
เลี้ยงลูกให้มีวัดซีนใจฝักใฝ่ธรรมะ
สังคมโลกที่เปลี่ยนไปทำให้ผู้หญิงแข็งแกร่งมากขึ้น เกิดครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเมื่อสัมพันธภาพจากสามีภรรยา เปลี่ยนไปกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ลูกน้อยก็ไม่จำเป็นต้องมีปัญหา เพราะรับรู้ปัญหาด้วยความเข้าใจและดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี ทำให้หลายคนเป็นเด็กที่มีคุณภาพไม่แพ้ครอบครัวอื่น ที่มองโลกด้วยความสดใสสมวัย มีความรักความอบอุ่นจากคุณยายคุณน้า คุณป้า ช่วยเติมเต็มได้ความรักบางส่วนที่หายไปได้อย่างดี
นี่เป็นอีกคู่แม่ลูกที่รักกันแน่นแฟ้นใกล้ชิดไม่มีปัญหาช่องว่างระหว่างวัย เพราะคุณแม่เลี้ยงใกล้ชิดเหมือนเพื่อนพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง คุณแม่ยังสวย กฤษณา เรืองศรี เจ้าของดิวาน่าสปา ถึง 4 สาขา และเครื่องประทินผิวที่ส่งออกไปหลายประเทศทั้งยุโรปและเอเชีย กับลูกกำลังวัยรุ่น น้องเบลล์ปันดารี เรืองศรี วัย 12 ปี สองแม่ลูกผูกพันแม้จะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่คุณแม่ก็เลี้ยงใกล้ชิดสนิทแนบแน่นไปไหนไปกัน ลูกชอบกิจกรรมอะไรคุณแม่สนับสนุนเต็มที่
คุณแม่ เล่าว่า เรื่องการเรียนพยายามให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูก เพื่อให้ความรู้ในวิชาทางโลกที่เขาจะใช้ประกอบวิชาชีพได้ในอนาคต แต่จะไม่ยัดเยียดว่าวันเสาร์อาทิตย์ ต้องเรียนพิเศษตลอดเวลาอยากให้ใช้ชีวิตวัยเด็กให้สมกับวัย อาจจะมีกิจกรรมเรียนพิเศษด้านดนตรีหรือวาดรูปบ้าง แต่เรียนพิเศษด้านวิชาการเพิ่มอีกไม่ต้องแล้ว เพราะหนักเกินไปสำหรับเด็ก มีความคิดว่าทำไมต้องส่งลูกไปเรียนพิเศษกันตลอดเวลา
“
เราคิดว่าเรียนในโรงเรียนมากพอแล้ว วันหยุดเขาควรมีกิจกรรมอื่นๆ ที่สร้างจินตนาการและให้ความสุข สมวัยเด็กมากกว่า” เธอกล่าวอย่างห่วงใยเด็กสมัยนี้อีกเรื่องที่คุณแม่อยากจะเน้นมากเป็นพิเศษก็คือวิชาใจให้เด็กมีไว้ดูแลตัวเอง เธอจะพาลูกไปทำบุญที่วัดทุกอาทิตย์ เริ่มสอนลูกนั่งสมาธิ ทุกปิดเทอมก็พาลูกไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมสำหรับเด็กสัก 23 วัน สอนเรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เชื่อเรื่องเวรกรรม แบ่งปันเพื่อคนอื่นบ้าง
“
คือวิชาทางโลกโรงเรียนก็สอนไปแต่วิชาใจแม่ต้องช่วยเสริม เราไม่สามารถกอดลูกอยู่กับตัวได้ตลอดเวลา จะสอนอย่างไรให้เขามีวัคซีนใจ เป็นเด็กดีมีเมตตาธรรม ไม่ติดกับวัตถุมากเกินจำเป็น พยายามเดินสายกลาง ไม่ห้ามมากแต่ก็ไม่ตามใจมาก อะไรที่ควรให้ก็ต้องให้ แต่อะไรที่มากเกินอยากได้เพราะเพื่อนมีก็ต้องพิจารณาเป็นครั้งๆ ไป สุขนิยมมีแต่พอประมาณ เราชอบแนวทางการสอนเรื่องความพอเพียง ก็ทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นว่าอะไรควรมี อะไรไม่จำเป็นต้องมีก็ได้พอประมาณในแบบที่ควรจะเป็น ไม่ทำอะไรเกินฐานะ”แม้ว่าเด็กสมัยนี้จะเลี้ยงยาก เพราะโลกภายนอกมีสิ่งเร้ามากมายโดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี ซึ่งก็หาไม่ยาก ก็ต้องพยายามใกล้ชิดให้มากขึ้น ทำให้ลูกไว้ใจพูดกับแม่ได้ทุกเรื่อง สอนให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมีกำลังใจศรัทธาในความดี รักและนับถือตัวเองให้มาก รู้จักผิดชอบชั่วดี แม่จะเน้นสอนเรื่องจิตใจให้มาก
“
โชคดีที่แม่มีเพื่อนดีๆ เวลาพาเขามาที่ร้าน พวกน้าๆ อาๆ ก็จะช่วยสอนช่วยดูแล เขาก็จะอยู่กับผู้ใหญ่เยอะ เขาจะมีความคิดเป็นผู้ใหญ่เกินตัว รู้จักพูดรู้จักคิด”ผู้ปกครองต้องมีส่วนพัฒนาเด็ก
เกื้อ แก้วเกตุ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเยาวชน กล่าวว่า การพัฒนาเยาวชนนั้นต้องอาศัยทุกส่วน จะไปมองจุดใดจุดหนึ่งไม่ได้ บ้านเราคิดว่าสูตรสำเร็จอยู่ที่โรงเรียน คิดว่าเข้าโรงเรียนแล้วเด็กพัฒนาไปได้ แต่ถ้ามองลึกในรายละเอียด อยากให้เด็กพัฒนาทั้งทางร่างกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคม บางทีที่โรงเรียนไม่พอ ต้องอาศัยผู้ปกครองด้วย ถ้าผู้ปกครองฉลาด จะรู้ว่าขณะนั้นเขาขาดอะไร ก็ช่วยกันที่ตรงนั้นและควรจะพัฒนาทุกด้าน เช่น ร่างกาย ตอนนี้ร่างกายลูกเป็นอย่างไรบ้าง แข็งแรงหรือเปล่า ถ้าไม่แข็งแรงก็ชวนเขาไปออกกำลังกาย
“
สติปัญญานี้พัฒนาเยอะแล้ว แต่เน้นเรื่องความคิดหน่อย คอยแนะให้เขาคิดว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ เขาอาจจะริเริ่มสร้างสรรค์อะไรพ่อแม่ก็ต้องเปิดโอกาสให้กับเขาด้วยจิตใจ จำเป็นต้องอาศัยการอยู่ร่วมกันในครอบครัว เน้นเรื่องความรัก เปิดโอกาสให้เขารับผิดชอบ ถ้าอยากให้เขาเป็นคนให้ก็ต้องให้กับเขา อยากให้เขาเป็นคนยุติธรรม ก็ต้องยุติธรรมกับเขา อารมณ์ เขาเป็นอย่างไร อารมณ์ดีมั้ย เคยหัวเราะบ้างหรือเปล่า หลายคนลืมไปว่าหัวเราะคือพื้นฐานของความสุข เพราะคนมีความสุขจึงจะหัวเราะ ถ้าเด็กไม่รู้จักความสุข เขาก็จะมีปัญหา โตขึ้นจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์อย่างไร”






