข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์สในครั้งนี้มาจากหลากหลายประเทศ และหลากหลายวัฒนธรรม และหลายวัฒนธรรมยอมรับได้กับการถ่ายภาพเปลือยในลักษณะนี้” โฆษกของกองประกวดระบุในแถลงการณ์
นอกเหนือจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจัดงานของกองประกวดแล้ว บรรดาขาเมาท์ยังเล่นงานไปถึงข่าวฉาวของบรรดาผู้เข้าประกวดจากประเทศต่างๆ ชนิดรายบุคคลอีกด้วย โดยจากการสืบค้นประวัติความเป็นมาของนางงามชาติต่างๆ พบว่า นางงามหลายคนก็เกือบจะไม่ได้เข้ามาร่วมเวทีการประกวดในครั้งนี้เพราะติดปัญหาความไม่เหมาะสม และความไม่พอใจต่างๆ นานา อย่างเช่นในกรณีของมิสเฮติ และมิสฟิลิปปินส์
ทันทีที่ ซาร็อดจ์ เบอร์แตง ถูกตัดสินให้เป็นตัวแทนเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2010 เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ถาโถมใส่ เธอบอกว่า เธอไม่เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของเฮติ หลายคนบอกว่าผิวสีขาวของเธอนั้นไม่ได้สะท้อนความสวยงามในแบบฉบับสาวเฮติ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีผิวสีเข้ม ยิ่งไปกว่านั้น การที่เธอเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ในโดมินิกันตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ก็ทำให้เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเธอมีความเป็นชาวโดมินิกันมากเกินไป
บรรดาขาเมาท์ยังเมาท์อีกว่า เบอร์แตงเป็นพวกที่ชอบฉวยโอกาส โดยจะใช้เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปีสร้างกระแสความสนใจและสร้างชื่อเสียงให้กับตัวของเธอเอง
ด้าน วีนัส ราช ผู้เข้าประกวดจากฟิลิปปินส์ เธอก็เกือบจะไม่ได้เป็นตัวแทนประเทศเข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2010 แล้ว เนื่องมาจากคณะกรรมการพบว่าข้อมูลที่เธอแจ้งกับคณะกรรมการเกี่ยวกับประวัติการเกิดนั้นไม่ตรงกับเอกสารหลักฐานของทางราชการ ทำให้กองประกวดตัดสินใจจะถอนเธอออกจากการเป็นตัวแทน
แต่เรื่องนี้ก็แพ้ราบคาบต่อแรงสนับสนุนของแฟนคลับของเธอที่ช่วยกันออกมาล่ารายชื่อสนับสนุนวีนัส ราช ก็สามารถทำให้เธอกลายมาเป็นหนึ่งในสาวงามบนเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2010 ครั้งนี้ได้ในที่สุด
ถึงแม้จะมีเรื่องฉาวรุมเร้า แต่สองสาวจากทั้งเฮติกับฟิลิปปินส์ก็ยังเข้าตากองประกวด และได้รับเชิญให้ร่วมทริปพบปะสื่อมวลชนเพื่อโปรโมตการประกวดในครั้งนี้เป็นเวลา 4 วัน ที่เมืองลอสแองเจลิส อีกทั้งวีนัส ราช มิสฟิลิปปินส์ยังได้รับการโหวตให้เป็นสาวงามที่มีเรตติ้งสูงสุดในเว็บไซต์ทางการของกองประกวดอีกด้วย
เห็นสาวงามจากทั้งเฮติและฟิลิปปินส์ตกเป็นข่าวฉาวดังกระฉ่อนแบบนี้ มีหรือสาวไทยของเราจะยอมน้อยหน้า
สำหรับการประกวดในปีนี้ เรียกได้ว่าน้องปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2010 ตัวแทนของประเทศไทยก็กระแสดีไม่มีตกเช่นกัน เมื่อลีลาการโพสท่าอันสุดแสนจะโดดเด่นสะดุดตาของเธอ เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาช่างภาพและสื่อมวลชนที่เกาะติดทำข่าวการประกวดมิสยูนิเวิร์สในปีนี้เข้าอย่างจัง
หลากหลายท่วงท่าลีลาที่สุดแสนจะเย้ายวนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าที่น้องปุ๊กลุกยกขาขึ้นสูงขณะสวมชุดราตรีสีแดงในงานเลี้ยงอาหารค่ำระหว่างกิจกรรมการเก็บตัว ก็ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และขัดกับภาพลักษณ์ความเป็นไทยอย่างกว้าง เล่นเอาน้องปุ๊กลุกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และได้ออกมาตอบโต้ผ่านทางเฟซบุ๊กแบบแร้งงงงงงงงงได้อีก
“รำคาน !! แรงไป เบาไป !! อะไรที่คุณเรียกว่าพอดี ??? นี่มันตัวชั้น จะแรงจะเบาก็ตัวชั้น !! ไม่ได้พยายามเกินตัว แรงแบบนี้มาตั้งแต่เกิด จบมั้ย !! อยากยกขาจะยก ถ้าฉีกขอ 180 องศาได้คงทำไปแล้ว คนมันเป็นแบบนี้ !! จะให้ทำไงคะ ใส่สไบเดินไหม หญิงไทย? ครั้งเดียวในชีวิต จะให้สงบอะไรนักหนาคะ ?? ปลงกับพวกคุณๆ ด่ากันจัง !! ลืมไทยไปเลยก็ได้ ถ้าจะด่า ฝนทิพย์เบื่อ !! แค่นั้น สุดท้าย ! นี่แหละตัวฉัน !!” ข้อความส่วนหนึ่งจากเฟซบุ๊กของ Fonthip Watcharatrakul
ยังไม่หมดเท่านั้น น้องปุ๊กลุกยังได้กระชากความสนใจจากบรรดาช่างภาพและสื่อมวลชนด้วยการสวมใส่ผ้าถุงแบบไทยขณะเล่นเครื่องเล่นที่สวนสนุกระหว่างกิจกรรมเก็บตัว เล่นเอาทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอ แถมล่าสุดน้องปุ๊กลุกได้รับรางวัล People’s Choice Award จากเว็บไซต์ missosology.org ซึ่งชนะคะแนนโหวตแบบถล่มทลาย
แหม ทั้งกองประกวด ทั้งนางงาม แข่งกันฉาวขนาดนี้เห็นทีการประกวดมิสยูนิเวิร์สปีนี้คงจะเรตติ้งพุ่งกระฉูดสมใจมหาเศรษฐีใหญ่อย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ พ่องานใหญ่ของงานนี้แน่ๆ
สำหรับใครที่อยากจะส่งใจไปเชียร์น้องปุ๊กลุก และลุ้นว่าใครจะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกประจำปีนี้ ก็อย่าลืมติดตามการประกวดรอบสุดท้ายได้ในวันจันทร์ที่ 23 ส.ค.ที่จะถึงนี้ หรือวันอังคารที่ 24 ส.ค. ตามเวลาในประเทศไทย







