
เรื่องเล็กเรื่องน้อยในชีวิต ศิลปิน 'แอชแคนสกูล'
หลังจากที่ศูนย์กลางทางศิลปะโลกอยู่ในยุโรปมาตลอด ตั้งแต่สเปน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ มาจนถึงเยอรมนี
โดย...ปณิฏา
หลังจากที่ศูนย์กลางทางศิลปะโลกอยู่ในยุโรปมาตลอด ตั้งแต่สเปน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ มาจนถึงเยอรมนี และฝรั่งเศส ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ก็เริ่มย้ายวิกมายังอีกฝั่งของมหาสมุทร ที่สหรัฐอเมริกา
แอชแคนสกูล (The Ashcan School) เป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวทางศิลปะยุคแรกๆ ในช่วงรอยต่อของศตวรรษที่ 19-20 ศิลปะส่วนใหญ่เล่าเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของชนชั้นแรงงานไปถึงชนชั้นกลาง
สมาชิกผู้แรกเริ่มก่อตั้ง นำโดย โรเบิร์ต เฮนรี (มีชีวิตระหว่าง 1870-1938) จอห์น สโลแอน (1871-1951) และเอฟเวอเรตต์ ชินน์ (1876-1953) ซึ่งเรียนศิลปะด้วยกันมาในนิวยอร์ก ก่อนจะสมทบด้วย จอร์จ ลุกส์ (1867-1933) กับ วิลเลียม แกล็กเคนส์ (1870-1938) ที่มาเจอกันในฟิลาเดลเฟีย ระหว่างเรียนศิลปะกับโทมัส แอนชูตซ์ (1851-1912) จิตรกรเรียลลิสม์ และทำงานเป็นนักวาดภาพประกอบให้หนังสือพิมพ์ในฟิลาเดลเฟีย
ความเคลื่อนไหวแอชแคนสกูล ไม่ใช่กลุ่มใหญ่นัก และเขาก็มีการจัดการกันอย่างหลวมๆ สิ่งที่พวกเขามีร่วมกันคือแนวคิดทางการเมือง ที่ต้องการสะท้อนภาพสังคมที่ด้อยโอกาส ลงในภาพวาดหรือภาพประกอบตีพิมพ์ลงในสื่อ ซึ่งทำให้พวกเขากลายเป็นสัญลักษณ์ของศิลปินขบถในยุคสมัยของตัวเอง
แอชแคนสกูล ได้แรงบันดาลใจจาก Genteel Tradition ปรัชญาของชาวนิวอิงแลนด์ที่จะทำให้สังคมน่าอยู่ โรเบิร์ต เฮนรี ที่เหมือนบิดาของกลุ่มแอชแคนสกูล บอกว่า ต้องการให้งานศิลปะของพวกเขาเป็นเหมือนกับภาพข่าว ที่ตีแผ่อีกด้านหนึ่งของสังคมซึ่งไร้คนเหลียวแล ผลงานส่วนใหญ่จึงเล่าเรื่องของชนชั้นแรงงานไปจนถึงชนชั้นกลางของนิวยอร์กและฟิลาเดลเฟีย
ผลงานในช่วงแรกๆ ของแอชแคนสกูล ออกมาไล่เลี่ยกับนิยายของสตีเฟน เครน, ทีโอดอร์ ไครเซอร์ และแฟรงก์ นอร์ริส ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับผู้คนในชุมชนแออัด โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการของกลุ่มชื่อว่า Art Young ในฟิลาเดลเฟีย ปี 1916 ซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มศิลปินหนุ่มเจ้าของฉายา ฟิลาเดลเฟีย ไฟฟ์ (Philadelphia Five) ได้แก่ จอร์จ เบลโลว์, เกล็น โอ. โคลแมน, เจอโรม ไมเยอร์ส, กิฟฟอร์ด บีล, ยูจีน ฮิกกินส์ รวมทั้ง เอดเวิร์ด ฮอปเปอร์
ขณะที่จิตรกรที่ภายหลังโด่งดังมากอย่าง เอดเวิร์ด ฮอปเปอร์ บอกว่า เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับฟิลาเดลเฟีย ไฟฟ์ หรือแอชแคนสกูล เพียงมาเข้าร่วมในฐานะศิลปินรุ่นเยาว์ตามคำเชิญ หากไม่ได้สร้างงานในแนวทางแอชแคนแต่อย่างใด แม้ว่าผลงานของเขาจะเล่าเรื่องเล็กน้อยๆ ในชีวิตแทบไม่แตกต่างกันก็ตาม
ศิลปินกลุ่มแอชแคนสกูล เป็นขบถจากความเคลื่อนไหวทางศิลปะในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น อเมริกันอิมเพรสชันนิสม์ หรือเรียลลิสม์ที่เป็นแบบแผนตามสถาบันศิลปะ
แม้ว่าแนวทางของพวกเขาจะดูใกล้เคียงกับเรียลลิสม์มากที่สุด หากเห็นได้ชัดว่า ชาวแอชแคนสกูล จะมีผลงานในโทนสีมืดหม่นกว่า รวมทั้งเน้นฝีแปรงแบบหยาบๆ อีกทั้งแทนที่จะถ่ายทอดความสุนทรีย์ในชีวิตหรือธรรมชาติที่สวยงาม กลับเลือกที่จะวาดช่วงเวลาอันยากลำบาก รวมถึงชีวิตสมัยใหม่ที่เริ่มห่างไกลธรรมชาติ หันมามุ่งมั่นทำงานเพื่อปากท้อง
ไม่ว่าจะเป็น ภาพวาดเด็กข้างถนน, โสเภณี, คนขี้เหล้า, ฝูงชนในรถใต้ดิน, นักมวยที่เลือดอาบแก้ม ฯลฯ
แม้แอชแคนสกูล จะยุติบทบาทในโลกศิลปะไปเพียงสั้นๆ หลังจากบรรดาเอเยนต์ในสหรัฐพากันโหมโปรโมทศิลปะคิวบิสม์,โฟวิสม์ และเอกเพรสชันนิสม์ ซึ่งทำให้พวกเขาถูกจับเข้าไปในกลุ่มของเรียลลิสม์ที่ตกยุคตกสมัยไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ บรรดาสถาบันศิลปะที่สอนเรียลลิสม์เอง ก็ไม่ยอมรับผลงานของพวกเขาอีกต่างหาก
อย่างไรก็ตาม แอชแคนสกูล ที่มีชื่อเล่นๆ ว่ากลุ่ม ดิ เอท (The Eight) ซึ่งมาจาก 3 ผู้ก่อตั้งในนิวยอร์ก บวกกับ ฟิลาเดลเฟีย ไฟฟ์ ได้ฝากผลงานที่เป็นแรงบันดาลใจ นอกจากในแวดวงศิลปะ ยังมีแวดวงข่าว โดยช่างภาพเชิงข่าว หรือ Photo Journalism ในช่วงนั้นหลายคนก็ออกมาประกาศตัวเองว่าเป็นช่างภาพแนวแอชแคนด้วย
แมคเบท แกลเลอรี่ แกลเลอรี่ชื่อดังของนิวยอร์กในยุคนั้น เป็นสื่อกลางในการแสดงงานของกลุ่มแอชแคนสกูล โดยเฉพาะนิทรรศการใหญ่ของ ดิ เอท ในปี 1908 และพวกเขาก็ยังเก็บรักษาผลงานของกลุ่มเอาไว้อย่างดี
หลังจากที่แกลเลอรี่ได้ปิดตัวลงในปี1953 ทายาทของวิลเลี่ยม แมคเบท ได้มอบผลงานทั้งหมดให้รัฐบาลสหรัฐ ซึ่งขณะนี้ เก็บไว้ที่สถาบันสมิทโซเนียน







