
เครื่องมือใหม่ ‘เฟซบุ๊ก’ หนุนธุรกิจไทยโกอินเตอร์
ในยุคที่ทั้งโลกเชื่อมต่อถึงกันเช่นปัจจุบัน เทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรศัพท์มือถือ กำลังสร้างโอกาสให้ธุรกิจต่างๆ
โดย...ปากกาด้ามเดียว
ในยุคที่ทั้งโลกเชื่อมต่อถึงกันเช่นปัจจุบัน เทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรศัพท์มือถือ กำลังสร้างโอกาสให้ธุรกิจต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ในการค้นหาลูกค้ารายใหม่ๆ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดบนโลกก็ตาม โดยมีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้คนจำนวนมากถึง 2,300 ล้านคน ใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือภายในปี 2561
นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้คนใช้มือถือและเฟซบุ๊กเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมกับสิ่งต่างๆ ที่สำคัญต่อพวกเขา แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลคนละประเทศ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กมากกว่า1,000 ล้านคน เชื่อมต่อกับธุรกิจอย่างน้อยหนึ่งรายในต่างประเทศ และมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กบนมือถือต่อเดือนมีมากกว่า 1,570 ล้านคน
รฐิยา อิสระชัยกุล ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจเอสเอ็มอี เฟซบุ๊ก ประจำประเทศไทย กล่าวว่าในประเทศไทย ธุรกิจขนาดเล็กคิดเป็นสัดส่วนถึง 98.5% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมด ซึ่งมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างงานจำนวนมาก เทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรศัพท์มือถือ ช่วยธุรกิจต่างๆ ให้เติบโตจากการเชื่อมต่อพวกเขากับผู้คนทั่วโลก สำหรับประเทศไทย มีผู้ใช้เฟซบุ๊กมากกว่า 42 ล้านคน และ 47% เชื่อมต่อกับธุรกิจในต่างประเทศอย่างน้อยหนึ่งราย
ดังนั้น เฟซบุ๊กจึงมุ่งที่จะช่วยบรรดาธุรกิจขนาดเล็กให้เข้าถึงพลังของโทรศัพท์มือถือ โดยการแนะนำแหล่งความรู้และตัวช่วยใหม่ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจเหล่านั้นให้เติบโตในระดับสากลและก้าวสู่การเป็นธุรกิจระดับโลกในที่สุด ซึ่งธุรกิจต่างๆ สามารถใช้ฟีเจอร์ใหม่ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน(Lookalike Audiences) เพื่อเข้าถึงลูกค้าในประเทศใหม่ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับลูกค้าที่พวกเขามีอยู่ในปัจจุบัน เพียงแค่อัพโหลดรายชื่อของลูกค้าที่มีอยู่ หรือรายชื่อของกลุ่มคนที่มีศักยภาพ (High-potentialleads)
ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ลงโฆษณาที่มีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มยอดการเข้าชมเว็บไซต์หรือจำนวนการติดตั้งแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ยังสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ที่กว้างขึ้นกว่าเดิม โดยเลือกจากภูมิภาคต่างๆทั่วโลก หรือตามเขตการค้า จากนั้นเฟซบุ๊กจะนำเสนอโฆษณาไปยังผู้คนในบริเวณที่เลือกไว้ และปรับการนำเสนอโฆษณาไปยังบรรดาประเทศที่จะส่งผลลัพธ์ยอดเยี่ยมที่สุด
เกียรติสิริ เจริญศิริ ผู้ก่อตั้งบริษัทอินชอนกรุ๊ป ประเทศไทย และบริษัท DiAd Agency กล่าวว่า เฟซบุ๊กช่วยสร้างความต้องการให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ได้จริง ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ม.ค. 2558 ที่ตนเองเพิ่งเริ่มธุรกิจยังไม่มีแบรนด์ใดเป็นที่รู้จักสำหรับธุรกิจฝักบัวน้ำแร่ แต่ปัจจุบัน Seoul Stone เป็นแบรนด์โด่งดังที่สร้างยอดขายได้มากกว่า 2 แสนชิ้นทั้งในประเทศไทย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี โดย 95% ของงบการลงทุนสื่อของแบรนด์อยู่บนแพลตฟอร์ม เฟซบุ๊ก และได้รับผลตอบแทนสูงกว่าเงินลงทุนถึง2.5 เท่า
ด้าน เดวิด โจว ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแบรนด์ Pomeloเผยว่า เฟซบุ๊กช่วยสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้สามารถบริหารจัดการตลาดในหลากหลายประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยทีมงานที่มีเพียงไม่กี่คน อีกทั้งยังได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก
นี่เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการทำตลาดผ่านเฟซบุ๊กซึ่งสิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ถึงการใช้เครื่องมือที่มีอยู่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำตลาดให้ธุรกิจสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าทั่วโลก







